Showing posts with label เมียนมาร์. Show all posts
Showing posts with label เมียนมาร์. Show all posts

Saturday, October 21, 2017

พระกลุ่มวีระธุคุยโวว่าได้เผาทำลายบ้านมุสลิมและมัสยิด แล้วสร้างพระเจดีย์บนพื้นที่ของมัสยิดที่ถูกเผาไป



พระเซกาบิน ซายาดอว์ ได้เทศนาด้วยการคุยโวว่า พระและพุทธหัวรุนแรงทั้งหมู่บ้านได้ใช้กำลังด้วยการถือมีดยาวและไม้ ขับไล่มุสลิมให้ออกไปจากหมู่บ้าน (แต่ไม่ได้มีการระบุชื่อหมู่บ้าน) และพวกเขาได้ทำลายบ้านมุสลิมทั้งหมดไป 24 หลัง พร้อมทั้งมีการเผาทำลายมัสยิด แล้วสร้างพระเจดีย์ตรงบริเวณพื้นที่ของมัสยิดที่ถูกทำลายไป


พระเซกาบิน เป็นรองประธานกลุ่มมูลนิธิการกุศลพุทธธรรม โดยชื่อเก่าคือมะบะธา ซึ่งเป็นองค์กรที่นำโดยพระวีระธุ พระชาตินิยมหัวรุนแรง ผู้มีบทบาทในการสร้างกระแสสุดโต่งและชาตินิยมขวาจัดในพม่า ปลุกปั่นให้ชาวพุทธมีความเกลียดชังต่อมุสลิมโรฮิงญาและมุสลิมทั้งหมดในพม่า


ในปี 2001 พระวีรธุตั้งขบวนการ 969 รณรงค์บอยคอตร้านค้าและธุรกิจของชาวมุสลิม รวมถึงทำลายมัสยิดเก่าแก่ ทำให้กระแสเกลียดชังมุสลิมรุนแรงขึ้น หลังมีการกล่าวหาว่าชาวมุสลิมก่ออาชญากรรมข่มขืนชาวพุทธ จนเกิดจลาจลในเมืองซิตตเวของรัฐยะไข่ และเมืองตองอูของเขตพะโค หรือหงสาวดี มีชาวมุสลิมเสียชีวิตไปมากกว่า 200 ราย


ในปี 2003 พระวีรธุถูกตัดสินจำคุก 25 ปีด้วยข้อหารวมกลุ่มองค์กรหรือสหภาพโดยผิดกฎหมาย และข้อหาต่อต้านมุสลิม เพราะการรวมกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง จะทำให้ความขัดแย้งกับกลุ่มชาติพันธุ์นับร้อยในประเทศยุ่งเหยิงขึ้นไปอีก แต่ในปี 2010 พระวีรธุได้รับการอภัยโทษออกมา และปลุกขบวนการ 969 อีกครั้ง หลังเกิดกรณีชาวโรฮิงญาข่มขืนหญิงพม่า มีการคว่ำบาตรธุรกิจชาวมุสลิม ผลักดันกฏหมายห้ามชาวพุทธและมุสลิมแต่งงานกัน ความเกลียดชังนำไปสู่เหตุรุนแรงอีกครั้งในปี 2012 และ 2013 มีการเผาบ้าน ร้านค้า และมัสยิดในรัฐยะไข่ มีคนเสียชีวิตไปมากกว่า 300 ราย


แม้กระทั่งรัฐบาลพม่าสั่งห้ามพระวีระธุเดินทางเทศนาและปราศรัยเป็นเวลา 1 ปี แต่พระวีระธุและกลุ่มก็ยังมีการจัดกิจกรรม เดินทางเทศนาปลุกปั่นความเกลียดชังต่อมุสลิมในพม่าอย่างต่อเนื่อง


ที่มาของคลิปวีดีโอ –
มุสลิมเมียนมาร์ มีเดีย
ที่มาของข้อมูล-
พระวีรธุ ผู้สร้างความเกลียดชังต่อชาวโรฮิงญา
https://news.voicetv.co.th/world/208503.html

🎬 คลิปวีดีโอที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
 พระวีระธุและพวกพ้องนำประเด็นเท็จเรื่องข่มขื่น มาใช้เป็นเครื่องมือปลุกปั่นให้เกิดการใช้ความรุนแรงระหว่างเชื้อชาติได้อย่างไร?
https://www.facebook.com/muslim.aof/videos/1508068369487546/
พระสงฆ์สุดโต่งในพม่าพากันขับไล่มุสลิมขายของในตลาดหน้ามหาเจดีย์ชเวดากอง
https://www.facebook.com/muslim.aof/videos/1740813872879660/

Sunday, October 15, 2017

💔 เรื่องเล่าของชาวโรฮิงญาที่รอดชีวิตมาได้: ทหารพม่าจับลูกน้อยของฉันโยนเข้ากองไฟ แล้วพวกเขาก็ลากฉันไปข่มขื่นต่อ



