Saturday, November 12, 2016

อเมริกันจำนวนมากแห่ใช้โซเชียลมีเดียแชร์ประสบการณ์ที่เลวร้ายจากวันแรกของการชัยชนะของทรัมป์

ชาวอเมริกันจำนวนมากแห่ใช้โซเชียลมีเดียแชร์ประสบการณ์ที่เลวร้ายจากการถูกทำร้ายจนถึงการถูกข่มขู่ ด่าทอ นับจากวันแรกของการประกาศชัยชนะของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ


อัสระอฺ อัลตูน Esra Altun นิสิตจิตวิทยาปี 2 ของมหาวิทยาลัย San Jose State University ถูกทำร้ายโดยชายผิวขาวที่ดึงฮิญาบโดยกระชากจากด้านหลังอย่างแรก ระหว่างที่เธอเดินไปที่ลานจอดรถมหาวิทยาลัยเพื่อขับรถกลับบ้าน


"ดิฉันพยายามอ้าปากเพื่อหายใจ ตอนนั้นไม่สามารถพูดอะไรได้เลย ดิฉันเหมือนเป็นอัมพาต” อัลตูนกล่าว 



เหตุการณ์เกิดขึ้นประมาณ 2 วินาที อัลตูนสู้กลับด้วยวิธีเอนตัวไปข้างหน้า และเมื่อผู้ก่อเหตุปล่อยตัว เธอทรุดตัวล้มลงอยู่ในท่าคุกเข่า ชายคนนั้นไม่ได้พูดอะไรสักคำ อัลตูนเล่าถึงเหตุการณ์

การจู่โจมทำร้ายเกิดขึ้นหลังจากหนึ่งวันผ่านไปจากการประกาศว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ฝ่ายตำรวจของมหาวิทยาลัยบอกอัลตูนว่า เขาไม่สามารถบ่งบอกได้ว่า เป็นอาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชัง แต่อัลตูนเชื่อว่าเป็นการทำร้ายเนื่องจากเธอนับถือศาสนาอิสลาม

มหาวิทยาลัย San Jose State University ส่งอีเมล์ว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งถูกชายผิวขาวกระชากฮิญาบอย่างแรง ทำให้เขาหายใจไม่ออกและล้มลง




ถึงคนที่พูดว่าคำพูดปราศรัยต่างๆ ระหว่างการเลือกตั้งของทรัมป์ไม่ได้มีผลกระทบใดๆ ต่อผู้คน - มีหญิงวัยรุ่นมุสลิมคนหนึ่งถูกทำร้าย และถูกปล้นวันนี้ (10/11/16)

***********************************
นักศึกษามหาวิทยาลัยซานดิเอโก้ ในแคลิฟอร์เนีย กล่าวว่าชายสองคนพูดกันเรื่องทรัมป์ให้ได้ยิน และพูดโยงเกี่ยวกับมุสลิม ก่อนที่ลงมือปล้นเธอ อ้างจากรายงานของตำรวจ ตำรวจกล่าวว่า ผู้ต้องสงสัย 2 คนซึ่งเป็นชายผิวขาวคนหนึ่ง และอีกคนเหมือนคนเชื้อชาติฮิสแปนิก ได้เผชิญหน้ากับนักศึกษาหญิงผู้นี้ พร้อมขโมยกระเป๋าสตางค์และกุญแจรถไปก่อนที่จะหนีไป พวกเขากลับมาขโมยรถอีกรอบหนึ่ง ขณะที่หญิงผู้เคราะห์ร้ายกำลังเที่ยววิ่งหาคนช่วยเหลืออยู่



ฉันใส่ฮิญาบ เดินผ่านชายคนหนึ่งที่อยู่ที่สถานีรถไฟวันนี้ เขาพูดว่า “เวลาของคุณหมดลงแล้ว สาวน้อย”



นี่เป็นประสบการณ์ที่ถูกเหยียดศาสนาครั้งแรกของฉัน หลังจากเราได้ประธานาธิบดีที่เหมือนกับเป็นเรื่องตลก ขณะที่ฉันอยู่ที่วอล์มารต์วันนี้ ผู้หญิงคนนี้เดินมาที่ฉันและกระชากฮิญาบฉันออก พร้อมพูดว่า “นี่มันไม่อนุญาตต่อไปอีกแล้ว เอาผ้าไปผูกคอตายซะ ไม่ใช่ใส่ไว้ที่หัว” ฉันรู้สึกหลอนไปเลย



ยังไม่ผ่าน 24 ช.ม.เลย เพื่อนน้องสาวที่เป็นมุสลิม ถูกคนที่สนับสนุนทรัมป์ชักมีดออกมาพร้อมข่มขู่ ขณะที่เธออยู่บนรถประจำทางของมหาวิทยาลัย The University of Illinois at Urbana–Champaign (UIUC) 



ตอนนี้แม่และน้องสาวของผมกำลังพูดคุยกันอยู่ว่าจะสวมฮิญาบต่อไปอีกหรือไม่ เพื่อความปลอดภ้ย



“เอาชาวโซมาเลียที่พลัดถิ่นของพวกคุณออกไปซะ และจงนำพวกเขาไปในสถานที่ที่ไม่มีดวงอาทิตย์ส่องแสง” 


 
นี่ยังไม่ผ่าน 24 ช.ม.หลังจากทรัมป์ชนะเลือกตั้งสหรัฐฯ เลย มีคนมาเขียนที่หน้าประตูของห้องละหมาดชมรมมุสลิมที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก คำว่า“ทรัมป์” ที่บานประตู 




