Showing posts with label อิสลามโมโฟเบีย. Show all posts
Showing posts with label อิสลามโมโฟเบีย. Show all posts

Tuesday, April 29, 2025

โหดเกินมนุษย์! ผู้ก่อการร้ายกระหน่ำแทงมุสลิมถึง 50 ครั้งในมัสยิดที่ฝรั่งเศส ขณะก้มศีรษะบนพื้น สาธิตการละหมาด

 



อบูบักร์ หนุ่มมาลี สัญชาติฝรั่งเศสวัย 22 ปีถูกผกร.กระหน่ำแทงขณะสาธิตวิธีละหมาดตอนก้มศีรษะบนพื้น

โอลิเวีย เฮช. ผู้ก่อการร้ายสัญชาติฝรั่งเศส วัย 21 ปี เข้ามามัสยิดขณะ อบูบักร์อยู่คนเดียว โกหกว่าสนใจอิสลาม พออบูบักร์สาธิตวิธีละหมาด ก็ลงมือกระหน่ำแทงถึง 50 ครั้ง ตะโกน “ผมทำสำเร็จแล้ว“ แถมโพสต์คลิปตอนที่อบูบักร์นอนจมกองเลือดลงในแอปสแนปแชต







โอลิเวีย เฮช. ผู้ก่อการร้ายสัญชาติฝรั่งเศส วัย 21 ปี ครอบครัว มาจากบอสเนีย (ไม่ใช่มุสลิม) เดินใส่รองเท้าย่ำเข้ามาในมัสยิด  ขณะที่ นาย อบูบักร์ ซิดส์  ชาวมาลี สัญชาติฝรั่งเศส อายุ 22 ปี  ทำงานเป็นช่างไม้ แต่มาเป็นอาสาสมัครทำความสะอาดให้มัสยิด ตอนนั้นกำลังอยู่คนเดียวในมัสยิด และเพิ่งทำความสะอาดเสร็จ  ดูเหมือนผู้ก่อการร้ายแกล้งทำท่าหลงทางและทำเป็นไม่คุ้นเคยกับศาสนาอิสลาม  


กล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่าชายทั้งสองคุยกันอย่างสุภาพในตอนแรก หลังจากนั้นไม่กี่นาที ผู้ก่อการร้ายก็ออกไป นั่งบนม้านั่งข้างนอก สูบบุหรี่ และดูมือถือของเขา ไม่กี่วินาทีต่อมา เขากลับเข้ามายังมัสยิดและสนทนากับ อบูบักร์ ต่อ  ซึ่งเขาแกล้งทำเป็นสนใจเข้ารับอิสลาม 


อบูบักร์จึงละหมาดโชว์ผู้ก่อการร้ายว่า มุสลิมเขาละหมาดกันยังไง  ขณะที่เขากำลังก้มศีรษะบนพื้นในท่าสูยูด ผู้ก่อการร้ายก็ชักมีดที่ใช้ในครัวขนาดใหญ่ออกมา และจ้วงแทงอบูบักร์ถึง 50 ครั้ง ด้วยการจ้วงแทงไปที่ท้อง แขน ใบหน้า ขา และหลัง อบูบักร์จึงล้มลงบนพรม ไม่สาแก่ใจ ผู้ก่อการร้ายยังคงทุบตีเขาต่อไป ผู้ก่อการร้ายยังถ่ายคลิปเอาไว้ พร้อมตะโกนว่า “ผมทำสำเร็จแล้ว” และด่าทออัลลอฮฺพระผู้เป็นเจ้า  แล้วเผยแพร่คลิปตอน อบูบักร์ นอนทุลนทุลายใกล้จะสิ้นลม ลงในสแนปแชต  จากนั้นก็หนีไป 


มุสลิมที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นมาพบศพเขานอนเลือดท่วมตัวในช่วงตอนกลางวันของวันเดียวกัน โดยเหตุการณ์โศกนาฎกรรมนี้เกิดขึ้นที่มัสยิดในหมู่บ้านของ La Grand-Combe, jAlès, Gard ตอนใต้ของฝรั่งเศส  วันศุกร์ที่ 25 เม.ย. 2025


นาย ฟร็องซัว บายรู นายกฝรั่งเศสประณามเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า เป็นการกระทำที่เหี้ยมโหดจากการเกลียดชังอิสลาม 


ประธานาธิบดี "เอ็มมานูเอล มาครง" ผู้นำฝรั่งเศส ออกมาโพสต์ข้อความหลังจากเหตุเกิดผ่านไปได้ 2 วัน โดยโพสต์บน X ว่า "การเหยียดเชื้อชาติและความเกลียดชัง ที่เกิดจากแรงจูงใจทางศาสนา จะไม่มีวันเกิดขึ้นในฝรั่งเศสเด็ดขาด!!"


