Showing posts with label พระวีระธู. Show all posts
Showing posts with label พระวีระธู. Show all posts

Saturday, October 21, 2017

พระกลุ่มวีระธุคุยโวว่าได้เผาทำลายบ้านมุสลิมและมัสยิด แล้วสร้างพระเจดีย์บนพื้นที่ของมัสยิดที่ถูกเผาไป



พระเซกาบิน ซายาดอว์ ได้เทศนาด้วยการคุยโวว่า พระและพุทธหัวรุนแรงทั้งหมู่บ้านได้ใช้กำลังด้วยการถือมีดยาวและไม้ ขับไล่มุสลิมให้ออกไปจากหมู่บ้าน (แต่ไม่ได้มีการระบุชื่อหมู่บ้าน) และพวกเขาได้ทำลายบ้านมุสลิมทั้งหมดไป 24 หลัง พร้อมทั้งมีการเผาทำลายมัสยิด แล้วสร้างพระเจดีย์ตรงบริเวณพื้นที่ของมัสยิดที่ถูกทำลายไป


พระเซกาบิน เป็นรองประธานกลุ่มมูลนิธิการกุศลพุทธธรรม โดยชื่อเก่าคือมะบะธา ซึ่งเป็นองค์กรที่นำโดยพระวีระธุ พระชาตินิยมหัวรุนแรง ผู้มีบทบาทในการสร้างกระแสสุดโต่งและชาตินิยมขวาจัดในพม่า ปลุกปั่นให้ชาวพุทธมีความเกลียดชังต่อมุสลิมโรฮิงญาและมุสลิมทั้งหมดในพม่า


ในปี 2001 พระวีรธุตั้งขบวนการ 969 รณรงค์บอยคอตร้านค้าและธุรกิจของชาวมุสลิม รวมถึงทำลายมัสยิดเก่าแก่ ทำให้กระแสเกลียดชังมุสลิมรุนแรงขึ้น หลังมีการกล่าวหาว่าชาวมุสลิมก่ออาชญากรรมข่มขืนชาวพุทธ จนเกิดจลาจลในเมืองซิตตเวของรัฐยะไข่ และเมืองตองอูของเขตพะโค หรือหงสาวดี มีชาวมุสลิมเสียชีวิตไปมากกว่า 200 ราย


ในปี 2003 พระวีรธุถูกตัดสินจำคุก 25 ปีด้วยข้อหารวมกลุ่มองค์กรหรือสหภาพโดยผิดกฎหมาย และข้อหาต่อต้านมุสลิม เพราะการรวมกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง จะทำให้ความขัดแย้งกับกลุ่มชาติพันธุ์นับร้อยในประเทศยุ่งเหยิงขึ้นไปอีก แต่ในปี 2010 พระวีรธุได้รับการอภัยโทษออกมา และปลุกขบวนการ 969 อีกครั้ง หลังเกิดกรณีชาวโรฮิงญาข่มขืนหญิงพม่า มีการคว่ำบาตรธุรกิจชาวมุสลิม ผลักดันกฏหมายห้ามชาวพุทธและมุสลิมแต่งงานกัน ความเกลียดชังนำไปสู่เหตุรุนแรงอีกครั้งในปี 2012 และ 2013 มีการเผาบ้าน ร้านค้า และมัสยิดในรัฐยะไข่ มีคนเสียชีวิตไปมากกว่า 300 ราย


แม้กระทั่งรัฐบาลพม่าสั่งห้ามพระวีระธุเดินทางเทศนาและปราศรัยเป็นเวลา 1 ปี แต่พระวีระธุและกลุ่มก็ยังมีการจัดกิจกรรม เดินทางเทศนาปลุกปั่นความเกลียดชังต่อมุสลิมในพม่าอย่างต่อเนื่อง


ที่มาของคลิปวีดีโอ –
มุสลิมเมียนมาร์ มีเดีย
ที่มาของข้อมูล-
พระวีรธุ ผู้สร้างความเกลียดชังต่อชาวโรฮิงญา
https://news.voicetv.co.th/world/208503.html

🎬 คลิปวีดีโอที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
 พระวีระธุและพวกพ้องนำประเด็นเท็จเรื่องข่มขื่น มาใช้เป็นเครื่องมือปลุกปั่นให้เกิดการใช้ความรุนแรงระหว่างเชื้อชาติได้อย่างไร?
https://www.facebook.com/muslim.aof/videos/1508068369487546/
พระสงฆ์สุดโต่งในพม่าพากันขับไล่มุสลิมขายของในตลาดหน้ามหาเจดีย์ชเวดากอง
https://www.facebook.com/muslim.aof/videos/1740813872879660/

Saturday, April 23, 2016

พระสงฆ์ไทยใช้โซเชียลมีเดียเทศน์สอนชาวพุทธให้ใช้ความรุนแรงต่อชาวมุสลิม

เณรรูปหนึ่งกำลังยืนมองภาพต่างๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายโดยกล่าวหาว่าชาวมุสลิมนั้นเป็นผู้สังหารโหดชาวพุทธในจังหวัดภาคใต้ ประเทศไทย และภาพหลายนี้ได้มีการจัดแสดงไว้บนบอร์ดที่มันฆะเลย์ ในเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2015