เพื่อนๆ ค่ะ ผู้สนับสนุนทรัมป์คนหนึ่งพยายามกระชากฮิญาบของฉัน..... นี่ไม่ใช่เรื่องขำขันอีกต่อไปแล้ว คนที่ไม่ใช่ผิวขาวทั้งหมดตกเป็นเป้าโจมตี ขอให้ปลอดภัยนะ



เมื่อวันศุกร์ 12/11/16 นักศึกษาปีแรกที่เป็นชาวผิวสีของมหาวิทยาลัยเพนซิเวเนียทั้งหมด ได้ถูกนำชื่อเข้ากลุ่มสนทนาGroupMe ที่มีการด่าทอ ข่มขู่คนผิวสี พร้อมมีการนัดวันกันจับนักศีกษาผิวสีแขวนคอ มหาวิทยาลัยกำลังตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ เบื้องต้นสืบได้ว่ากลุ่มแช็ตกลุ่มนี้เริ่มต้นจากรัฐโอกลาโฮมา มหาวิทยาลัยเพนซิเวเนียมีคนผิวขาวที่สนับสนุนทรัมป์เป็นจำนวนมาก



วันนี้ที่ Napa ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ฉันประสบเหตุการณ์กับตัวฉันเองเลย ที่ปั้มน้ำมันขณะที่ฉันยืนเติมน้ำมันอยู่ ชายผิวขาวคนหนึ่งกระโดดออกมาจากรถกระบะ เดินตรงไปที่รถคันหนึ่งที่มีผู้หญิงชาวเอเชียตัวเล็กๆ ชายผู้นี้เริ่มตะโกนใส่เธอ ฉันเริ่มหันไปฟัง เขากล่าว “เราชนะแล้ว รีบf*@# ออกไปจากประเทศของฉันซะ” เขาพูดซ้ำๆ อยู่อย่างนั้นขณะที่หญิงผู้น่าสงสารคนนั้นร่ำไห้อยู่ ยืนลักษณะตัวแข็งทื่อ ฉันรีบวิ่งไปหาเธอ และเอาแขนกอดเธอเอาไว้ และให้เธอหันมาที่ฉัน สิ่งที่ฉันคิดในหัวสมองก็คือ “ฉันขอโทษมากๆ เลย” ขณะที่เราทั้งคู่ร้องไห้ด้วยกัน ฉันรู้สึกว่าฉันช่างไร้ประโยชน์เสียจริง และชายคนนี้รวมด่าฉันด้วยเช่นกัน “เธอทั้งคู่นั่นแหละ f*@# ออกไปจากประเทศนี้ซะ” 



เพิ่งเจอประสบการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของฉันเลย!!! ระหว่างยืนเติมน้ำมันอยู่ มีชายผิวขาว 4 คนออกมาจากรถ โดยพวกเขาเริ่มพูดกันเรื่องเลือกตั้ง และเขาแสดงความรู้สึกว่าดีใจที่ไม่ต้องวุ่นวายกับพวก “นิโกร” (เป็นคำดูถูกคนผิวสี) อีก ขณะที่ฉันยืนอยู่คนเดียว มีชายคนหนึ่งจากสี่คนเดินมาที่ฉันแล้วพูดว่า “กลัวมากแค่ไหนล่ะ นังโสเภณีผิวดำ??? ผมควรจะฆ่าคุณเลยในตอนนี้ เสียดายอากาศที่คุณหายใจจริงๆ นะ! ฉันไม่ได้ตอบโต้อะไร เอาแต่ก้มหน้า....ชายผู้นี้พูดต่อไปอีกว่า “อะไรนะ หัวหนวกหรือไงนังนิโกร???” เขาพูด “คุณน่ะโชคดีแค่ไหนที่มีคนอยู่แถวนี้เยอะ ไม่งั้นผมจะฆ่าคุณตอนนี้เลย” ในตอนนี้น้ำตาของฉันมันเริ่มไหลไม่หยุด รู้สึกโมโหและสับสน.... นี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในอเมริกาจากนี้เป็นต้นไปใช่มั้ย?!!!



ขณะที่ผมจอดรถเติมน้ำมันเช้านี้ ชายกลุ่มหนึ่งตะโกนออกมา “ถึงเวลาแล้วที่ต้องออกจากประเทศนี้ไป อะปู!” ผมเป็นคนอินเดียที่ผิวค่อนข้างขาว และไม่ใช่คนตัวเล็ก ผมแต่งตัวแบบมืออาชีพ ผมพูดภาษาอังกฤษ นี่คือประเทศสหรัฐฯ ของเราในตอนนี้



ข้อความที่พ่นสีบนกำแพง “ทำอเมริกาให้เป็นประเทศของคนผิวขาวอีกครั้ง” พร้อมสัญลักษณ์สวัสดิกะ ที่เป็นสัญลักษณ์ของนาซี



นักศึกษาผิวขาวของมหาวิทยาลัย Southern Illinois University เพ้นท์หน้าเป็นสีดำ และมีธงที่เป็นสัญลักษณ์ของการเหยียดสีผิว อยู่เบื้องหลัง



ฉันเพิ่งเข้าใจถึงความงี่เง่าของอเมริกา ขณะที่ผมอยู่แถวดาว์นทาวน์ กลุ่มชายผิวขาวพากันมองไปที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ใส่กระโปรงที่กำลังยืนอยู่ ซึ่งเราจะเดินลงไปที่ซับเวย์ เมื่อเธอเดินผ่านชายคนผิวขาวกลุ่มนี้ ชายคนหนึ่งในกลุ่มพยายามจับต้องตัวเธอ หญิงคนนี้จึงตะโกนขึ้นมาและชายกลุ่มนี้กลับหัวเราะเยาะ กลุ่มคนและผมได้จัดการโยน 3 คนนี้ออกไปจากซับเวย์ที่ถนนวูด อเมริกาคิดว่าเรื่องลามกกลายเป็นเรื่องตลก