จึงทำให้ประชาชนรวมทั้งนักการเมืองออกมาชุมนุม 2000 คน ร่วมกันรำลึกถึง อบู บักร์ และประท้วงการทำงานของตร.ที่ล่าช้า ไม่มีการจับกุมเกิดขึ้น 


ล่าสุด วันที่ 28 เม.ย. ผู้ก่อการร้ายออกมามอบตัวที่โรงพักในอิตาลี รอส่งผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีในฝรั่งเศส  แต่รัฐบาลฝรั่งเศสประกาศชัดเจนเลยว่า จะไม่มีการดำเนินคดีเขาในข้อหาก่อการร้าย  แต่อย่างใด


สรุปเหยื่อผู้ตายเป็นมุสลิม คนร้ายไม่ใช่คนมุสลิม ฆ่าคนมุสลิมอย่างเหี้ยมโหด แถมโพสต์ลงโซเชียลมีเดียคลิปที่เขาแทงมุสลิมยับ 50 แผล พร้อมเยาะเย้ยด่าทอพระผู้เป็นเจ้า แต่ไม่เข้าค่ายก่อการร้ายเลยสักนิด……. แต่ในทางกลับกัน  ลองคิดดูว่าถ้าคนร้ายเป็นมุสลิมและจ้วงแทงยิวอย่างเหี้ยมโหดในโบสถ์ยิว  แน่นอนมุสลิมคนนั้นต้องถูกดำเนินคดีก่อการร้ายอย่างไม่ต้องสงสัย และข่าวทั่วโลกจะประโคมให้เกลียดชังศาสนาอิสลามมากขึ้น 24/7 อย่างแน่นอน แต่ข่าวนี้เหยื่อเป็นมุสลิม สื่อกระแหลัก กลับพากันเงียบกันเป็นเป่าสาก


The Guardian






Sunday, February 20, 2022

“ถึงแม้จะเกิดเหตุการณ์คอขาดบาดตายยังไง เราก็จะไม่ยอมถอดฮิญาบ” นร.มัธยมหญิงมุสลิมชาวอินเดีย


โรงเรียนมัธยมหญิงซึ่งเป็นรร.รัฐบาลที่ชิราลาคอปปา รัฐกรณาฏกะ ยังห้ามเด็กนักเรียนหญิงมุสลิมเข้าโรงเรียน ขณะที่สวมฮิญาบ โดยอ้างคำสั่งชั่วคราวของศาลสูงของรัฐกรณาฏกะ เด็กนักเรียนจึงเล่าให้นักข่าวฟังด้วยความน้อยใจว่า ยอมทุกอย่าง พอมีงานของศาสนาฮินดูก็ช่วยงานตลอด มุสลิมไม่เคยขอละหมาดที่โรงเรียนด้วยซ้ำไป ไม่ให้สวมนิกอบ (ปิดหน้า) ในโรงเรียน เราก็เปิดหน้า แต่พอทำไมเราขอใส่ฮิญาบต่อ ถึงไม่ให้ ทั้งๆ ที่เราใส่มาเรียนตลอด เด็กพูดด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวว่า ถึง “แม้จะเกิดเหตุการณ์คอขาดบาดตาย น้องก็จะไม่ยอมถอดฮิญาบแน่” 



Cr: Undefeated Faith 


#HijabIsFundamentalRight

#HijabRow

#HijabisOurRight 


 