โดย: ABBY SEIFF AND RIN JIRENUWAT
แปลอย่างละเอียดโดย: มุสลิมะฮ ออสเตรเลีย


24/04/2016


พระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท วัย 30 ปี เป็นหัวหน้าพระวิทยากรประจำ
วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม หรือเป็นที่รู้จักในนาม "The Marble 
Temple” ในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยพระมหาอภิชาติพยายาม
ฝืนยิ้ม ขณะที่อธิบายว่าเขาต้องโมโหมากแค่ไหน พระอภิชาติที่
หน้าตายังดูเด็กกว่าวัย ได้ดึงเอกสารต่างๆ ออกมา และกางออกวาง
เต็มโต๊ะ คนที่นั่งอยู่ข้างๆ พระก็คือเพื่อนที่พระเรียกมานั่งด้วย ในขณะ
ให้สัมภาษณ์ พร้อมถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกด้วยมือถือที่มีราคาแพงเลยที
เดียว



“นี้” พระอภิชาติกล่าวพร้อมใช้นิ้วแตะรั่วๆ ไปที่กระดาษเหล่านั้น ซึ่ง
เป็นรูปของพระ 20 รูปที่ถูกฆ่าและอีก 24 รูปที่ได้รับบาดเจ็บตั้งแต่ปี 
2007 จากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดสามชายแดนภาคใต้ เมื่อ
กลุ่มแบ่งแยกแผ่นดินได้ออกปฏิบัติการในบริเวณพื้นที่รอยต่อไทย-
มาเลเซีย ที่เริ่มขึ้นนับตั้งแต่ปี 2004 ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 6,500 คน ซึ่งผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม แม้สถิติผู้เสียชีวิตที่
เปรียบเทียบชาวมุสลิมกับชาวพุทธมีความแตกต่าง แต่พระรูปนี้ก็ไม่
ได้ให้ความสนใจในสถิตินี้ “การเสียชีวิตของพระ 1 รูป สมควรมองว่า
เป็นการโจมตีทางศาสนา” พระอภิชาติอธิบาย “อาตมาเคยเครียดมา
ก่อน เมื่อทราบเรื่องพระสงฆ์ถูกฆ่าและบาดเจ็บ” “ตอนนี้มันผ่านจุดนั้น
ไปแล้ว ไม่เครียดอีกต่อไป แต่เป็นการแก้แค้นแทน นี้คือทำไมอาตมา
ถึงพูดไปอย่างนั้นเกี่ยวกับเรื่องเผ่ามัสยิด: เพราะอาตมาต้องการแก้
แค้น”



เมื่อปลายปีของปีที่แล้ว พระมหาอภิชาติได้กลายเป็นประเด็นให้พูด
ถึง หลังจากได้เรียกร้องให้สาวกของเขาเผ่ามัสยิด 1 หลังสำหรับพระ 
1 รูปที่ถูกฆ่าในภาคใต้ รัฐบาลไทยได้ทำการปิดเฟสบุ๊กส์พระอภิชาติ
ในทันที แต่นั้นเป็นการทำให้เพิ่มความนิยมให้พระกับรูปนี้มากยิ่งขึ้น 
ภายในไม่กี่เดือนมีคนติดตามหลายพันคนในเฟสบุ๊กส์ของเขา ทุกๆ 
สมาชิกแฟนเพจหนึ่งคนตำหนิพระด้วยการไม่เห็นด้วยกับความคิด จะ
มีสมาชิกอีกสองคนที่ร่วมกันให้กำลังใจให้เขาสู้อีกต่อไป



พระมหาอภิชาติกล่าวว่า เขาเรียนด้านการสื่อสารจากมหาวิทยาลัย 
แต่ใช้ทักษะการสื่อสาร ด้วยการเขียนข้อความที่ก่อให้เกิดความ
เกลียดชัง ซึ่งในหน้าเฟสบุ๊กส์ของพระมหาอภิชาติเต็มไปด้วยภาพที่
น่าสยดสยอง ที่มีจุดประสงค์เพื่อโชว์ภาพชาวพุทธถูกฟันศีรษะด้วย
มีดอีโต้ ถูกเผา และถูกยิงด้วยกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลในสามจังหวัด
ชายแดนภาคใต้ รูปหลายรูปเป็นเหตุการณ์หลายปีมาแล้ว ที่ปรากฏ
เป็นข่าวตามหน้าหนังสือท้องถิ่นและหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ แต่พระ
มหาอภิชาติกล่าวกับเราว่าเขาได้รูปภาพและข้อมูลเหล่านี้แต่เพียงผู้
เดียว และกล่าวว่ารูปเหล่านี้เขาได้มาจากเจ้าหน้าที่ข่าวกรองนาย
หนึ่ง (แต่ภาพเหล่านี้ปรากฏในเว็ปเพจที่สร้างขึ้นมาเพื่อต่อต้านชาว
มุสลิมที่มีการแชร์กันมาเป็นเวลายาวนานแล้ว) เขายังได้ต่อว่าสื่อ
กระแสหลักในไทยว่าพยายามปกปิดความเป็นจริง ไม่ค่อยเสนอข่าว
พระสงฆ์และชาวพุทธที่ถูกสังหารใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้