ว๊าว ผมกำลังรอลูกชายของผมในโรงเรียนอนุบาล และได้ยินเด็กหญิงและเด็กชายตัวเล็กๆ พูดว่าพวกเราเลือกทรัมป์ และพวกเขารุมกันแกล้งเด็กชายชาวอิสแปนิกที่เข้าแถวอยู่ โดยพูดว่า เด็กคนนี้เป็นชาวเม็กซิกัน และกำลังจะย้ายไปอยู่โรงเรียนอื่น และกำลังจะกลับประเทศเม็กซิโกไป ผมเห็นกับตาและได้ยินกับหู นี่คือโรงเรียนอนุบาลนะ 




เด็กที่สนับสนุนทรัมป์ทำกับลูกชายของฉันขนาดนี้ ฉันแทบจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว ลูกถูกเรียกว่าเป็นไอ้พวกเม็กซิกันงี่เง่า และเด็กชายคนนี้ยังบอกว่ารู้สึกตื่นเต้นจริงๆ ที่ทรัมป์จะส่งตัวลูกฉันกลับประเทศไป ครูบอกว่าถ้าลูกฉันสู้กลับจะถูกสั่งพักการเรียน ส่วนตำรวจบอกว่ามันเป็นเรื่องภายในโรงเรียน ตำรวจไม่ขอเกี่ยวข้อง
https://twitter.com/i/moments/796417517157830656



ชาวนิวยอร์กร่วมกันมาโพสต์ข้อความให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ซึ้งมากๆ เลย




ข่าวดี มีคนนำข้อความที่แสดงถึงความรัก ให้กำลังใจ และสนับสนุนซึ่งกันและกัน มาแปะไว้ทุกๆ หน้าล็อคเกอร์ (900+) ที่เชอร์รี่คลีกไฮสกูล ในเดนเวอร์ 


ชาวอเมริกันที่มีเชื้อชาติอื่นๆ ที่ไม่ใช่คนผิวขาว และหญิงมุสลิม แห่กันใช้โซเชียลมีเดียในการแชร์ประสบการณ์ที่เลวร้าย ไม่ว่าจะเป็นเหตุถูกทำร้าย ถูกด่าทอ ถูกข่มขู่ นับจากวันแรกที่ได้มีการประกาศว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ


หลายคนไม่เคยเชื่อมาก่อนว่าเหตุการณ์เลวร้ายแบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวของพวกเขาเอง หญิงมุสลิมที่สวมฮิญาบหลายคนมีความหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น จากการที่มีหญิงมุสลิมที่สวมฮิญาบหลายคนถูกทำร้ายและด่าทอ ทำให้หญิงมุสลิมบางคนตัดสินใจเริ่มถอดฮิญาบออกเพราะกลัวตกเป็นเป้าการโจมตี



และนี่แค่วันแรกที่มีการประกาศชัยชนะของทรัมป์ เหตุการณ์การใช้ความรุนแรงจากการเหยียดสีผิว เชื้อชาติ (Racist attack) ยังเลวร้ายได้ถึงขนาดนี้ แล้วถ้าทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการล่ะ เหตุการณ์จะเลวร้ายมากไปกว่านี้ขนาดไหน


ที่มาของข้อมูล -
1. Reports of racist attacks rise after Donald Trump's win
http://www.aljazeera.com/…/reports-racist-attacks-rise-dona…
2. Day 1 in Trump’s America
https://medium.com/@s…/day-1-in-trumps-america-9e4d58381001…
Nov 10 2016, 6:39 pm ET
3. Muslim Women Wearing Hijabs Assaulted Just Hours After Trump Win
http://www.nbcnews.com/…/muslim-women-wearing-hijabs-assaul…
4. Some Muslim Women Are Afraid to Wear the Hijab After Donald Trump’s Victory
http://motto.time.com/45…/muslim-women-unsafe-donald-trump/…
5. Racism piles up on ‘Day 1 In Trump’s America’ Twitter feed
http://www.nydailynews.com/…/racist-episodes-pile-day-1-tru…

Friday, November 11, 2016

อเมริกาแตกแยกหนักประท้วงเดือดเป็นวันที่ 2 แล้วที่ 'ไม่เอาทรัมป์'

11 พฤศจิกายน 2559 เวลา 08:39 น.












หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกันชนะเลือกตั้งขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 45 ชาวอเมริกันหลายพันคนในหลายเมืองใหญ่ซึ่งเป็นฐานเสียงของพรรคเดโมแครต ได้ออกมาชุมนุมประท้วงทันทีและต่อเนื่องจนถึงวันที่ 9 พ.ย. เนื่องจากไม่ยอมรับในตัวทรัมป์ที่มีแนวนโยบายเหยียดชาติพันธุ์ ต่อต้านมุสลิม และนโยบายการปิดรับผู้อพยพ ซึ่งรวมถึงการสร้างกำแพงชายแดนเม็กซิโก จนกลายเป็นกระแสความวิตกว่าสหรัฐกำลังเผชิญความแตกแยกครั้งใหญ่ที่ยากต่อการสมานรอยร้าว