เกินคำบรรยาย!!! นางเรยูม่า เบกุม หญิงชาวโรฮิงญาผู้รอดชีวิตและหนีออกมาจากพม่าได้พร้อมสามีของนาง ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวอัลญะซีเราะฮฺ ภาคภาษาอังกฤษ ที่ค่ายผู้ลี้ภัยกูตาปาลอง บังกลาเทศ ที่ถูกนำออกเผยแผ่เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2017 โดยนางเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังทั้งน้ำตาว่า ลูกน้อยวัยขวบครึ่งของนางถูกทหารพม่าจับโยนเข้ากองไฟต่อหน้าต่อตา แล้วพวกทหารก็ลากนางไปข่มขื่นต่อ ทหารยังฆ่าทั้งพ่อ แม่ พี่สาวทั้งสองและน้องชายอีกหนึ่งคน

และนี่เป็นเพียงหนึ่งในอีกหลายๆ เรื่องเล่าที่ชาวโรฮิงญาต้องประสบกับเหตุโศกนาฏกรรมด้วยตัวของพวกเขาเอง 


ที่มาของวีดีโอ – Al Jazeera ภาคภาษาอังกฤษ

Saturday, October 7, 2017

💔 ชาวโรฮิงญาจากเมืองบูทิดอง รัฐยะไข่ ว่ายน้ำหนีตายข้ามฝั่งไปยังบังกลาเทศ

7/10/17


ตอนนี้รัฐบาลพม่าใช้มาตรการใหม่ด้วยการบีบบังคับให้ชาวโรฮิงญาเมืองบูทิดอง ต้องอดตาย สั่งห้ามองค์กรบรรเทาทุกข์นานาชาติส่งเสบียงอาหารเข้าไปช่วยเหลือชาวโรฮิงญาที่ยังคงติดอยู่ในพม่า

ชาวโรฮิงญาต้องประสบกับภาวะขาดแคลนทั้งอาหาร น้ำดื่ม อย่างหนัก เพราะรัฐบาลไม่อนุญาตให้ชาวโรฮิงญาออกจากหมู่บ้านไปได้ ส่วนทางกองทัพพม่าร่วมกับพุทธหัวรุนแรงชาวยะไข่ยังคงบุกโจมตี ทำร้าย สังหาร ปล้นสะดมข้าวของ วัวควาย และเผาบ้านเรือนของชาวโรฮิงญา จึงทำให้ชาวโรฮิงญาจำนวนมากที่ยังในพม่า ต้องตัดสินใจหนีตายอพยพข้ามฝั่งไปยังบังกลาเทศ

ล่าสุดชาวโรฮิงญาจำนวนมากกว่า 520,000 คน ได้ลี้ภัยเข้าไปยังบังกลาเทศนับตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา และคาดว่าชาวโรฮิงญาที่ยังติดอยู่ในพม่าอีกจำนวน 500,000 – 700,000 คน อาจมีการตัดสินใจหนีตายออกมาจากพม่าลี้ภัยไปยังบังกลาเทศอย่างต่อเนื่อง....

ที่มา-

 ดูคลิปที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
 เรื่องเล่าจากปากของผู้รอดชีวิตมุสลิมโรฮิงญา
https://www.facebook.com/muslim.aof/videos/1736519259975788/

Saturday, September 23, 2017

เรื่องเล่าจากปากของผู้รอดชีวิตมุสลิมโรฮิงญา

คนในครอบครัวของผม 4 คนถูกทหารพม่ายิงตาย พวกทหารราดน้ำมันใส่ศพและเผาพวกเขาพร้อมไปกับบ้านของเรา!

บ้านของพวกผมถูกเผาโดยทหารพม่า ขณะที่ครอบครัวของผมยังมีชีวิตอยู่ในบ้าน! สมาชิกในครอบครัวของผมวิ่งหนีออกมาไม่ทัน เพราะทหารและพวกชาวพุทธยะไข่ล้อมบ้านพวกเราไว้! .............


เครดิตวีดีโอ - CJ Werleman

Sunday, December 4, 2016

ออง ซาน ซูจีปฏิเสธถึงเรื่องชาวโรฮิงญาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ว่าถูกแต่งเรื่องขึ้นมาทั้งหมด



ในวันที่ 1 ธ.ค. 2016 ออง ซาน ซูจี เดินทางไปประเทศสิงคโปร์เพื่อชักชวนให้นักลงทุนชาวสิงคโปร์ไปลงทุนในพม่า  