“สิ่งที่อาตมาต้องการทำก็คือปลุกชาวพุทธที่กำลังหลับไหล และคิด
ว่าทุกอย่างสวยงามนั้น อาตมาต้องการให้พวกเขารับรู้ว่ากำลังเกิด
อะไรขึ้น ชาวมุสลิมไม่ได้พยายามที่จะบุกรุกสามจังหวัดชายแดนภาค
ใต้เท่านั้น พวกเขากำลังพยายามที่จะยึดครองทั้งประเทศ” พระมหา
อภิชาติกล่าว



ผู้เป็นไอดอลของพระอภิชาติคือพระวีระธุ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการจราจล
เข่นฆ่าชาวโรฮิงยาในปี 2012-2013 “มีการต่อต้านมุสลิมมากขึ้นใน
ไทย” “สิ่งนี้ไม่ใช่เป็นแมลงสกปรกๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ก้อนหิน แต่มันได้
กลายเป็นกระแสหลักไปแล้ว” แอนโธนี่ ดาวิส (Anthony Davis) นัก
วิเคราะห์ด้านความมั่นคงของ IHS-Jane’s กล่าว



พระสงฆ์ในไทยหาแนวร่วมมากขึ้น ซึ่งเป็นการร่วมมือกับพระสงฆ์ใน
ศรีลังกาและเมียนมาร์ – ทั้งสองประเทศที่มีความเป็นพุทธชาตินิยม
จัด มีการต่อต้านมุสลิมด้วยการใช้ความรุนแรง และในเดือนกุภาพันธ์
ของปีนี้ ชาวไทยพุทธได้มีการจัดงานประชุมในหัวข้อ “วิกฤตพระพุทธ
ศาสนาในเวทีโลก” “Crisis in the Buddhist World” พระสงฆ์ชาวศรี
ลังกาได้กล่าวปราศรัยถึงภัยคุกคามต่อศาสนาพุทธในอนาคต ขณะที่
ประธานของกลุ่มมาบาธา คือพระภัททันตะ ติโลกาภิวังสา และมีพระวี
ระธุเป็นหนึ่งในแกนนำคนสำคัญของกลุ่มมาบาทา โดยพระภัททันตะ
ได้มีการปราศรัยในหัวข้อเรื่องการใช้กฏหมายเพื่อนำมาปกป้องและ
ส่งเสริมพุทธศาสนา ก่อนที่จะได้รับรางวัลผู้นำพุทธโลก



“เรามีความกังวลถึงพวกมุสลิมที่บุกรุกเข้ามาในประเทศไทย” 
ผศ.ร.ท.ดร.บรรจบ บรรณรุจิ Banjob Bannaruji จากมหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และเป็นประธานคณะกรรมการรณรงค์
ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ซึ่งเมื่อปีที่แล้วที่รัฐบาลเตรียมร่าง
รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ล่าสุด ดร.บรรจบ ได้ผลักดันความคิดที่มีมานาน
แล้ว เข้าไปไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ “เรากำลังถูกชาวมุสลิมคุกคาม
อย่างมากเพราะศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่เป็นอันตรายในมุมมอง
ของผม” ดร.บรรจบกล่าว



ประชากรไทยประมาณ 94 เปอร์เซ็นต์นับถือศานาพุทธ และมีเพียง 4 
เปอร์เซ็นต์ที่นับถือศาสนาอิสลาม และก็มีอีกหลายคนที่เชื่ออย่างเขา 
ดร.บรรจบเชื่อว่ามันมีความไม่ชอบมาพากลที่มุสลิมในประเทศไทย
ต้องการขยายศาสนาอิสลามไปทั่วประเทศ โดยเขาอ้างว่ามีการ
ลักลอบมุสลิมชาวโรฮิงญาและชาวบังคลาเทศเข้ามาในประเทศไทย 
แล้วซุกซ่อนพวกเขาไว้ในมัสยิดทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “ทำไม
นะหรือ? เพราะพวกมุสลิมต้องการเพิ่มจำนวนประชากรของเขาที่นี่” 
ดร.บรรจบอธิบาย (ในขณะที่มุสลิมจากเมียนมาร์และบังคลาเทศได้
เข้ามาในแผ่นดินไทย ก็เพราะพวกเขาถูกเรือแวะเข้าไทย และนำมา
กักขังในค่ายต่างๆ ใกล้ชายแดนไทย โดยพวกค้ามนุษย์ที่ต้องการ
ข่มขู่เรียกค่าไถ่ก่อนที่จะขายพวกเขาต่อไปเป็นทาสแรงงาน หรือ
อนุญาตให้พวกเขาเดินทางต่อไปที่ประเทศมาเลเซีย)