รอยเตอร์ส รายงานว่า ผู้ประท้วงหลายพันคนเดินทางไปยังอาคารทรัมป์ทาวเวอร์ นครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นสถานที่จัดเวทีประกาศชัยชนะของทรัมป์ โดยผู้ประท้วงถือป้ายแสดงความไม่พอใจและตะโกน "(ทรัมป์) ไม่ใช่ประธานาธิบดีของเรา" ขณะที่ในเมืองโอ๊กแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ผู้ประท้วงราว 6,000 คน ปิดการจราจรและขว้างสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงเผาถังขยะใจกลางสี่แยก ทุบกระจกห้างร้าน และจุดพลุไฟ


นอกจากนี้ การประท้วงยังเกิดขึ้นในนครชิคาโก เมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน และเมืองซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน ซึ่งมีรายงานว่ามีผู้ถูกยิง 5 ราย ใกล้กับการประท้วงในซีแอตเติล แต่ตำรวจระบุว่าไม่เกี่ยวกับการประท้วงต่อต้านทรัมป์


อ่านข่าวทั้งหมดได้ที่ -
http://www.posttoday.com/analysis/world/464694
วีดีโอ - 
News ประท้วง "ทรัมป์" ลามทั่วสหรัฐ ช่อง NOW26

Wednesday, November 9, 2016

โดนัล ทรัมป์ชนะเลือกตั้งสหรัฐฯ พร้อมปราศรัยว่าอเมริกาต้องสมานบาดแผลจากความแตกแยก


โดนัล ทรัมป์ มหาเศรษฐีจากรัฐนิวยอร์ค วัย 70 ปี ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน ได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐฯคนที่ 45 เอาชนะฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งจากพรรคเดโมแครตด้วยคะแนนเสียง 276 ต่อ 218


ฮิลารี ไม่ได้ออกมาปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณะชนเพื่อกล่าวขอบคุณผู้สนับสนุนพรรคเดโมเครต เพียงแต่โทรหาทรัมป์เพื่อแสดงความยินดี ทรัมป์ได้กล่าวปราศรัยบนเวทีเพื่อขอบคุณผู้สนับสนุนโดยสัญญาว่าเขาจะเป็นประธานาธิบดีของชาวอเมริกันทุกๆ คน “ถึงเวลาแล้วที่อเมริกาต้องสมานบาดแผลจากความแตกแยก เราต้องมาร่วมมือกันระหว่างผู้สนับสนุนพรรคลิพับบริกัน ผู้สนับสนุนพรรคเดโมเครตและพรรคเสรี ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องรวมกันเป็นหนึ่งเดียว”


ก่อนหน้านี้โดนัล ทรัมป์ได้ปราศรัยโจมตีมุสลิมระหว่างการหาเสียง โดยได้ประกาศว่า ทรัมป์มีข้อเสนอให้รัฐบาลสหรัฐฯ ห้ามมุสลิมเข้าประเทศ จนกว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะสามารถหาข้อยุติหยุดการก่อการร้ายที่ชาวมุสลิมก่อในสหรัฐฯ ได้เสียก่อน แต่ทรัมป์กลับไม่เคยกล่าวปราศรัยโจมตีกลุ่มติดอาวุธพวกนิยมผิวขาว white supremacist สุดโต่ง ที่สนับสนุนทรัมป์ ที่คอยข่มขู่ เผามัสยิด ทำร้ายและสังหารมุสลิม และคนผิวสีแต่อย่างใด


คนผิวขาวส่วนมากพากันสนับสนุนทรัมป์ โดยเฉพาะพวก white supremacist ที่คิดว่าคนผิวขาวเหนือกว่าคนผิวสีอื่นๆ ปัญหาของความเกลียดชังของประชาชนในสหรัฐฯ ระหว่างผิวสีไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นมา แต่มันเกิดขึ้นมานานแล้ว ในช่วงประมาณ 15 ปีมุสลิมในสหรัฐฯ กลายเป็นเหยื่อของความเกลียดชังทางศาสนา ถูกพุ่งเป้าโจมตีมากขึ้น ช่วงการหาเสียงของทรัมป์ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ปราศรัยโจมตีชาวมุสลิม และชาวเม็กซิโก เป็นการเปิดไฟเขียวอย่างเป็นทางการให้พวก white Supremacist โดยเฉพาะกลุ่มที่นิยมความรุนแรงให้ด่าทอ ทำร้ายมุสลิม และเผามัสยิด เผาศูนย์เรียนศาสนาอิสลามมากขึ้น คนผิวสีเองก็ถูกคนผิวขาวด่าทอ และถึงกับเผาโบสถ์คนผิวสีที่มีอายุนับร้อยปี พร้อมพ่นฝาพนังให้เลือกทรัมป์ ซึ่งเหตุเกิดขึ้นไม่กี่วันก่อนการประกาศผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ


ตัวอย่างสดๆ ร้อนๆ ที่แสดงถึงความเกลียดชังจากผู้สนับสนุนทรัมป์ที่มีต่อมุสลิมและชาวผิวสีในสหรัฐฯ ก็คือ นักข่าวอิสระที่รายงานข่าวกีฬา โพสต์ในทวิตเตอร์ส่วนตัวภายใต้ชื่อ Simon Rowntree เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 59 ว่า “ผมอยู่ในฝูงชนที่สนับสนุนทรัมป์ในแมนฮัตตัน และผู้สนับสนุนหลายพันคนต่างตะโกนออกมาดังๆ ว่า ‘เราเกลียดพวกมุสลิม เราเกลียดคนผิวสี เราต้องการประเทศของเรากลับคืนมา’ น่าเกลียดจริงๆ”