Wednesday, November 17, 2021

เกิดเหตุโจมตีมัสยิด 3 แห่งในฝรั่งเศสภายในวันเดียวกัน


มัสยิด 3 แห่งตกเป็นเป้าโจมตีของกลุ่มขวาจัดที่เกลียดชังอิสลามในฝรั่งเศส ซึ่งมัสยิดถูกพ่นสีสเปรย์เป็นรูปไม้กางเขน และมีข้อความด่าทอศาสนาอิสลามบนพนังของมัสยิดในเมือง Montlebon, Pontarlier และ Roubaix ตอนค่ำของวันเสาร์(6/11/21) ที่ผ่านมา 


มัสยิดทั้ง 3 แห่งได้รับการดูแลโดยตุรกีอิสลามสหภาพกรมการศาสนา  (DITIB) ในฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสมาคมมุสลิมตุรกีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ


“เราขอประณามการโจมตีที่น่ารังเกียจ และเราขอให้คนในชุมชนเจอแต่สิ่งที่ดีๆ เราขอขอบคุณกองกำลังความมั่นคงและทางการฝรั่งเศสสำหรับความร่วมมือ และชาวฝรั่งเศสที่ให้การสนับสนุนเรา  เราขอเรียกร้องให้ผู้คนมีความสามัคคีกันในการต่อต้านการกระทำที่มุ่งทำลายความสงบสุขของประชาชนในประเทศ เราขอให้พวกคุณมีความสุขุมรอบคอบเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ผู้ไม่หวังดีทำการปลุกปั่นหลายต่อหลายครั้ง” องค์กร DITIB กล่าวในคำแถลงการณ์


เหตุการณ์อิสลามโมโฟเบียในฝรั่งเศสเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อ้างจากศูนย์เฝ้าสังเกตการณ์อิสลามโมโฟเบีย เกิดเหตุมุสลิมถูกทำร้ายถึง 235 ครั้งในฝรั่งเศสเมื่อปีที่แล้ว (2020) เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2019 มีรายงานมุสลิมถูกทำร้าย 154 ครั้งพุ่งสูงขึ้นถึง 53% 


เหตุการณ์อิสลามโมโฟเบียส่วนใหญ่เกิดขึ้นในอิล เดอ ฟรองซ์ (Ile De France), โรนาลป์  Rhones-Alpes และ ปากา Paca ซึ่งการที่พวกเกลียดชังศาสนาอิสลาม ด้วยการโจมตีมัสยิดพุ่งสูงถึง 35% ภายในปีเดียว


ที่มา:

https://www.dailysabah.com/world/europe/islamophobic-attackers-target-3-mosques-in-france

Cr: รูป DOAM 


 

Saturday, October 9, 2021

ครูอเมริกันกระชากฮิญาบด.ญ.มุสลิมป.2 ต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้น กลางห้องเรียน


 




สุมัยยะฮ์เป็นเด็กนักเรียนหญิงมุสลิมประถมปี 2 วัย 7 ขวบ อยู่ในสภาพหวาดกลัวไม่ยอมกลับไปเรียนหนังสือต่อ หลังครูประจำชั้นชื่อทามาร์ เฮอร์แมน Tamar Herman ของโรงเรียนประถม Seth Boyden ที่เมเปิลวูด ในนิวเจอร์ซีย์  ดึงฮิญาบเด็กกลางห้องเรียน สุมัยยะฮ์พยายามจับมันเอาไว้ แต่ครูก็กระชากฮิญาบออกไปจากศีรษะเด็กได้  ทำให้เพื่อนร่วมชั้นเห็นผมของเด็ก


“ครูเดินไปที่ลูกฉันแล้วบอกว่า ‘ใส่สิ่งนี้มาโรงเรียนไม่ได้นะ’ ขณะที่สุมัยยะฮ์พยายามจับฮิญาบเอาไว้ แล้วร้องว่า ‘ไม่! นีมันเป็นผ้าฮิญาบของหนู’ ” นางไซหนับวัยยาด Zaynab Wyatt เล่าให้นักข่าวของ PIX11 ฟัง พร้อมเรียกร้องให้โรงเรียนไล่ครูคนนี้ออกไป 


จากนั้น เด็กบอกกับแม่ว่า ไม่ต้องการที่จะใส่ฮิญาบอีกต่อไป เพราะหวาดกลัวว่าจะเจอกับเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้อีก