นอกเหนือจากการ “บุกรุก” ดร.บรรจบ แสดงความไม่พอใจกับปัญหา
ที่เกิดขึ้นประจำวันที่ก่อขึ้นโดยชาวมุสลิม มัสยิดก็มีการสร้างมากขึ้น 
เด็กเริ่มเรียกร้องสิทธิในการปฏิบัติศาสนาในระหว่างเวลาเรียน และอีก
หลายๆ อย่างที่ทำลายประเพณีเก่าแก่ (เช่นกรณีเด็กในมหาลัย ขอ
ละเว้นที่จะไม่ไหว้รูปปั้นของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่
หัวและพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้า “ผมไม่รู้ว่าทำไมมุสลิมถึง
ถูกสั่งสอนมาให้เป็นคนใจแคบอย่างนี้” ดร.บรรจบ กล่าว



ผมได้เดินทางไปยังสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผมได้พูดคุยกับ
เด็กนักเรียน พวกเขาต่างรับทราบถึงเรื่องพระมหาอภิชาติ และรู้สึก
กังวล “ผมกลัวว่าถ้าพระสงฆ์หรือคนพุทธเผ่ามัสยิด มันจะเกิดปัญหา
ขึ้นมา เราทั้งหมดต่างกลัวถึงการขัดแย้งทางศาสนาที่กำลังจะเกิดขึ้น 
ทั้งชาวพุทธและชาวมุสลิมจะฆ่ากันเอง” นักศึกษาศาสนาจากจังหวัด
ปัตตานีวัย 25 ปี ที่ไม่ประสงค์ออกนามเพื่อความปลอดภัย



นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงหลายคนต่างมีความกังวลเหมือนๆ กัน 
ศาสตราจารย์ซาคารี อาบูซา (Zachary Abuza) ศาสตราจารย์จาก 
National War College ในกรุงวอชิงตันดีซี ที่มีความเชี่ยวชาญทาง
ด้านการเมืองในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเขากล่าวว่า ชาว
พุทธสุดโต่งมีจำนวนมากขึ้น และกระทบอย่างรุนแรงต่อกลุ่มที่ถูก
ทอดทิ้งอยู่แล้ว” “ในปัตตานีมีชุมชนใหญ่ของชาวโรฮิงญา (ที่หลบหนี
มาจากเมียนมาร์) และผมคิดว่าพวกเขาก็รับทราบถึง....ในเหตุการณ์ที่
ชาวพุทธหัวรุนแรงและมีการปลุกปั่นให้ใช้ความรุนแรง และผมคิดว่า
พวกเขาก็กังวลกับปัญหาภาคใต้” ศาสตราจารย์ซาคารีกล่าว


นายปราโมทย์ สมะดี เป็นหนึ่งในหัวหน้าชุมชนมุสลิมและดำรง
ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีไวท์ชาแนล สถานีเคเบิ้ลทีวีมุสลิมในไทย
กล่าว “คนธรรมดาสามัญชนต่างหวาดกลัวต่อทัศนะคติเหล่านี้” แต่
เขายืนยันว่าความกังวลเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับชาวมุสลิมอีกหลายๆ 
กลุ่ม “มุสลิมอีกหลายๆ กลุ่ม, คนที่มีการศึกษา นักวิชาการต่างๆ พวก
เขาไม่ได้กังวลถึงเรื่องนี้แต่อย่างใด.... ชาวมุสลิมในประเทศนี้มี
ประวัติศาสตร์และมีวัฒนธรรมที่ยาวนาน พวกเรามีบทบาทสำคัญยิ่ง
ในการช่วยสร้างประวัติศาสตร์ในไทยด้วยเช่นกัน....มันมีบริบทและมี
ปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้แตกต่างจากประเทศเมียนมาร์"


ชาวพุทธมีความกังวลกับเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน “มีคนหลายคนที่อ้างตัวว่า
เป็นชาวพุทธ แต่พวกเขากลับไม่เอาไหน” นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ 
Sulak Sivaraksa เป็นปราชญ์ชาวพุทธที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง และเป็น
ผู้วิจารณ์พวกที่นิยมใช้ความรุนแรงอย่างเปิดเผย เขาแนะนำพระมหา
อภิชาติว่า “ เขาสมควรเลิกเป็นพระไปซะ เลิกนับถือศาสนาพุทธ 
พระพุทธเจ้าสั่งสอนปราศจากการใช้ความรุนแรง ให้มีความรัก ความ
เมตตา และความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น…. เมื่อใดที่ทำให้ชาวพุทธไป
ผนวกกับลัทธิและนำมันไปผูกติดไว้กับชาตินิยม กับเชื้อชาติ นั่น
แหละที่ถือว่าเป็นอันตรายอย่างมาก”