ทรัมป์ไม่ใช่ประธานาธิบดีที่จะคอยสมานแผลของความแตกแยกในสังคมสหรัฐฯ แต่ทรัมป์จะทำให้กลายเป็นแผลที่เน่าเหวอะหวะ และอาจจะกลายเป็นแผลร้ายที่ไม่สามารถรักษาเยียวยาได้ อีกต่อไป


ข้อมูลคำปราศรัยของทรัมป์ –
Donald Trump wins: President-elect vows to unite America after most divisive campaign in US history
http://www.independent.co.uk/…/donald-trump-president-wins-…

Monday, November 7, 2016

+18 💔 เด็ก 6 คนเสียชีวิตและบาดเจ็บอีก 20 คนจากการถล่มโรงเรียนเตรียมอนุบาลโดยกองกำลังทหารของอัสซาด

ปกติเราจะเห็นเด็กวิ่งเล่นกันอย่างมีความสุข-สนุกสนาน ในโรงเรียนเตรียมอนุบาลหรือเนอสเซอรี่ แต่ในซีเรียเราเห็นเด็กๆ ต้องเสียชีวิตจากการวิ่งเล่น
Credit: AJ+





กองกำลังของรัฐบาลอัสซาดได้พุ่งเป้าโจมตีโรงเรียนเตรียมอนุบาลแห่งหนึ่งในฮาริสต้า ดามัสกัส สังหารเด็กชาวซีเรียไป 6 คนและบาดเจ็บอีก 20 คน ขณะที่เด็กๆ กำลังเล่นกันอยู่ในช่วงพักเรียนตอนเวลา 10.00 น. วันอาทิตย์ที่ 6 พ.ย. 2559 








ที่มา –
1. Video: AJ+
2. Slaughter in the playground: Six young children are killed on a break between lessons as 'President Assad's troops' bomb a Syrian nursery school.
http://www.dailymail.co.uk/news/article-3910134/Four-children-killed-25-injured-Assad-s-forces-bomb-NURSERY-school-Damascus.html

Saturday, November 5, 2016

มุสลิมในอินโดฯ เกือบ 2 ล้านร่วมประท้วงผู้ว่าจาการ์ต้าชาวคริสเตียนกรณีหมิ่นศาสนาอิสลาม















เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 59 มุสลิมเกือบ 2 ล้านคนมารวมตัวกันในกรุงจาการ์ต้าเพื่อร่วมกันประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินคดีกับผู้ว่าราชการจาการ์ต้า คือนายบาซากิ ทจาฮาจา ปูร์นาม หรือชาวอินโดฯ นิยมเรียกเขาว่าอาฮก ซึ่งเป็นคนจีนนับถือศาสนาคริสต์

อาฮกวิพากษ์วิจารณ์คู่แข่งทางการเมืองที่ใช้บทบัญญัติในคัมภีร์กุรอานมาโจมตีเขา ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการของกรุงจาการ์ต้าครั้งใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า เขาได้กล่าวปราศรัยต่อบรรดากลุ่มชาวประมงที่อาศัยอยู่ในเกาะต่างๆ ของอินโดฯ ในเดือนตุลาคม โดยความหมายของกุรอานที่เขาอ้างถึงระบุว่าชาวมุสลิมไม่ควรเลือกคนที่ไม่ใช่มุสลิมมาเป็นผู้นำ


การประท้วงเริ่มขึ้นจากการเริ่มละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิดอิสติกล้าลจาการ์ต้า ภายในไม่กี่ชั่วโมงมีมุสลิมมารวมตัวกันเกือบ 2 ล้านคน ร่วมเดินขบวนไปยังทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงจาการ์ต้า และทางการได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยถึง 18,000 นาย


ทางสำนักข่าวต่างประเทศเช่นซีเอ็นเอ็นรายงานข่าวว่า มีผู้ชุมนุม 200,000คน แต่ทางสำนักข่าวอารามะฮฺของอินโดนีเซียซึ่งส่งนักข่าวลงพื้นที่รายงานตั้งแต่ตอนเริ่มต้นของการประท้วง 4 พ.ย.หลังละหมาดวันศุกร์ จนจบการประท้วง รายงานว่า มีผู้ร่วมประท้วงเกือบ 2 ล้านคน


“อาฮกไม่ใช่มุสลิมแต่เขากลับลบหลู่คัมภีร์กุรอานของพวกเรา เขาไม่ต้องนำคัมภีร์กุรอานมาอ้าง โดยเฉพาะการแปลความหมายแบบผิดๆ ผมอ้อนวอนต่ออัลลอฮฺให้อาฮกเข้าคุก” นายมูฮัมหมัด ซาอิ๊ด หนึ่งในผู้ประท้วงกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์เอเยนซี่


แม้กระทั่งอาฮกกล่าวแสดงความเสียใจที่ทำให้ชาวมุสลิมไม่พอใจจากการกล่าวพาดพิงถึงคัมภีร์กุรอาน เขายังชอบเรียกตัวเองแบบขำๆ อยู่บ่อยครั้งว่า เขาเป็นกาเฟส (ผู้ปฏิเสธศรัทธา)


มีนักการศาสนาหลายท่านที่ได้ดูคลิปวีดีโอการปราศรัยของอาฮกที่พาดพิงคัมภีร์กุรอาน ทุกท่านมีความเห็นตรงกันว่า การปราศรัยของเขาเข้าเกณฑ์ผิดกฏหมายฐานหมิ่นศาสนาอิสลาม แต่นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันประท้วงทางกรมตำรวจไม่ได้เร่งดำเนินคดีแต่อย่างใดทั้งๆ ที่มีมุสลิมจำนวนมากแจ้งความเอาผิดกับอาฮก จึงทำให้มีชาวมุสลิมจำนวนมากเกิดความไม่พอใจร่วมกันออกมาประท้วงนับล้านคน


“มันไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้คนลุกฮือ ทำไมเมื่อเป็นกรณีของอาฮก กฎหมายนี้ถึงไม่ถูกนำมาใช้” ฟาฮฺรีย์ ฮัมซะฮฺ รองประธานสภา นักการเมืองชื่อดังจากพรรคการเมืองอิสลามพรรคหนึ่ง บอกกับผู้ประท้วง
ความโกรธเกรี้ยวต่ออาฮก ผู้ว่าการกรุงจาการ์ต้าคนที่สองที่เป็นชาวคริสต์แต่เป็นคนแรกจากชุมชนชาวจีนของประเทศนี้ ไม่ได้อยู่แค่ในเมืองหลวง การเดินขบวนเพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกันถูกจัดขึ้นทั่วเกาะชวาและในเมืองต่างๆ ไกลถึงเมืองมาคัสซาร์ในภาคตะวันออกของอินโดฯ


การที่อาฮกขึ้นมารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจาการ์ต้าได้ก็เพราะอดีตผู้ว่าฯ คนเก่าคือประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ซึ่งเป็นประธานาธิบดีคนปัจจุบันของอินโดฯ ได้มอบเก้าอี้ผู้ว่าให้กับอาฮก ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเป็นผู้ช่วยผู้ว่าราชการของนายวิโดโด


ตั้งแต่อาฮกมาเป็นผู้ว่าฯ ของจาการ์ต้า เขาส่งเสริมนโยบายที่จะนำเอา “หลักสูตรเพศศึกษา” มาจัดสอนในโรงเรียน, สนับสนุนให้การขายบริการทางเพศถูกกฏหมาย, ยุติโทษประหารสำหรับความผิดด้านยาเสพติด, ยกเลิกการบังคับเด็กนักเรียนมุสลิมให้สวมฮิญาบในโรงเรียน, ยกเลิกการห้ามขายสุราตามร้านค้าปลีก โดยที่เขากล่าวว่าไม่เห็นมีคนดื่มเบียร์ตายสักคน, มีการไล่ที่คนยากจนที่อาศัยอยู่บริเวณต่างๆ เช่นริมแม่น้ำ เพื่อทำแหล่งระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม, ห้ามมอเตอร์ไซด์วิ่งในถนนหลายบริเวณเพื่อแก้ปัญหารถติด, สนับสนุนกลุ่มอะฮฺหมัดดียะฮฺ โดยมีคำสั่งให้มีการก่อสร้างสถานที่ปฏิบัติศาสนาของกลุ่มขึ้นมาใหม่ใน Tebet หลังจากถูกสั่งปิดไป ซึ่งนโยบายเหล่านี้ทำให้มุสลิมเกิดความไม่พอใจอยู่แล้ว แต่พอมีคลิปวีดีโอที่กล่าวพาดพิงถึงคัมภีร์กุรอานทำให้มุสลิมจำนวนมากรู้สึกโกรธแค้นมากขึ้น


การประท้วงในช่วงกลางวันเป็นไปด้วยความสงบ แต่พอหลังจากร่วมละหมาดมักริบผู้คนเริ่มทะยอยกลับบ้าน แต่ความที่มีผู้ประท้วงเป็นล้านคนจึงไม่สามารถที่จะสลายตัวพร้อมกันได้ในทันที


หลังจากมีการร่วมละหมาดมักริบ มีมือที่สามที่เข้ามาปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ประท้วง เริ่มใช้ความรุนแรงด้วยการเริ่มจุดประทัด ใช้ท่อนไม้ไผ่ปะทะกับตำรวจ ปาก้อนหินและขวดใส่ตำรวจ จึงทำให้ตำรวจยิงแก๊สน้ำตา และใช้กระสุนยางยิงใส่ผู้ประท้วง แต่ทางสำนักข่าวของสื่อต่างๆ โดยเฉพาะสื่อตะวันตกพาดหัวข่าวว่า เป็นพวกมุสลิมหัวรุนแรงที่แฝงตัวในกลุ่มผู้ประท้วง

ฝ่ายตำรวจเองก็ไม่ได้ทำตามคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ Tito Karnavian และผู้บัญชาการทหาร Gatot Nurmantyo โดยมีคำสั่งให้หยุดยิงแก๊ซน้ำตา แต่ตำรวจก็ยังไม่หยุดยิงใส่ผู้ประท้วง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 คนและบาดเจ็บหลายสิบคน


ตัวแทนของผู้ประท้วงที่ยังอยู่ในบริเวณนั้นเดินทางไปยังหน้าทำเนียบ และได้พบกับรองประธานาธิบดียูซุฟ คัลลา รู้สึกตกใจมากที่จู่ๆ ตำรวจก็ยิงแก๊ซน้ำตาใส่ผู้ประท้วงที่อยู่บริเวณนั้น ทั้งผู้บังคับบัญชาการตำรวจ Tito และผู้บังคับบัญชาการทหารบก Gatot ต้องออกมาจากทำเนียบเพื่อสั่งให้หยุดยิง แต่ตำรวจกลับไม่เชื่อฟังคำสั่ง