อิบติฮ๊าด มูฮัมหมัด นักกีฬาโอลิมปิกฟันดาบชาวอเมริกันที่ใส่ฮิญาบแข่งขัน โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัวถึงเรื่องนี้ ทำให้มีชาวอเมริกันโดยเฉพาะมุสลิมจำนวนมากออกมาเรียกร้องให้ทางโรงเรียนรับผิดชอบในเรื่องที่เกิดขึ้น


ตั้งแต่เหตุการณ์ที่ครูกระชากฮิญาบเด็ก ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันพุธที่ 6 ตุลาคม 2021  นางไซหนับบอกว่า ทางโรงเรียนยังไม่เคยติดต่อนางกลับมาเลย 


ส่วนทางทนายของโรงเรียนบอกว่า เหตุการณ์นี้ไม่เป็นความจริง100เปอร์เซนต์  ด้านทนายของครอบครัวนางไซหนับเองได้ยืนยันว่า มีเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกัน ที่ครูเลือกปฏิบัติเกิดขึ้นกับนักเรียนคนอื่นๆ เช่นกัน  ทนายยังเน้นย้ำว่า จะมีการจัดแถลงข่าวภายในสัปดาห์หน้านี้ 


ส่วนนายแอนดรูว์ ลาโมส นักข่าวของ PIX11 รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า ทางตำรวจจะดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์นี้ ซึ่งถือว่าเป็นคดีอาชญากรรม


อ้างอิง:


https://youtu.be/Z5QmBi8dPWQ



Saturday, February 27, 2021

ชุมชนของเมือง San Javier ประณามเหตุโจมตีมัสยิดในสเปน

 





ผู้อยู่อาศัยและเจ้าหน้าที่ในเมือง San Javier เมืองเล็ก ๆ ของสเปน ประณามการโจมตีอย่างรุนแรงต่อมัสยิดที่เกิดขึ้นในเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา 


อ้างจากสื่อท้องถิ่น เวลาประมาณตี 4 ของวันอาทิตย์ 21 กุมภาพันธ์ 2021 ชาวบ้านคนหนึ่งได้ยินเสียงระเบิดใกล้มัสยิด


"ฉันเป็นโรคนอนไม่หลับ ฉันจึงนั่งสูบบุหรี่อยู่ในอพาร์ตเมนต์ของฉัน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เกิดเหตุระเบิดขึ้น ฉันได้ยินเสียงดังและรับรู้ได้ถึงพื้นที่สั่นสะเทือน" Francisca Chuecos เล่าให้ La Verdad ซึ่งเป็นสำนักข่าวท้องถิ่นฟัง


หลังจากฉันเห็นเปลวไฟและควันดำ รีบวิ่งไปเตือนเพื่อนบ้าน และโทรแจ้งตำรวจ ซึ่งหน่วยดับเพลิงมาถึงเร็วพอที่จะดับเปลวไฟได้ก่อนที่จะมีการลุกลามเข้าไปในตัวอาคารมัสยิด  ทั้งไฟไหม้และแรงระเบิดทำให้หน้าต่างและส่วนหน้าของอาคารได้รับความเสียหาย


ตำรวจคาดว่า มีผู้กระทำความผิดอย่างน้อยหนึ่งคน แต่ยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้ และมีการพ่นสีสเปรย์ "ความตายจงมีต่อศาสนาอิสลาม" ไว้ที่หน้าต่างของมัสยิดจากนั้นคนร้ายจุดไฟเผากระป๋องสีสเปรย์ จนทำให้เกิดการระเบิดขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นไปได้ว่า คนร้ายมีเจตนาที่จะให้ไฟไหม้มัสยิดวอดทั้งหลัง 


การโจมตีมัสยิดในครั้งนี้ ทำให้สมาชิกหลายคนในชุมชนที่เป็นพหุวัฒนธรรม รู้สึกงงงวยและเกิดความคับแค้นใจ 


“ทั้งชาวสเปนและชาวมุสลิมไม่เคยมีปัญหาอะไรกันมาก่อน เราทุกคนล้วนเคารพซึ่งกันและกัน” นายมูฮัมหมัด มะฮ์ดีย์ ผู้ซึ่งอาศัยอยู่ในชุมชนนี้มานานมานับสิบปี กล่าวกับสำนักข่าว La Verdad