จากการที่รัฐบาลและชาวพุทธบางคนได้ประณามความคิดเห็นของ
พระมหาอภิชาติที่มีแต่ความเกลียดชังต่อชาวมุสลิม นับเป็นเรื่องที่น่า
ยินดีอย่างยิ่ง นายสะมะดีซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำของชาวมุสลิมกล่าว แต่
คำพูดวิจารณ์อย่างรุนแรงมีการแพร่กระจายอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น
ในเฟสบุ๊กส์ ทวิตเตอร์ และพันธุ์ทิพย์ ที่เป็นเว็ปไซต์ที่มีความนิยมมาก
ที่สุดในประเทศไทย ชาวพุทธจำนวนมากที่เข้าไปร่วมเสวนา “ปัญหา
ที่เกี่ยวกับชาวมุสลิม” ซึ่งมีเฟสบุ๊กส์เพจหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “เปิดโปงอัปรีย์
พาล อภิบาลคุณธรรม” มีสมาชิกเพจอยู่ 18,000 คน โพสต์
โฆษณาชวนเชื่อต่างๆ นานาๆ ที่เป็นการต่อต้านชาวมุสลิม มีการเรียก
ร้องให้หยุดสนับสนุนสินค้าฮาลาล ส่วนเฟสบุ๊กส์เพจที่ชื่อ “กลุ่มต่อ
ต้าน มุสลิมหัวรุนแรง 3 จังหวัดชายแดนใต้” ที่มีสมาชิกในปัจจุบัน 
9,000 คน ที่มีการโพสต์ข้อความต่างๆ เพื่อเอาใจแฟนเพจที่ร่วมกัน
ต่อต้านชาวมุสลิม และมีผู้กดไลค์ 25,000 คนที่เฟสบุ๊กส์เพจ “ศูนย์
พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย” ซึ่งเพจนี้มีส่วนผลักดันให้
หยุดแผนการสร้างนิคมอุตสาหกรรมฮาลาล และต้องย้ายออกไปจาก
เชียงใหม่



เรื่องการต่อต้านมุสลิมทั้งหมดนี้ ทำให้พระมหาอภิชาติอยู่ในสถานะที่
ได้ค่อนข้างได้เปรียบ ซึ่งเขาอ้างว่า ชาวพุทธทั่วประเทศล้วนแล้วแต่มี
ความกระตือรืนร้นที่จะเชื่อฟังทุกๆ คำพูดของเขา



เมื่อผมถามพระมหาอภิชาติว่าจะทำอะไรในก้าวต่อไป? เขาตอบอย่าง
หน้าตาเฉย แต่ล่ามของผมกลับพูดจาแบบตะกุกตะกักกับผมว่า 
“แผนการต่อไปคือการเตรียมน้ำมันใส่ในขวดเอาไว้ เพื่อใช้เป็นระเบิด
ในการเผ่าไหม้” พระมหาอภิชาตกล่าว “มันไม่ใช่แค่อาตมาเท่านั้นนะ 
แต่ชาวพุทธจากทั่วประเทศกำลังจะทำมันด้วยเช่นกัน เพื่อจะโยนมัน
ไปที่ไหนสักแห่ง ไม่มีใครรู้ว่าที่ไหน อาตมาแค่รอเวลาที่จะมีพระภิกษุ
สงฆ์อีกหนึ่งรูปเสียชีวิต ณ ตอนนี้ อาตมาแค่กำลังเผยแพร่อุดมการณ์
ของอาตมาในโลกโซเชียลมีเดียไปพลางๆ ก่อน"
                                   
                                     ______________________________________

ที่มาและรูปภาพ - 
A Thai Monk Is Using Social Media to Preach Violence Against Muslims
http://www.newsweek.com/…/thailand-monk-apichart-social-med…

‎พระมหาอภิชาติ‬ ปุณฺณจนฺโท โพสต์วีดีโอขู่เผ่ามัสยิด และขู่ฆ่ามุสลิมในไทย



คราวนี้ไม่ได้ออกมาโพสต์เฟสบุ๊กส์ แต่เล่นอัดคลิปวีดีโอขู่ฆ่ามุสลิม 
โดยอ้างถึงข่าวที่มี "ผู้ก่อการร้ายมุสลิม" ได้ลอบสังหารผู้ใหญ่บ้าน
อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ขณะที่กำลังช่วยเหลือพระบินฑบาตร ใน
เดือนมีนาคม 2559 โดยโพสต์ขู่ และปลุกปั่นให้ชาวพุทธทั่วประเทศ
ออกมาตอบโต้ชาวมุสลิมทันที ด้วยการเผ่ามัสยิดและสังหารมุสลิม 
พร้อมลอกเลียนแบบพระวีระธุโมเดล ถ้าพระในสามจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ถูกสังหารอีกครั้ง


"....นี้ไม่ใช่คำเตือน แต่นี้คือคำข่มขู่ว่าเราพร้อมจะตอบโต้พวกคุณ 
พวกคุณฆ่าพวกเรา แต่พวกเราจะไปลงกับพี่น้องพวกคุณ อย่าหาว่า
พระโหดร้ายหรือพระหัวใจเหี้ยมโหด... หากเมื่อเช้าพระเสียชีวิต 
รับรองได้ว่าพระวีระธุโมเดล จะปรากฏในเมืองไทยอย่างแน่นอน" 
#พระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท กล่าวในคลิปวีดีโอ