มีกลุ่มหนึ่งที่ถือป้าย “กลุ่มติดอาวุธของมัสยิด Luar Batang ได้เคลื่อนขบวนไปถึงหน้าบ้านอาฮก แต่ต้องถอยกลับเมื่อพบกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำนวนมาก กลุ่มนี้จึงกลับมาที่ Luar Batang โดยพยายามโจมตีรถต่างๆ ที่ขับผ่านถนนที่พวกนี้ตั้งแกงค์กันอยู่ ส่วนทางตอนเหนือของจาการ์ต้าได้มีกลุ่มคนที่ปะทะกับตำรวจ และมีการปล้นสะดมร้านสะดวกซื้อและร้านค้าต่างๆ


ในวันเสาร์ที่ 5 พ.ย. โฆษกตำรวจ Gen. Boy Rafli Amar ได้แถลงการณ์ว่าชาย 15 คนที่ปะทะกับตำรวจและปล้นสะดมร้านค้า ไม่ได้เข้าร่วมประท้วงแต่อย่างใด “พวกนี้เป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบๆ บริเวณนั้น รวมทั้ง Muara Baru (ตอนเหนือของจาการ์ต้า) ที่หาผลประโยชน์กับการประท้วงเพื่อก่อเหตุความรุนแรงและปล้นสะดม”


ที่มา -
1. Indonesian President cancels Australia trip after violent protests
2. Millions of Muslims from various cities in Indonesia demanded Ahok’s arrest.
https://www.arrahmah.com/…/foto-jutaan-ummat-islam-dari-ber…
3. Indonesia: Thousands rally against blasphemy in Jakarta
http://www.aljazeera.com/…/indonesia-thousands-rally-blasph…
4. Ahok: loved and hated governor of Jakarta
http://indonesiaatmelbourne.unimelb.edu.au/ahok-loved-and-…/
4. เดือด! มุสลิมอิเหนาหลายหมื่นประท้วงไล่ “ผู้ว่าฯ จาการ์ตา” ฐานหมิ่นศาสนา
http://www.manager.co.th/around/ViewNews.aspx…
5. Penjaringan looting group not from anti-Ahok rally: Police
http://www.thejakartapost.com/…/penjaringan-looting-group-n…
6. Police officers were ignored the order of Police Chief.
https://www.arrahmah.com/…/gpnf-mui-perintah-kapolda-hentik…
7. RALLY ORGANIZER BLAMES VIOLENCE ON 'PROVOCATEURS'
http://www.thejakartapost.com/…/rally-organizer-blames-viol…

Friday, November 4, 2016

💔 กองกำลังนาโต้โจมตีทางอากาศสังหารประชาชนมากกว่า 30 คนในอัฟกานิสถาน



กองกำลังนาโต้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศทิ้งระเบิดใส่คุนดุซ ประชาชนเสียชีวิตมากกว่า 30 บาดเจ็บอย่างน้อย 25 คนเพื่อแก้แค้นตอลิบันที่สังหารทหารอเมริกัน 2 นาย

เจ้าหน้าที่อัฟกานิสถานกล่าวว่า กองกำลังนาโต้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ สังหารประชาชนชาวอัฟกานิสถานไปอย่างน้อย 30 คนรวมทั้งผู้หญิง เด็กเล็ก และทารกที่มีอายุน้อยที่สุดเพียงแค่ 3 เดือนในจังหวัดคุนดุซ Kunduz

เหตุปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของกองกำลังนาโต้เกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสที่ 3 พฤจิกายน 2559 โดยผู้สื่อข่าวอัลญะซีเราะฮฺอับดุลลอฮฺ ชะฮูด Abdullah Shahood รายงานข่าวจากกรุงคาบูลว่า หน่วยคอมมานโดอัฟกานิสถานและกองกำลังนาโต้โรยตัวลงจากเฮลิคอปเตอร์ 2 แห่งในคุนดูซ รวมทั้งหมู่บ้านบูซ กานดาฮารีย์ Boze Qandahari ประมาณ 3 ก.ม.ทางเหนือของคุนดุซ 


“กองกำลังอัฟกันถูกโจมตีโดยตอลิบันในพื้นที่ เป็นเหตุให้มีการเรียกการปฏิบัติโจมตีทางอากาศเข้ามาแทรกแซง” ชะฮูดกล่าว ส่งผลให้ทหารอเมริกา 2 นายเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ 4 นาย แต่ทางตอลิบันแถลงการณ์ว่าได้สังหารทหารอเมริกาไป 16 นาย

ชะฮูดรายงานข่าวถึงประชาชนที่เสียชีวิตว่า “ผู้เสียชีวิตเกือบทั้งหมดเป็นผู้หญิง เด็กๆ และทารกที่มีอายุน้อยที่สุดเพียงแค่ 3 เดือน”

นายมะฮฺมูด เดนิช โฆษกประจำจังหวัดกล่าวว่า “กองกำลังอัฟกันและกองกำลังพันธมิตรได้รบร่วมกันเพื่อต่อสู้กับตอลิบัน และได้ส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิต 30 คนและบาดเจ็บ 25 คน” นายเดนิชกล่าวกับสำนักข่าว AFP เอเยนซี่

ชาวบ้านในคุนดุซกล่าวกับสำนักข่าวอัลญะซีเราะฮฺว่า จำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่าที่ทางการระบุเอาไว้
ดร.มูฮัมหมัด นาอีม มังกูล Dr Muhammad Naim Mangal ผู้อำนวยการโรงพยาบาลในคุนดุซกล่าวว่า ทางโรงพยาบาลได้รับศพชายหนึ่งคน เด็กอีก 1 คน และให้การรักษาประชาชน 30 คนรวมทั้งเด็กๆ ที่บาดเจ็บจากการที่กองกำลังพันธมิตรต่อสู้กับตอลิบัน