บราฮิม รูบีย์ อิหม่ามประจำมัสยิด เห็นด้วยกับคำพูดของนายมูฮัมหมัด พร้อมเสริมว่าชุมชนเราต่างมีความโอบอ้อมอารีและช่วยเหลือซึ่งกันและกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรและชาวมุสลิมก็เป็นที่ยอมรับในชุมชนมาโดยตลอด


"ผมค่อนข้างกังวล เพราะเราไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่า จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น แต่ผมมั่นใจว่ามันจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบครั้งเดี่ยวๆ” อ้างจากสำนักข่าว La Verdad


“ใครก็ตามที่ต้องการโจมตีชุมชนที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติของเราจะไม่มีวันบรรลุเป้าหมายไปได้”


เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเมือง San Javier ซิตี้ ฮอล์ ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีมัสยิดที่รุนแรง และยืนยันว่าชุมชนมีความภาคภูมิใจใน "วิถีชีวิตของ San Javier ที่มีความกลมเกลียวกัน และมันได้กลายเป็นเมืองที่มีการผสมผสานระหว่าง 2 วัฒนธรรมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา"


เมื่อเร็ว ๆ นี้สเปนได้เปิดการสอบสวนกรณีพรรคขวาจัด ที่มีการแสดงความคิดเห็นสร้างความเกลียดชังต่อชาวมุสลิม


ชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่ในสเปนมีประมาณ 2.1 ล้านคน โดยประมาณ 100,000 คนอาศัยอยู่ในทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของมูร์เซีย (Murcia)



ที่มา:


https://www.dailysabah.com/world/europe/community-condemns-attack-on-mosque-in-spain



Friday, November 13, 2020

เกิดเหตุลอบวางเพลิงมัสยิดในฝรั่งเศส



มีชายนิรนามย่องเข้ามายังมัสยิดแห่งหนึ่งตอนกลางคืนของวันเสาร์ (31 ต.ค.) ในชาร์ตูร์ดัน Chateaudun ฝรั่งเศส อีหม่ามของมัสยิดกล่าว


นายฟาเตี๊ยะฮ์ ซากิร์ Fatih Saikir ขององค์กร The General Secretary of Islamic Confederation National Opinion (CIMG) เล่าว่า มีคนราดน้ำมันเบนซินที่หน้ามัสยิดและจุดไฟเผา แต่ก็สามารถดับไฟได้ โดยไม่ได้เกิดเพลิงลุกไหม้ลามไปยังอาคารของมัสยิด มีอาคารได้รับความเสียหายบางส่วน แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ


ทางมัสยิดเองก็ได้โทรแจ้งตำรวจ และตำรวจก็เดินทางมาที่มัสยิด และดำเนินการสอบสวน ตำรวจได้ออกแถลงการณ์ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นการพยายามลอบวางเพลิง และจะมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในการสอบสวนสืบสวน


ที่มา: 

https://www.aa.com.tr/en/world/arson-attack-targets-mosque-in-france/2026637




📣📌 ข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้:

เหตุก่อการร้ายฆ่าตัดคอที่โบสถ์ในเมืองนีช เป็นการจัดฉากโดยรัฐบาลมาครง (1/2)


https://www.facebook.com/1072860619570646/posts/1450114088511962/


(2/2)


https://www.facebook.com/1437750509852666/posts/2427195150908192/?d=n

Monday, October 5, 2020

ศาลออสซี่สั่งจำคุกคนร้ายที่ทั้งรัวหมัดถึง 14 ครั้ง และกระทืบซ้ำหญิงมุสลิมท้องแก่แค่ 3 ปี





🎬  ดูวีดีโอ: https://www.facebook.com/1072860619570646/posts/1426239400899431/



เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2020 ณ ศาลแขวง Parramatta ผู้พิพากษา Christopher Craigie at Parramatta District Court ได้พิจารณาโทษผ่านระบบวิดีโอที่เชื่อมต่อกับเรือนจำ สั่งจำคุกนาย Steven Lozina เป็นเวลา 3 ปี  โดยจำเลยได้ชกนาง Rana Elasmar วัย 32 ปีถึง 14 หมัด “เป็นการชกที่รุนแรงและเร็วมาก” โดยเหยื่อไม่มีโอกาสได้ตั้งตัว