เครดิตวีดีโอ - โปรดใช้วิธีการ ปั่นจักรยาน ในการรับชม つづ く เฟสบุ๊กส์


ข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ -
 พระมหาอภิชาติลั่นหมดเวลาปรานีชายแดนใต้ ผุดไอเดียพระตาย1 เผา1มัสยิด
https://www.facebook.com/muslim.aof/posts/1503357423291974

Sunday, March 20, 2016

พระในเมียนมาร์รักโดนัล ทรัมป์ ผู้ที่ปลุกกระแสเกลียดชังมุสลิมในสหรัฐฯ


13 มีนาคม 2016

ย่างกุ้ง – นายโดนัล ทรัมป์ มหาเศรษฐีจากธุรกิจด้านอสิงหาริมทรัพย์

ผู้สมัครเพื่อเข้าชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐ ถูกเรียกว่าเป็นพวกคลั่ง

ชาติพันธุ์นิยม และเกลียดชนชาติอื่นๆ ที่แตกต่างจากชาติพันธุ์

ตนเอง Xenophobic Fascist นายทรัมป์ถูกเปรียบเทียบว่าเป็น

เหมือนกับอดีตผู้นำเผด็จการของเยอรมนี “อดอล์ฟ ฮิตเลอร์” แต่อีก

มุมหนึ่งของโลกนายทรัมป์ กลับกลายเป็นบุคคลที่ได้รับการชื่นชอบ

จากบรรดาพระสุดโต่งและกลุ่มต่อต้านมุสลิมในเมียนมาร์



“ตราบใดที่คัมภีร์อัลกรุอานยังคงมีอยู่ ก็จะมีพวกก่อการร้ายอยู่อีกต่อ

ไป และก็เหมือนกับนายทรัมป์ เรากำลังพยายามที่จะปกป้องประเทศ

และศาสนาของเรา จากภัยอันตรายของศาสนาอิสลาม” พระสงฆ์ U 

Parmaukkha พระหัวรุนแรงและเป็นสมาชิกอาวุโสของกลุ่ม “มะบ๊ะ

ต๊ะ”(Ma Ba Tha) กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์ที่วัด Magwe 

Pariyatti ซึ่งตั้งอยู่ในเขตชานเมืองของกรุงย่างกุ้ง



วาทกรรมต่อต้านชาวมุสลิมของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีการเสนอเรียก

ร้องห้ามชาวมุสลิมเดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯ เป็นการสะท้อนถึง

นโยบายของกลุ่มพระสงฆ์ชาตินิยมหัวรุนแรง ที่คอยปลุกปั่นคนใน

ชาติว่าชาวมุสลิมนั้นเป็นภัยคุกคามการดำรงอยู่ของชนชาวพุทธที่เป็น

คนส่วนใหญ่ของประเทศเมียนมาร์ ทั้งพระสงฆ์หัวรุนแรงและทรัมป์ได้

ฝังตัวเองอยู่กับความโกรธเกลียดและความเกลียดชังชาวมุสลิม โดย

นำความคิดว่าเป็นการปกป้องประเทศของตนจากภัยคุกคามของกลุ่ม

มุสลิมหัวรุนแรงมาเป็นข้ออ้าง



นายทรัมป์จึงเป็นที่รักใคร่ต่อพวกสุดโต่งชาวเมียนมาร์ เช่นนาย Win 

Ko Ko Latt ประธานกลุ่มยุวชน Myanmar National Network ซึ่ง

เชื่อมโยงกับกลุ่มมะบ๊ะต๊ะ ซึ่งเป็นกลุ่มที่จัดประท้วงและผลักดันกฏ

หมายต่างๆ ที่เป็นการต่อต้านมุสลิมในเมียนมาร์



“ผมชอบโดนัล ทรัมป์ เพราะเขาเข้าใจภัยอันตรายของพวกมุสลิม” 

นาย Latt กล่าวในระหว่างการให้สัมภาษณ์ระหว่างการเยี่ยมเยือนวัด 

Magwe เมื่อเร็วๆ นี้ “มันแสดงให้เห็นว่า การที่เราต่อสู้ต่อต้านอิสลาม

นั้น มันจัดเป็นวาระระดับโลกเลยทีเดียว และศาสนาอิสลามนั้นเป็นภัย

คุกคามไม่ใช่แค่ในเมียนมาร์เท่านั้น แต่เป็นภัยที่ครอบคลุมไปทั่วโลก



ชาวมุสลิมและศาสนาอิสลามถูกนำมาเป็นประเด็นใหญ่โตในการ

แข่งขันเข้าชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีของปี 2016 ในสหรัฐฯ หลังจาก