ทั้งนี้ นางได้มีโอกาสพบปะประชาชนชาวพม่าที่ทำงาน และอาศัยอยู่ในสิงคโปร์อีกด้วย  โดยมีชาวพม่าถามความคิดเห็นของนางถึงเรื่องชาวโรฮิงญาว่าชาวโรฮิงญาแต่งเรื่องการที่พวกเขากำลังถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อยู่ในขณะนี้ว่าเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมา  ซึ่งนางซูจีเองก็เห็นด้วยด้วยกล่าวว่า ชาวโรฮิงญาแต่งเรื่องขึ้นมาเองทั้งหมด พร้อมมีการชักชวนให้ชาวพม่าออกมาตอบโต้ชาวโลกถึงเรื่องเหตุการณ์ที่ชาวโรฮิงญาถูกทหารพม่าฆ่า จับกุมและมีการทรมาน ข่มขื่นสตรีและเด็กสาว  เผาบ้านเรือนวอดหลายพันหลัง  และขโมยของมีค่าชาวโรฮิงญาว่า ไม่เป็นความจริงแต่ประการใด


รัฐบาลพม่าใช้สื่อของรัฐ และสื่อต่างๆ ในพม่าในการโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ ถึงกรณีเรื่องชาวโรฮิงญา เช่นพวกโรฮิงญาเผาบ้านตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจต่อชาวโลก  จับชาวโรฮิงญาผู้บริสุทธิ์แล้วบังคับให้ยืนถ่ายรูปพร้อมถือปืน พร้อมมีด บ้างก็จับชาวโรฮิงญาทั้งครอบครัวรวมทั้งเด็กเล็ก แล้วลงข่าวว่าจับผู้ก่อการร้ายชาวโรฮิงญาได้  และมีการประโคมข่าวในพม่าว่า เรื่องการข่มขื่นชาวโรฮิงญาโดยทหารพม่าไม่เป็นความจริงแต่ประการใด  


รัฐบาลพม่ามีความพยายามปิดข่าวของทุกๆ การกระทำที่โหดเหี้ยมของทหารและตำรวจชายแดนพม่าต่อชาวโรฮิงญา ด้วยการห้ามนักข่าวต่างประเทศเข้าไปทำข่าวในพื้นที่ที่เกิดเหตุ  แม้กระทั่งนักข่าวต่างประเทศชื่อ Fiona MacGregor ของสำนักข่าวเมียนมาร์ ไทมส์เอง ก็ถูกไล่ออกจากงานเมื่อเขียนข่าวถึงการที่ชาวโรฮิงญาถูกข่มขื่นในหม่องดอว์  หลังจากรัฐมนตรีประจำกระทรวงข่าวสาร  U Pe Myint ยกหัวถึงเมียนมาร์ ไทมส์ต่อว่าที่ปล่อยให้ MacGregor เขียนข่าวเรื่องชาวโรฮิงญาถูกทหาพม่ารุมข่มขื่น


ที่มา –
Reporter’s sacking followed MoI phone call, sparking press freedom fears
http://frontiermyanmar.net/en/news/reporters-sacking-followed-moi-phone-call-sparking-press-freedom-fears

Tuesday, November 1, 2016

💔 ทั้งหญิง เด็กและชายชาวโรฮิงญาผู้บริสุทธิ์ถูกทหารและตำรวจพม่าฆ่าอย่างเหี้ยมโหดเกินมนุษย์

(คำเตือน! มีภาพรุนแรงต่อความรู้สึก ในคลิปวีดีโอ)


ประชาชนชาวโรฮิงญาผู้บริสุทธิ์ถูกทหารพม่าสังหารอย่างเหี้ยมโหด 30 ต.ค. 59


ตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค. เป็นต้นมาทั้งเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจพม่าได้สังหารชาวโรฮิงญาผู้บริสุทธิ์ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง เด็กและผู้ชายชายมากกว่า 200 คนอย่างเหี้ยมโหด  มีการจับกุมทั้งหญิง ชาย และไม่เว้นแม้กระทั่งจับกุมเด็กชาวโรฮิงญาที่อายุต่ำกว่า 10 ปีไป 7 คน  มีการทรมานระหว่างการจับกุม หลายคนเสียชีวิตระหว่างการจับกุม

 

ผู้หญิงชาวโรฮิงญามากกว่า 30 คนรายงานกับองค์กรสิทธิมนุษยชนว่า ถูกทหารและตำรวจพม่าข่มขืนอย่างโหดร้าย มีการเผาบ้านชาวโรฮิงญาและขโมยของมีค่าร่วมกับพุทธพม่าหัวรุนแรง ชาวบ้านโรฮิงญาจากหลายหมู่บ้านถูกเจ้าหน้าที่ไล่ออกจากบ้าน พวกเขาต้องไปแอบซ่อนตัวตามทุ่งนา ที่เมืองหม่องดอว์  

 

ณ ตอนนี้การจับกุมชาวโรฮิงญาผู้บริสุทธิ์ลามไปถึงเมืองบูติด่อง รัฐยะไข่  หลังเหตุการณ์ที่มีกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญากลุ่มหนึ่ง บุกโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจพม่าที่ประจำฐานรักษาการณ์ชายแดน 3 แห่ง ใกล้เมืองหม่องดอว์ รัฐยะไข่ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 9 นาย ส่วยฝ่ายกลุ่มติดอาวุธเสียชีวิต 8 ราย เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2559 