เหตุทำร้ายร่างกายเพราะความเกลียดชังคนมุสลิมเกิดขึ้นตอนกลางคืนของวันที่ 20 พฤศจิกายน 2019 นาย Lozina จำเลยวัย 44 ปีได้เข้าไปที่ร้าน Bay Vista Cafe ถนน Church St. ย่าน Parramatta เขต Parramatta และเดินตรงเข้าไปที่โต๊ะที่นาง Elasmar และเพื่อนหญิงอีก 2 คนนั่งทานอาหารกันอยู่ จากนั้นนาย Lozina ได้เลือกลงมือชกนาง Elasmar ที่ท้องแก่อย่างรุนแรงถึง 14 ครั้ง  จนกระทั่งนางล้มลงนอนกับพื้น คนร้ายยังได้เข้าไปกระทืบนางต่ออีก นางพยายามนอนตัวงอ เพื่อปกป้องลูกในครรภ์ไม่ให้ถูกแตะ โดยเอาส่วนอื่นของร่างกายรับหมัดและเท้าของนาย Lozina แทน


หลังจากเหตุการณ์สุดช็อคผ่านไปประมาณครึ่งเดือน นาง  Elasmar ได้คลอดบุตรชายที่มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์


คนร้ายอ้างว่าเขาโมโหที่เดินเข้าไปขอเงินแล้วนาง Elasmar และเพื่อนไม่ให้เงิน แถมใช้คำหยาบคายด่ามุสลิม  ซึ่งก่อนหน้าทำร้ายนาง Elasmar เพียง 1 อาทิตย์  นาย Lozina เคยเดินตามและด่าทอหญิงมุสลิมที่สวมฮิญาบ 2 คนที่เดินซื้อของในห้าง Bankstown Shopping Centre 


นาย Lozina อ้างว่าเขาเป็นโรคจิตเภทหวาดระแวงเรื้อรัง (chronic paranoid schizophrenic) เขารู้สึกเสียใจต่อสิ่งที่ได้ทำลงไป และรู้ว่าตัวเองเป็นอันตรายต่อการออกไปอยู่ในที่สาธารณะ ตัวเขาเองเหมาะสมกับการอยู่ในโรงพยาบาล 


ถึงแม้นาย Lozina เป็นอันตรายต่อสังคม และมีคดีทำร้ายร่างกายมาหลายคดีแล้ว  แต่ศาลก็ยังเมตตา กลับให้สิทธิ์จำเลยทำเรื่องขอปล่อยตัวอย่างมีทัณฑ์บนได้หลังจำคุกไปแล้ว 2 ปี


นักข่าวถามนาย Azzam Elasmar สามีของนาง Elasmar ว่ารู้สึกยังไงที่ศาลสั่งจำคุกคนร้าย 3 ปี มันดูเป็นธรรมมั้ย? นาย Azzam ตอบว่า “ไม่เป็นธรรม ลองคิดดูว่าคนร้ายจะออกมาจากคุกหลังจาก 2 ปีผ่านไป จะทำให้ทุกคนเสี่ยงต่อการถูกทำร้ายร่างกายอีก ชายคนนี้สามารถทำร้ายใครต่อไปได้อีก ถ้าเขาออกมาจากคุก”



ที่มา: 


https://www.sbs.com.au/news/man-who-bashed-heavily-pregnant-muslim-woman-at-sydney-cafe-gets-three-year-jail-term


https://www.theguardian.com/australia-news/2020/oct/01/man-who-bashed-pregnant-muslim-woman-in-sydney-cafe-jailed-for-at-least-two-years


#อิสลามโมโฟโมโฟเบีย

#อิสลามโมโฟโมโฟเบียในออสเตรเลีย

#Islamophobia

Saturday, September 28, 2019

นักกีฬาเยาวชนหญิงมุสลิมทีมชาติอเมริกันวัย 12 ปีถูกเจ้าหน้าที่แอร์แคนาดาบังคับให้ถอดฮิญาบ ขณะกำลังขึ้นเครื่อง