เหตุการณ์โจมตีที่ปารีสและซานเบอร์นาดิโน โรคเกลียดกลัวอิสลาม 

Islamophobia ได้ถูกนำเข้าไปประเด็นแอบแฝงในการเมืองของเมีย

นมาร์ด้วยเช่นกัน ที่มีความพยายามเปลี่ยนผันจากระบบการปกครอง

ของทหารให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น



มุสลิมในเมียนมาร์ถูกกดขี่ข่มเหงอย่างรุนแรง และไม่มีการรับรอง

สัญชาติ กลุ่ม "มะบ๊ะต๊ะ" (Ma Ba Tha) หรือ "องค์กรปกป้องเชื้อชาติ

และศาสนา" และกลุ่มเคลื่อนไหว 969 ที่นำโดยพระวีระธู ได้ร่วมกัน

ปลุกปั่นให้ชาว





พุทธในเมียนมารร์ลุกขึ้นมาต่อต้านมุสลิม เช่นการนำข่าวเท็จว่าคน

มุสลิมข่มขื่นชาวมุสลิมมาเป็นประเด็นปลุกปั่น พระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงใน

เมียนมาร์ได้มีส่วนร่วมกับกลุ่มคลั่งชาติเหล่านี้ โดยมีการโจมตี สังหาร

หมู่ชาวโรฮิงยาในปี 2012 ทำให้ชาวโรฮิงยานับหมื่นคนถูกสังหารหมู่ 

ถูกเผ่าบ้านเรือน และถูกจำกัดเสรีภาพในการเคลื่อนย้าย สิทธิการได้

รับการศึกษา และการรักษาพยาบาล ชาวโรฮิงยานับแสนคนต้อง

กลายเป็นผู้ลี้ภัยในประเทศตนเอง และต้องเข้าไปอยู่ในค่ายลี้ภัยที่มี

สภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้าย


กลุ่มชาวพุทธชาตินิยมในเมียนมาร์ ซึ่งรวมถึงกลุ่มพระผู้มีอิทธิพล

อย่าง "มะบ๊ะต๊ะ" (Ma Ba Tha) ใช้มุสลิมชาวโรฮิงยามาเป็นประเด็น

ในการโจมตี โดยกล่าวหาว่า พวกเขาเป็นภัยคุกคามต่อชาติ ปฏิเสธว่า

ชาวโรฮิงยานั้นไม่มีสัญชาติเมียนมาร์ แต่เป็นพวกลอบเข้าเมืองอย่าง

ผิดกฏหมายที่มาจากบังคลาเทศ


“พวกโรฮิงยาเกือบทั้งหมดเป็นพวกที่อยู่อย่างผิดกฏหมาย ดังนั้นมัน

เป็นสิ่งสำคัญมากที่เราจะต้องหยุดยั้งรัฐบาลใหม่ที่จะให้สัญชาติกับ

คนพวกนี้ ซึ่งมันจะทำให้เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อประเทศของเรา” 

นาย Latt ประธานกลุ่มยุวชน Myanmar National Network กล่าวปิด

ท้าย


ที่มาของข่าวและภาพ –

Burmese Buddhist Monks Love Muslim-Hating Trump
http://www.thedailybeast.com/…/burmese-buddhist-monks-love-…

 ดูข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
1. "พระวีระธู"ผู้นำปลุกปั่นให้ชาวพุทธเกลียดชังมุสลิม เข้ารับรางวัลที่วัดธรรมกาย
https://www.facebook.com/muslim.aof/posts/1539016009726115
2. กลุ่มพระไทยเสนอช่วยเครือข่ายพระพม่าสายต้านมุสลิม ตั้งสถานีวิทยุ ท่ามกลางกระแสเกลียดชังระหว่างศาสนาที่ระอุมากขึ้น
https://www.facebook.com/muslim.aof/photos/pb.1437750509852666.-2207520000.1458163174./1503438456617204/?type=3&theater
3. วีดีโอสารคดีอัลญะซีเราะฮฺ
 พระวีระธุและพวกพ้องนำประเด็นเท็จเรื่องข่มขื่น มาใช้เป็นเครื่องมือปลุกปั่นให้เกิดการใช้ความรุนแรงระหว่างเชื้อชาติได้อย่างไร?
https://www.facebook.com/muslim.aof/videos/1508068369487546/

"พระวีระธู"ผู้นำปลุกปั่นให้ชาวพุทธเกลียดชังมุสลิม เข้ารับรางวัลที่วัดธรรมกาย

วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2559 เวลา 15:12 น.


เมื่อวันที่ 16 มี.ค. สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ ผู้เชี่ยวชาญด้าน

พุทธศาสนาและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ได้โพสต์ในเฟซบุ๊ค Somrit 

Luechai ระบุว่า ดร.ลลิตา หาญวงษ์ บอกว่ามหาจุฬาฯเชิญวิราธุ 

(Virathu) ไปเยี่ยมด้วยพร้อมเปิดภาพให้ผมดู มีภาพหนึ่งมีพระชูป้าย 

"we love Virathu" ผมทั้งแปลกใจและตกใจที่มากยิ่งขึ้นจากข่าวนี้ 

มหาจุฬาฯคือสถาบันการศึกษาของฝ่ายมหานิกาย กลับอ้าแขน

ต้อนรับคนที่ยุยงให้คนเกลียดกันและฆ่ากัน ยิ่งกว่านั้นชาวพุทธใน

ไทยก็ดูจะวางเฉยต่อเรื่องนี้ ซึ่งปรกติจะดิ้นร่าวๆ คำถามก็คือเรื่องนี้

เป็นวิกฤตต่อพุทธศาสนาทั้งอรรถะและพยัญชนะ แต่เหตุใดชาวพุทธ

ไทยกลับมองไม่เห็น หรือว่ากลียุคเริ่มแล้ว



ส่วนดร.ลลิตา หาญวงษ์ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ ได้โพสต์ในเฟ