ที่มา -  
Dozens of rapes reported in northern Arakan State

http://arakanna.com/wp_arakanna/en/?p=5381

 

http://www.myanmarobserver.com/index.php/news/rohingya-news/364-seven-children-arrested-in-nga-sa-gru


 

Sunday, October 16, 2016

+18 💔 เกิดเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญาครั้งใหม่



เหตุการณ์ความรุนแรงครั้งใหม่ปะทุขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 ต.ค. มีกลุ่มที่ทางการพม่าว่าเป็นกลุ่มชาวโรฮิงญาบุกโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจพม่าที่ประจำฐานรักษาการณ์ชายแดน 3 แห่ง เมื่อเวลาประมาณ 1.30 น. ใกล้เมืองหม่องดอ ของรัฐยะไข่  ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 9 นาย ส่วนฝ่ายติดอาวุธเสียชีวิต 8 ราย  


วันที่ 10 เป็นต้นมาเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และกลุ่มชาวพุทธพม่าหัวรุนแรง บุกยกเค้าบ้านเรือน ร้านค้า ขณะที่เจ้าหน้าที่โจมตีหมู่บ้านต่างๆ ของชาวโรฮิงญาในหม่องดอว์  มีการเผาบ้านและมัสยิดของชาวโรฮิงญา    ณ ตอนนี้ชาวโรฮิงญาผู้บริสุทธุ์เสียชีวิตมากกว่า 92 รายแล้ว  เช่นในวันจันทร์ที่ 10 ทหารพม่าได้ใช้ปืนยิงชายชาวโรฮิงญา 7 คนในระยะเผาขน  มีการยิงทั้งผู้ชาย หญิง และเด็กๆ ชาวโรฮิงญา 


ทั้งนี้ทหารพม่ายังจับกุมทั้งผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก และมีการทรมานเกิดขึ้น  มีความกังวลว่าผู้หญิงที่จับตัวไปจะถูกข่มขื่นระหว่างการคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่รัฐ 


ตอนนี้มีชาวโรฮิงญาผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตจากการถูกทหารพม่าวิสามัญไปแล้วอย่างน้อย 92 คน  บ้านเรือนชาวโรฮิงญาถูกเผาวอดไป มากกว่า 700 หลัง  ชาวโรฮิงญา 15,000 คนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นในเหตุความรุนแรงครั้งใหม่ล่าสุด


เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2559  เด็กหญิงชาวโรฮิงญาวัย 14 ปีถูกทหารพม่ารุมข่มขื่นและยิงทิ้ง หลังจากนั้นได้เผาบ้านของเธอวอดทั้งหลัง

ที่มา – 
1. Rohingya Vision
2. Voice of Rohingya
3. ทวิตเตอร์ต่างๆ ของนักเคลื่อนไหวเพื่อชาวโรฮิงญา
4. วีดีโอ - DOAM

#โรฮิงญาก็เป็นคนเหมือนกัน  #หยุดฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญา  #โรฮิงยา  #พม่า  

Saturday, April 9, 2016

ทหารเมียนมาร์ข่มขื่นเด็กหญิงชาวโรฮิงญาวัย 9 ขวบ

1 มีนาคม 2016

เด็กหญิงผู้เคราะห์ร้ายชาวโรฮิงญาคนนี้คือด.ญ.อัสมิดะอฺ บีกัม 
Asmida Begum อายุ 9 ขวบ เป็นลูกสาวของนายคาดิรฺ ฮูเซน Kadir 
Hussein และนางราบิยะฮฺ ฆาทู Rabiya Khatu อาศัยอยู่ที่หมู่บ้าน
จ๊อกผิ่วตอง Kyauk Pyu Taung เมืองบูติเดาง์ Buthidaung รัฐยะไข่ 
ส่วนนายทหารที่ข่มขื่นด.ญ.อัสมิดะ ไม่ได้มีการระบุชื่อ แต่ระบุว่าเป็น
ทหารใหม่ประจำค่ายทหารบกที่ 234 ในเมืองบูติเดาง์ Buthidaung


เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2016 เวลา 15.00 น. เมื่อด.ญ.อัสมิ-
ดะอฺ และด.ช.ซายิดูรฺ ราเฮม ซาลิมุลลอฮฺ Sayedur Raham 
Salimullah ได้ออกไปเลี้ยงวัวด้วยกัน

เมื่อฝูงวัวได้เข้าไปใกล้รั้วของค่ายทหาร เด็กทั้งสองคนนี้จึงเข้าไป
ลากวัวให้ออกพ้นจากบริเวณรั้ว ทหารใหม่นายนี้เดินออกมาจากค่าย
ทหารแล้วได้จับตัวเด็กทั้งสองเข้าเอาไว้ โดยได้ขังเด็กชายไว้ในห้อง
หนึ่ง ส่วนเด็กหญิงอัสมิดะอฺถูกจับไปไว้อีกห้องหนึ่ง และทหารนายนี้
ได้เริ่มข่มขื่นเด็กอย่างไร้ความปราณี