ด.ญ.ฟาติมะฮฺ อับดุลเราะฮฺมาน เป็นนักกีฬาสควอช (Squash) ทีมชาติหญิง ที่ท็อป 5 นักกีฬาหญิงรุ่นเยาวชนของสหรัฐฯ และเป็นนักกีฬาหญิงคนแรกที่ถูกอนุญาตให้สวมฮิญาบลงแข่งขันได้



ด.ญ.ฟาติมะฮฺ เดินทางพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมออกจากท่าอากาศยานนานาชาติซานฟรานซิสโก ในสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2019 เพื่อไปแข่งสควอชที่โทรอนโต้ แคนาดา และเป็นครั้งแรกที่เด็กเดินทางโดยไม่มีผู้ปกครองไปด้วย


ฟาติมะฮฺ ผ่านการตรวจค้นร่างกายจาก TSA ซึ่งเป็นสำนักงานดูแลความปลอดภัยทางคมนาคมของสหรัฐฯ มาแล้ว แต่พอยืนรอคิวเพื่อจะขึ้นเครื่องบิน เจ้าหน้าที่สายการบินได้เดินเข้ามาหา แล้วบังคับให้เด็กถอดฮิญาบออก โดยอ้างว่าเป็นเหตุผลเรื่องความปลอดภัยทางการบิน


ทางเจ้าหน้าที่ยังเรียกตัวผู้จัดการสายการบินแอร์แคนาดามายืนยันว่า เด็กต้องถอดฮิญาบ
ออก เพราะรูปในพาสปอร์ตไม่ได้สวมฮิญาบ


ทางเด็กได้พยายามอธิบายกับเจ้าหน้าที่ถึงเหตุผลที่เธอสวมผ้าฮิญาบเพราะปฏิบัติตามความเชื่อทางศาสนาอิสลาม แต่ทางเจ้าหน้าที่สายการบินก็ยังยืนให้เด็กถอดฮิญาบออกในที่สาธารณะ เด็กพยายามร้องขอเจ้าหน้าที่ให้ถอดฮิญาบในห้อง ทางผู้จัดการยังยืนกรานให้เด็กถอดฮิญาบในที่สาธารณะ พร้อมยังข่มขู่ว่าถ้าไม่ถอดฮิญาบตรงนั้น ทางสายการบินก็จะไม่อนุญาตให้เด็กขึ้นเครื่องได้ ส่วนทางโค้ชและเพื่อนร่วมทีมได้เดินเข้าไปในเครื่องบินแล้ว


ด.ญ.ฟาติมะฮฺทั้งโมโหและปนกับความรู้สึกสับสนไม่รู้จะทำอย่างไรดี จึงตัดสินใจถอดผ้าฮิญาบ ขณะที่เดินผ่านพนักงาน เด็กสังเกตุเห็นว่าพนักงานไม่ได้แม้กระทั่งมองหน้าเด็กเพื่อเปรียบเทียบกับภาพในพาสปอร์ตด้วยซ้ำไป เด็กจึงรีบเดินก้มหน้าผ่านอุโมงค์ทางออกเพื่อรีบขึ้นเครื่องบิน


ตอนที่ทำพาสปอร์ตเด็กมีอายุเพียง 9 ขวบ และพอฟาติมะฮฺอายุได้ 11 ปี เด็กตัดสินใจสวมฮิญาบโดยไม่ได้ถอดออกต่อหน้าสาธารณชนอีกเลย


เรื่องนี้กลายเป็นข่าวที่คนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก หลังจากพี่สาวของด.ญ.ฟาติมะฮฺ โพสต์ข้อความส่วนตัวลงในทวิตเตอร์ มีใจความว่า “AirCanada ช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมว่าทำไมทางสายการบินถึงกักตัวน้องสาวของฉันวัย 12 ปีที่เดินทางเที่ยวบิน 758 และบังคับให้น้องถอดฮิญาบตรงจุดตรวจก่อนขึ้นเครื่อง หลังจากที่น้องสาวฉันผ่านการตรวจค้นจาก TSA มาแล้ว? "


จากนั้นทางแอร์แคนาดาได้ตอบทวิตเตอร์ของพี่สาวด.ญ.ฟาติมะฮฺว่า ให้ส่งข้อความถึงหมายเลขอ้างอิงของการจองที่นั่งมายังสายการบินผ่านทวิตเตอร์