ซบุ๊ค Lalita Hanwong ระบุว่า ข่าวที่บอกว่าพระวีระธู ผู้นำปลุกปั่นให้

ชาวพุทธพม่าเกลียดชังคนมุสลิม มาเมืองไทยเพื่อมารับรางวัลที่วัด

พระธรรมกายและพานักศึกษาพระพม่าไปดูงานถึงมหาจุฬาฯนั้นเป็น

ความจริง แต่ไม่มีสื่อใดในไทยที่ตีข่าวเรื่องนี้ ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องใหญ่

มาก พฤติกรรมของทั้งธรรมกายและมหาจุฬาที่อ้าแขนรับวีระธูในครั้ง

นี้ชี้ให้เห็นตรรกะและแนวคิดของสงฆ์ไทยบางกลุ่มที่มีลักษณะ 

xenophobic และพยายามเคลื่อนไหวหาแนวร่วมผ่านเครือข่ายพุทธ

เถรวาทในหลาย ๆ ประเทศ



นอกจากนี้ ยังตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 11 มี.ค. พระวีระธูได้โพสต์ใน

เฟซบุ๊ค Wira Thu ระบุว่า เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้เดินทางมา

รับรางวัลที่ประเทศไทย



สำหรับพระวีระธู ผู้นำพระสงฆ์และชาวพุทธในพม่า ที่ตั้งกลุ่มก่อต้าน

ชาวโรฮิงยา และชาวมุสลิมในพม่า จนเกิดเหตุจลาจลระหว่างชุมชน 

ที่รัฐอาระกันของพม่า และได้ลุกลามไปยังพื้นที่อื่นในพม่า โดยนิตย

สารไทม์เคยตีพิมพ์เรื่องของ พระวีระธู โดยโปรยตัวอักษรที่หน้าปก

ว่า "โฉมหน้าชาวพุทธผู้สร้างความหวาดกลัว: กองกำลังพระสงฆ์เติม

เชื้อความรุนแรงต่อต้านมุสลิมในเอเชียได้อย่างไร"



นอกจากนี้ในเล่ม ยังมีเรื่องจากปกพาดหัวว่า "เมื่อชาวพุทธคลั่ง" 

หรือ "When Buddhists Go Bad" โดยโปรยว่า "ศาสนาพุทธมีชื่อ

เสียงในเรื่องความรักสงบและอดทนอดกลั้น แต่ในหลายประเทศของ

เอเชีย พระสงฆ์กำลังเป็นผู้กระตุ้นให้เกิดความดื้อรั้นและความรุนแรง 

โดยส่วนใหญ่เป็นไปเพื่อต่อต้านมุสลิม"



ทั้งนี้พระวีระธู ซึ่งขนานนามตัวเองว่าเป็น "บิน ลาเดน แห่งพม่า" เป็น

ผู้ที่นำพระสงฆ์ออกมาเดินขบวนในมัณฑะเลย์เพื่อสนับสนุนแผนการ

ส่งตัวชาวโรฮิงยาไปยังประเทศที่ 3 ของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง และ

เขายังเป็นผู้สนับสนุนโครงการ "969" ซึ่งเป็นโครงการสนับสนุนให้

ชาวพุทธซื้อของจากร้านค้าชาวพุทธด้วยกัน


ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ค Somrit Luechai และ Lalita Hanwong

ที่มา -
1. ข่าวสด
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php…
รูปภาพ: เฟสบุ๊กส์พระวีระธู
https://www.facebook.com/ven.wirathumsy/posts/802851593191684?pnref=story
*****เครดิต: สายัณห์ สุขจันทร์*****
 อ่านข่าวและดูคลิปวีดีโอที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้:
1. กลุ่มพระไทยเสนอช่วยเครือข่ายพระพม่าสายต้านมุสลิม ตั้งสถานีวิทยุ ท่ามกลางกระแสเกลียดชังระหว่างศาสนาที่ระอุมากขึ้น
https://www.facebook.com/muslim.aof/photos/pb.1437750509852666.-2207520000.1458163174./1503438456617204/?type=3&theater

“ปทท.ไทย อีก 3 เดือนเราเจอกัน” ทหารยิวโพสต์ในอินสตาแกรม

  ทหารอิสราเอลโพสต์รูปเซลฟี่ในอินสตาแกรม ที่ถ่ายหน้าบ้านของเศรษฐีในกาซ่าที่พวกมันจุดไฟเผา ในพื้นที่มูซาเบะฮ์ ตอนเหนือของราฟะฮ์ พร้อมแคปชั่น ...