ด.ช.ซายิดูรฺ สามารถหลบหนีออกมาได้ด้วยการปืนออกทางหน้าต่าง 
และรีบวิ่งไปบอกผู้ปกครองของด.ญ.อัสมิดะอฺ เมื่อผู้ปกครองของน้อง
และชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้มาถึงที่เกิดเหตุ ผู้ปกครองได้แจ้งให้กับผู้
บัญชาการของค่ายทราบ และพวกเขาได้เห็นเด็กนอนสลบอยู่ใน
สภาพที่ย่ำแย่ในเต้นท์แห่งหนึ่งของฟาร์มมันฝรั่งแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ใกล้
กับค่ายทหาร


ปรากฏว่าเด็กฟื้นขึ้นมาประมาณเวลา 19.00 น. และได้เล่าให้กับผู้
ปกครองฟังถึงเหตุการณ์ที่ถูกทหารนายนั้นข่มขื่น จากนั้นผู้บัญชาการ
ค่ายทหารได้ส่งตัวเด็กไปให้กับค่ายตำรวจพิทักษ์ชายแดน (Border 
Guard Police (BGP) ประมาณเวลา 23.00 น. ทางตำรวจจึงส่งเด็ก
ต่อไปที่โรงพยาบาลในบูติเดาง์เวลา 24.00 น. เพื่อให้การรักษา


ส่วนนายทหารที่ข่มขื่นด.ญ.อัสมิดะอฺ ถูกสอบสวนเกี่ยวกับคดีข่มขื่น 
ซึ่งทหารนายนี้ได้ให้การปฏิเสธในตอนแรก แต่ได้รับสารภาพในเวลา
ต่อมา ทางด้านเจ้าหน้าที่ทหารได้กล่าวกับผู้ปกครองของเด็กว่า นาย
ทหารที่ข่มขื่นเด็กเป็นแค่เพียงทหารใหม่ และตามกฏหมายยังไม่ได้
เป็นทหารประจำกอง ทางค่ายจะส่งตัวทหารนายนี้ให้กับตำรวจแทน
ในฐานะเป็นพลเรือนคนหนึ่งเท่านั้น


“แต่นี้เป็นเพียงคำอธิบายของเจ้าหน้าที่ทหารที่หลอกให้ผู้ปกครอง
ของด.ญ.อัสมิดะอฺ พอใจที่นำตัวคนผิดมาลงโทษด้วยการส่งตัวให้กับ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่จริงๆ แล้วเจ้าหน้าที่ทหารไม่ได้ทำอะไรเลย” ชาว
บ้านคนหนึ่งที่ไม่ประสงค์ออกนามกล่าว


ด.ญ.อัสมิดะอฺ ออกจากโรงพยาบาลเวลาประมาณ 17.30 น. ของวัน
จันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ 2016 ครอบครัวของเด็กมีฐานะยากจนมาก 
ไม่มีเงินพอที่จะจ่ายค่ารักษาพยาบาล ต้องขอรับบริจาคเงินจาก
บรรดาเพื่อนบ้าน


ทางทหารไม่ได้ให้ความรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล และไม่ได้รับผิด
ชอบกระทำของทหารนายนั้นแต่อย่างใด


เรื่องที่สตรีที่เป็นชนกลุ่มน้อยถูกข่มขื่นโดยทหารของเมียนมาร์นั้นไม่
ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ ซึ่งสตรีชาวโรฮิงญาตกเป็นเหยื่อของการถูกข่มขื่น
มากที่สุดในเมียนมาร์ เพราะคดีข่มขื่นส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นกับพวกเขา
มักจะถูกมองข้ามไปเสมอ


ที่มาของข้อมูล -
Burmese Military Recruit Rape Minor Rohingya Girl
http://www.rvisiontv.com/14886-2/
ข้อมูลและภาพ –
Army personal violates minor Rohingya girl in Btd
http://www.burmatimes.net/army-personal-violates-minor-roh…/

Sunday, March 20, 2016

พระในเมียนมาร์รักโดนัล ทรัมป์ ผู้ที่ปลุกกระแสเกลียดชังมุสลิมในสหรัฐฯ


13 มีนาคม 2016

ย่างกุ้ง – นายโดนัล ทรัมป์ มหาเศรษฐีจากธุรกิจด้านอสิงหาริมทรัพย์

ผู้สมัครเพื่อเข้าชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐ ถูกเรียกว่าเป็นพวกคลั่ง