ญาติๆ ของผู้เสียชีวิตโกรธแค้นที่ต้องเสียสมาชิกในครอบครัวไป  จึงร่วมกับชาวบ้านเดินประท้วงด้วยการนำโลงศพของผู้เสียชีวิตไปที่ทำการผู้ว่า

“พวกเขาตะโกนว่า “อเมริกาจงหายนะ” “ประธานาธิบดีจงหายนะ” (อัชราฟ กานีย์) และพวกเขาสาบานว่าจะมีการแก้แค้น” ชาฮูดกล่าว

“ชาวบ้านนอนหลับกันอยู่ในบ้าน ตอลิบันเริ่มต่อสู้กับกองกำลังพันธมิตรและหน่อยคอมมานโด  ผมได้ยินเสียงระเบิดถล่มจากเครื่องบินทั้งคืน” ชาวบ้านคนหนึ่งเล่าถึงเหตุการณ์

“ประชาชนประมาณ 50 คนเสียชีวิต และผู้บาดเจ็บมีประมาณ 40 – 50 คน เด็กพวกนี้ทำอะไรผิด?  ผมต้องการเรียกร้องความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิตทั้งหมด”

กองกำลังนาโต้ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันถึงการปฏิบัติโจมตีทางอากาศที่คุนดุซ เพื่อปกป้อง “กองกำลังพันธมิตรที่ถูกตอลิบันโจมตี” และสัญญาว่าจะมีการสืบสวนสอบสวนเรื่องการเสียชีวิตของพลเรือน

เหตุการณ์ที่พลเรือนเสียชีวิตโดยทหารอเมริกันและกองกำลังพันธมิตรไม่ใช่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2559 ทหารอัฟกัน ร่วมกับทหารอเมริกันบุกโจมตีบ้านหลังหนึ่งที่ตะวันออกของจังหวัดโลการ์ Logar ซึ่งอ้างว่าสมาชิกกลุ่มอัลกออิดะฮฺอาศัยอยู่  แต่บ้านหลังนั้นกลับเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ชาวอัฟกัน ซึ่งได้สังหารโหดสมาชิกในบ้าน 12 คนรวมถึงเด็ก 3 คน


ที่มา -
Afghan civilians killed in NATO air strike in Kunduz
http://www.aljazeera.com/news/2016/11/afghan-civilians-killed-nato-air-strike-kunduz-161103125808035.html
Twelve Die in Coalition Raid in Afghanistan
http://www.wsj.com/articles/afghan-civilians-killed-in-raid-1460825525

Tuesday, November 1, 2016

💔 ทั้งหญิง เด็กและชายชาวโรฮิงญาผู้บริสุทธิ์ถูกทหารและตำรวจพม่าฆ่าอย่างเหี้ยมโหดเกินมนุษย์

⚠ (คำเตือน! มีภาพรุนแรงต่อความรู้สึก ในคลิปวีดีโอ)


ประชาชนชาวโรฮิงญาผู้บริสุทธิ์ถูกทหารพม่าสังหารอย่างเหี้ยมโหด 30 ต.ค. 59


ตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค. เป็นต้นมาทั้งเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจพม่าได้สังหารชาวโรฮิงญาผู้บริสุทธิ์ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง เด็กและผู้ชายชายมากกว่า 200 คนอย่างเหี้ยมโหด  มีการจับกุมทั้งหญิง ชาย และไม่เว้นแม้กระทั่งจับกุมเด็กชาวโรฮิงญาที่อายุต่ำกว่า 10 ปีไป 7 คน  มีการทรมานระหว่างการจับกุม หลายคนเสียชีวิตระหว่างการจับกุม

 

ผู้หญิงชาวโรฮิงญามากกว่า 30 คนรายงานกับองค์กรสิทธิมนุษยชนว่า ถูกทหารและตำรวจพม่าข่มขืนอย่างโหดร้าย มีการเผาบ้านชาวโรฮิงญาและขโมยของมีค่าร่วมกับพุทธพม่าหัวรุนแรง ชาวบ้านโรฮิงญาจากหลายหมู่บ้านถูกเจ้าหน้าที่ไล่ออกจากบ้าน พวกเขาต้องไปแอบซ่อนตัวตามทุ่งนา ที่เมืองหม่องดอว์  

 

ณ ตอนนี้การจับกุมชาวโรฮิงญาผู้บริสุทธิ์ลามไปถึงเมืองบูติด่อง รัฐยะไข่  หลังเหตุการณ์ที่มีกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญากลุ่มหนึ่ง บุกโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจพม่าที่ประจำฐานรักษาการณ์ชายแดน 3 แห่ง ใกล้เมืองหม่องดอว์ รัฐยะไข่ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 9 นาย ส่วยฝ่ายกลุ่มติดอาวุธเสียชีวิต 8 ราย เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2559 


ที่มา -  
Dozens of rapes reported in northern Arakan State

http://arakanna.com/wp_arakanna/en/?p=5381

 

http://www.myanmarobserver.com/index.php/news/rohingya-news/364-seven-children-arrested-in-nga-sa-gru


 

“ปทท.ไทย อีก 3 เดือนเราเจอกัน” ทหารยิวโพสต์ในอินสตาแกรม

  ทหารอิสราเอลโพสต์รูปเซลฟี่ในอินสตาแกรม ที่ถ่ายหน้าบ้านของเศรษฐีในกาซ่าที่พวกมันจุดไฟเผา ในพื้นที่มูซาเบะฮ์ ตอนเหนือของราฟะฮ์ พร้อมแคปชั่น ...