ทางครอบครัวด.ญ.ฟาติมะฮฺ ได้ติดต่อกับองค์กรด้านสภาความสัมพันธ์อเมริกัน - อิสลาม (CAIR) และทางCAIR ได้ทำจดหมายต่อว่าไปยังทางสายการบิน แต่ยังไม่มีการตอบกลับแต่อย่างใด “ตอนนี้ทาง CAIR ยังไม่มีการดำเนินการทางกฎหมายกับทางสายการบินแอร์แคนาดา เพียงแต่ให้บริการให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายแก่ฟาติมะฮฺและครอบครัว ทางเราจะให้เวลาสายการบินแอร์แคนาดา 2 อาทิตย์นับจากวันที่ 20 กันยายนเป็นต้นไป ถ้าทางสายการบินไม่มีการออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการ ทางเราจะมีการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป” นายอะฮฺหมัด ราฟิกีย์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฏหมายของ CAIRสาขาซานฟรานซิสโก กล่าว


ด.ญ.ฟาติมะฮฺกล่าวว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับพวกเขาก็คือ การปรับเปลี่ยนนโยบายเกี่ยวกับวิธีที่พวกเขาปฏิบัติต่อผู้คน การสวมผ้าบนศีรษะของศาสนาใดๆ ศาสนาหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าหน้าที่ของสายการบินมองว่ามันเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อย"



ที่มา –
วีดีโอ – สำนักข่าว TRT World
https://www.usatoday.com/…/air-canada-girl-remo…/2431548001/

Friday, September 13, 2019

หญิงมุสลิมถูกชายชาวฝรั่งเศสกระหน่ำจ้วงแทงกลางถนน ต่อหน้าลูกน้อย 2 คนและสามี






13/09/2019


เหตุการณ์อันเลวร้ายนี้เกิดขื้นเมื่อวานนี้ (12/09) ตอน 18.30 น. ที่หมู่บ้านเล็กๆ ของเมืองซูรี่ เลอ คอมทอล Sury-le-Comtal (Loire) ในฝรั่งเศส เมื่อชายชาวฝรั่งเศสที่อายุประมาณ 60 ปีเดินเข้ามาหาหญิงมุสลิมที่สวมฮิญาบ โดยทำเป็นแกล้งถามข้อมูล และพอหญิงมุสลิมผู้นี้พยายามตอบคำถาม คนร้ายก็ควักมีดกระหน่ำจ้วงแทงหญิงมุสลิมไปหลายครั้ง ต่อหน้าต่อตาลูกเล็กๆ ของนางที่อายุ 2 ขวบและ 4 ขวบ และสามีของนางที่ยืนอยู่ตรงนั้น ส่งผลให้นางบาดเจ็บสาหัสที่บริเวณลำคอ หน้าอก และหลัง


ทหาร 2 นายจากหน่วยทหาร Andrézieux-Bouthéon Brigade มาถึงที่เกิดเหตุ และสามารถควบคุมตัวคนร้ายเอาไว้ได้


จากการสอบสวนเบื้องต้นเผยว่า คนร้ายอยู่ในสภาพที่เมาหนักมาก และทหารส่งตัวให้ตำรวจส่ไปกักขังไว้ที่คุก Montbrison gendarmerie ส่วนทางด้านผู้ติดตามต่างอ้างว่าคนร้ายนั้นเป็นโรคซึมเศร้า และเขาก็ไม่เคยมีประวัติต้องโทษมาก่อน


ทางสำนักงานอัยการประจำ Saint-Etienne ได้มีการเริ่มต้นการสอบสวนด้วยการส่งตัวคนร้ายไปตรวจสอบประเมินสุขภาพจิต



ที่มา –



“ปทท.ไทย อีก 3 เดือนเราเจอกัน” ทหารยิวโพสต์ในอินสตาแกรม

  ทหารอิสราเอลโพสต์รูปเซลฟี่ในอินสตาแกรม ที่ถ่ายหน้าบ้านของเศรษฐีในกาซ่าที่พวกมันจุดไฟเผา ในพื้นที่มูซาเบะฮ์ ตอนเหนือของราฟะฮ์ พร้อมแคปชั่น ...