ชาติพันธุ์นิยม และเกลียดชนชาติอื่นๆ ที่แตกต่างจากชาติพันธุ์

ตนเอง Xenophobic Fascist นายทรัมป์ถูกเปรียบเทียบว่าเป็น

เหมือนกับอดีตผู้นำเผด็จการของเยอรมนี “อดอล์ฟ ฮิตเลอร์” แต่อีก

มุมหนึ่งของโลกนายทรัมป์ กลับกลายเป็นบุคคลที่ได้รับการชื่นชอบ

จากบรรดาพระสุดโต่งและกลุ่มต่อต้านมุสลิมในเมียนมาร์



“ตราบใดที่คัมภีร์อัลกรุอานยังคงมีอยู่ ก็จะมีพวกก่อการร้ายอยู่อีกต่อ

ไป และก็เหมือนกับนายทรัมป์ เรากำลังพยายามที่จะปกป้องประเทศ

และศาสนาของเรา จากภัยอันตรายของศาสนาอิสลาม” พระสงฆ์ U 

Parmaukkha พระหัวรุนแรงและเป็นสมาชิกอาวุโสของกลุ่ม “มะบ๊ะ

ต๊ะ”(Ma Ba Tha) กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์ที่วัด Magwe 

Pariyatti ซึ่งตั้งอยู่ในเขตชานเมืองของกรุงย่างกุ้ง



วาทกรรมต่อต้านชาวมุสลิมของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีการเสนอเรียก

ร้องห้ามชาวมุสลิมเดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯ เป็นการสะท้อนถึง

นโยบายของกลุ่มพระสงฆ์ชาตินิยมหัวรุนแรง ที่คอยปลุกปั่นคนใน

ชาติว่าชาวมุสลิมนั้นเป็นภัยคุกคามการดำรงอยู่ของชนชาวพุทธที่เป็น

คนส่วนใหญ่ของประเทศเมียนมาร์ ทั้งพระสงฆ์หัวรุนแรงและทรัมป์ได้

ฝังตัวเองอยู่กับความโกรธเกลียดและความเกลียดชังชาวมุสลิม โดย

นำความคิดว่าเป็นการปกป้องประเทศของตนจากภัยคุกคามของกลุ่ม

มุสลิมหัวรุนแรงมาเป็นข้ออ้าง



นายทรัมป์จึงเป็นที่รักใคร่ต่อพวกสุดโต่งชาวเมียนมาร์ เช่นนาย Win 

Ko Ko Latt ประธานกลุ่มยุวชน Myanmar National Network ซึ่ง

เชื่อมโยงกับกลุ่มมะบ๊ะต๊ะ ซึ่งเป็นกลุ่มที่จัดประท้วงและผลักดันกฏ

หมายต่างๆ ที่เป็นการต่อต้านมุสลิมในเมียนมาร์



“ผมชอบโดนัล ทรัมป์ เพราะเขาเข้าใจภัยอันตรายของพวกมุสลิม” 

นาย Latt กล่าวในระหว่างการให้สัมภาษณ์ระหว่างการเยี่ยมเยือนวัด 

Magwe เมื่อเร็วๆ นี้ “มันแสดงให้เห็นว่า การที่เราต่อสู้ต่อต้านอิสลาม

นั้น มันจัดเป็นวาระระดับโลกเลยทีเดียว และศาสนาอิสลามนั้นเป็นภัย

คุกคามไม่ใช่แค่ในเมียนมาร์เท่านั้น แต่เป็นภัยที่ครอบคลุมไปทั่วโลก



ชาวมุสลิมและศาสนาอิสลามถูกนำมาเป็นประเด็นใหญ่โตในการ

แข่งขันเข้าชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีของปี 2016 ในสหรัฐฯ หลังจาก

เหตุการณ์โจมตีที่ปารีสและซานเบอร์นาดิโน โรคเกลียดกลัวอิสลาม 

Islamophobia ได้ถูกนำเข้าไปประเด็นแอบแฝงในการเมืองของเมีย

นมาร์ด้วยเช่นกัน ที่มีความพยายามเปลี่ยนผันจากระบบการปกครอง

ของทหารให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น



มุสลิมในเมียนมาร์ถูกกดขี่ข่มเหงอย่างรุนแรง และไม่มีการรับรอง

สัญชาติ กลุ่ม "มะบ๊ะต๊ะ" (Ma Ba Tha) หรือ "องค์กรปกป้องเชื้อชาติ

และศาสนา" และกลุ่มเคลื่อนไหว 969 ที่นำโดยพระวีระธู ได้ร่วมกัน

ปลุกปั่นให้ชาว





พุทธในเมียนมารร์ลุกขึ้นมาต่อต้านมุสลิม เช่นการนำข่าวเท็จว่าคน

มุสลิมข่มขื่นชาวมุสลิมมาเป็นประเด็นปลุกปั่น พระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงใน

เมียนมาร์ได้มีส่วนร่วมกับกลุ่มคลั่งชาติเหล่านี้ โดยมีการโจมตี สังหาร

หมู่ชาวโรฮิงยาในปี 2012 ทำให้ชาวโรฮิงยานับหมื่นคนถูกสังหารหมู่ 

ถูกเผ่าบ้านเรือน และถูกจำกัดเสรีภาพในการเคลื่อนย้าย สิทธิการได้

รับการศึกษา และการรักษาพยาบาล ชาวโรฮิงยานับแสนคนต้อง

กลายเป็นผู้ลี้ภัยในประเทศตนเอง และต้องเข้าไปอยู่ในค่ายลี้ภัยที่มี

สภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้าย


กลุ่มชาวพุทธชาตินิยมในเมียนมาร์ ซึ่งรวมถึงกลุ่มพระผู้มีอิทธิพล

อย่าง "มะบ๊ะต๊ะ" (Ma Ba Tha) ใช้มุสลิมชาวโรฮิงยามาเป็นประเด็น

ในการโจมตี โดยกล่าวหาว่า พวกเขาเป็นภัยคุกคามต่อชาติ ปฏิเสธว่า

ชาวโรฮิงยานั้นไม่มีสัญชาติเมียนมาร์ แต่เป็นพวกลอบเข้าเมืองอย่าง

ผิดกฏหมายที่มาจากบังคลาเทศ


“พวกโรฮิงยาเกือบทั้งหมดเป็นพวกที่อยู่อย่างผิดกฏหมาย ดังนั้นมัน

เป็นสิ่งสำคัญมากที่เราจะต้องหยุดยั้งรัฐบาลใหม่ที่จะให้สัญชาติกับ

คนพวกนี้ ซึ่งมันจะทำให้เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อประเทศของเรา” 

นาย Latt ประธานกลุ่มยุวชน Myanmar National Network กล่าวปิด

ท้าย


ที่มาของข่าวและภาพ –

Burmese Buddhist Monks Love Muslim-Hating Trump
http://www.thedailybeast.com/…/burmese-buddhist-monks-love-…

 ดูข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
1. "พระวีระธู"ผู้นำปลุกปั่นให้ชาวพุทธเกลียดชังมุสลิม เข้ารับรางวัลที่วัดธรรมกาย
https://www.facebook.com/muslim.aof/posts/1539016009726115
2. กลุ่มพระไทยเสนอช่วยเครือข่ายพระพม่าสายต้านมุสลิม ตั้งสถานีวิทยุ ท่ามกลางกระแสเกลียดชังระหว่างศาสนาที่ระอุมากขึ้น
https://www.facebook.com/muslim.aof/photos/pb.1437750509852666.-2207520000.1458163174./1503438456617204/?type=3&theater
3. วีดีโอสารคดีอัลญะซีเราะฮฺ
 พระวีระธุและพวกพ้องนำประเด็นเท็จเรื่องข่มขื่น มาใช้เป็นเครื่องมือปลุกปั่นให้เกิดการใช้ความรุนแรงระหว่างเชื้อชาติได้อย่างไร?
https://www.facebook.com/muslim.aof/videos/1508068369487546/

"พระวีระธู"ผู้นำปลุกปั่นให้ชาวพุทธเกลียดชังมุสลิม เข้ารับรางวัลที่วัดธรรมกาย

วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2559 เวลา 15:12 น.


เมื่อวันที่ 16 มี.ค. สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ ผู้เชี่ยวชาญด้าน

พุทธศาสนาและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ได้โพสต์ในเฟซบุ๊ค Somrit 

Luechai ระบุว่า ดร.ลลิตา หาญวงษ์ บอกว่ามหาจุฬาฯเชิญวิราธุ 

(Virathu) ไปเยี่ยมด้วยพร้อมเปิดภาพให้ผมดู มีภาพหนึ่งมีพระชูป้าย 

"we love Virathu" ผมทั้งแปลกใจและตกใจที่มากยิ่งขึ้นจากข่าวนี้ 

มหาจุฬาฯคือสถาบันการศึกษาของฝ่ายมหานิกาย กลับอ้าแขน

ต้อนรับคนที่ยุยงให้คนเกลียดกันและฆ่ากัน ยิ่งกว่านั้นชาวพุทธใน

ไทยก็ดูจะวางเฉยต่อเรื่องนี้ ซึ่งปรกติจะดิ้นร่าวๆ คำถามก็คือเรื่องนี้

เป็นวิกฤตต่อพุทธศาสนาทั้งอรรถะและพยัญชนะ แต่เหตุใดชาวพุทธ

ไทยกลับมองไม่เห็น หรือว่ากลียุคเริ่มแล้ว



ส่วนดร.ลลิตา หาญวงษ์ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ ได้โพสต์ในเฟ

ซบุ๊ค Lalita Hanwong ระบุว่า ข่าวที่บอกว่าพระวีระธู ผู้นำปลุกปั่นให้

ชาวพุทธพม่าเกลียดชังคนมุสลิม มาเมืองไทยเพื่อมารับรางวัลที่วัด

พระธรรมกายและพานักศึกษาพระพม่าไปดูงานถึงมหาจุฬาฯนั้นเป็น

ความจริง แต่ไม่มีสื่อใดในไทยที่ตีข่าวเรื่องนี้ ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องใหญ่

มาก พฤติกรรมของทั้งธรรมกายและมหาจุฬาที่อ้าแขนรับวีระธูในครั้ง

นี้ชี้ให้เห็นตรรกะและแนวคิดของสงฆ์ไทยบางกลุ่มที่มีลักษณะ 

xenophobic และพยายามเคลื่อนไหวหาแนวร่วมผ่านเครือข่ายพุทธ

เถรวาทในหลาย ๆ ประเทศ



นอกจากนี้ ยังตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 11 มี.ค. พระวีระธูได้โพสต์ใน

เฟซบุ๊ค Wira Thu ระบุว่า เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้เดินทางมา

รับรางวัลที่ประเทศไทย



สำหรับพระวีระธู ผู้นำพระสงฆ์และชาวพุทธในพม่า ที่ตั้งกลุ่มก่อต้าน

ชาวโรฮิงยา และชาวมุสลิมในพม่า จนเกิดเหตุจลาจลระหว่างชุมชน 

ที่รัฐอาระกันของพม่า และได้ลุกลามไปยังพื้นที่อื่นในพม่า โดยนิตย

สารไทม์เคยตีพิมพ์เรื่องของ พระวีระธู โดยโปรยตัวอักษรที่หน้าปก

ว่า "โฉมหน้าชาวพุทธผู้สร้างความหวาดกลัว: กองกำลังพระสงฆ์เติม

เชื้อความรุนแรงต่อต้านมุสลิมในเอเชียได้อย่างไร"



นอกจากนี้ในเล่ม ยังมีเรื่องจากปกพาดหัวว่า "เมื่อชาวพุทธคลั่ง" 

หรือ "When Buddhists Go Bad" โดยโปรยว่า "ศาสนาพุทธมีชื่อ

เสียงในเรื่องความรักสงบและอดทนอดกลั้น แต่ในหลายประเทศของ

เอเชีย พระสงฆ์กำลังเป็นผู้กระตุ้นให้เกิดความดื้อรั้นและความรุนแรง 

โดยส่วนใหญ่เป็นไปเพื่อต่อต้านมุสลิม"



ทั้งนี้พระวีระธู ซึ่งขนานนามตัวเองว่าเป็น "บิน ลาเดน แห่งพม่า" เป็น

ผู้ที่นำพระสงฆ์ออกมาเดินขบวนในมัณฑะเลย์เพื่อสนับสนุนแผนการ

ส่งตัวชาวโรฮิงยาไปยังประเทศที่ 3 ของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง และ

เขายังเป็นผู้สนับสนุนโครงการ "969" ซึ่งเป็นโครงการสนับสนุนให้

ชาวพุทธซื้อของจากร้านค้าชาวพุทธด้วยกัน


ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ค Somrit Luechai และ Lalita Hanwong

ที่มา -
1. ข่าวสด
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php…
รูปภาพ: เฟสบุ๊กส์พระวีระธู
https://www.facebook.com/ven.wirathumsy/posts/802851593191684?pnref=story
*****เครดิต: สายัณห์ สุขจันทร์*****
 อ่านข่าวและดูคลิปวีดีโอที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้:
1. กลุ่มพระไทยเสนอช่วยเครือข่ายพระพม่าสายต้านมุสลิม ตั้งสถานีวิทยุ ท่ามกลางกระแสเกลียดชังระหว่างศาสนาที่ระอุมากขึ้น
https://www.facebook.com/muslim.aof/photos/pb.1437750509852666.-2207520000.1458163174./1503438456617204/?type=3&theater

หลักฐานชี้ชัดว่ารัฐบาลเมียนมาร์จงใจฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงยา

15 ธันวาคม 2015



ที่มา - 

อัลญะซิเราะฮฺ (AlJazeera Investigative Team)

พระวีระธุและพวกพ้องนำประเด็นเท็จเรื่องข่มขื่น มาใช้เป็นเครื่องมือปลุกปั่นให้เกิดการใช้ความรุนแรงระหว่างเชื้อชาติได้อย่างไร?



เรื่องนี้จัดทำขึ้นมาโดยทีมสอบสวนของสำนักข่าวอัลญะซีเราะฮฺ ซึ่งมีการสัมภาษณ์บุคคลต่างๆ ที่มีส่วนรู้เห็นเหตุการณ์การจราจลในมัณฑะเลย์เมื่อปีที่แล้ว (2014) ที่มีผู้เสียชีวิต และจากเหตุการณ์นั้นทำให้มุสลิมไม่สามารถฟื้นตัวขึ้นมาได้อีกเลย


ที่มา -
ทีมสอบสวนอัลญะซีเราะฮฺ (Aljazeera investigative team)

“ปทท.ไทย อีก 3 เดือนเราเจอกัน” ทหารยิวโพสต์ในอินสตาแกรม

  ทหารอิสราเอลโพสต์รูปเซลฟี่ในอินสตาแกรม ที่ถ่ายหน้าบ้านของเศรษฐีในกาซ่าที่พวกมันจุดไฟเผา ในพื้นที่มูซาเบะฮ์ ตอนเหนือของราฟะฮ์ พร้อมแคปชั่น ...