Showing posts with label มัสยิด. Show all posts
Showing posts with label มัสยิด. Show all posts

Wednesday, November 17, 2021

เกิดเหตุโจมตีมัสยิด 3 แห่งในฝรั่งเศสภายในวันเดียวกัน


มัสยิด 3 แห่งตกเป็นเป้าโจมตีของกลุ่มขวาจัดที่เกลียดชังอิสลามในฝรั่งเศส ซึ่งมัสยิดถูกพ่นสีสเปรย์เป็นรูปไม้กางเขน และมีข้อความด่าทอศาสนาอิสลามบนพนังของมัสยิดในเมือง Montlebon, Pontarlier และ Roubaix ตอนค่ำของวันเสาร์(6/11/21) ที่ผ่านมา 


มัสยิดทั้ง 3 แห่งได้รับการดูแลโดยตุรกีอิสลามสหภาพกรมการศาสนา  (DITIB) ในฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสมาคมมุสลิมตุรกีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ


เราขอประณามการโจมตีที่น่ารังเกียจ และเราขอให้คนในชุมชนเจอแต่สิ่งที่ดีๆ เราขอขอบคุณกองกำลังความมั่นคงและทางการฝรั่งเศสสำหรับความร่วมมือ และชาวฝรั่งเศสที่ให้การสนับสนุนเรา  เราขอเรียกร้องให้ผู้คนมีความสามัคคีกันในการต่อต้านการกระทำที่มุ่งทำลายความสงบสุขของประชาชนในประเทศ เราขอให้พวกคุณมีความสุขุมรอบคอบเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ผู้ไม่หวังดีทำการปลุกปั่นหลายต่อหลายครั้ง” องค์กร DITIB กล่าวในคำแถลงการณ์


เหตุการณ์อิสลามโมโฟเบียในฝรั่งเศสเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อ้างจากศูนย์เฝ้าสังเกตการณ์อิสลามโมโฟเบีย เกิดเหตุมุสลิมถูกทำร้ายถึง 235 ครั้งในฝรั่งเศสเมื่อปีที่แล้ว (2020) เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2019 มีรายงานมุสลิมถูกทำร้าย 154 ครั้งพุ่งสูงขึ้นถึง 53% 


เหตุการณ์อิสลามโมโฟเบียส่วนใหญ่เกิดขึ้นในอิล เดอ ฟรองซ์ (Ile De France), โรนาลป์  Rhones-Alpes และ ปากา Paca ซึ่งการที่พวกเกลียดชังศาสนาอิสลาม ด้วยการโจมตีมัสยิดพุ่งสูงถึง 35% ภายในปีเดียว


ที่มา:

https://www.dailysabah.com/world/europe/islamophobic-attackers-target-3-mosques-in-france

Cr: รูป DOAM 


 

Saturday, February 20, 2021

คลิปจีนชาวฮั่นหัวรุนแรงบุกทุบทำลายมัสยิดของชาวหุย

 



ไม่มีการระบุชื่อมัสยิด แต่ในคลิปที่แชร์กันในทวิตเตอร์ของนักสิทธิฯ ชาวอุยกูร์ที่ระบุว่า กลุ่มชาวฮั่นที่ไม่มีศาสนาสาวกสี จิ้นพิง บุกทำลายมัสยิดแห่งหนึ่งของชาวหุย 


ก่อนหน้านี้รัฐบาลจีนคอมมิวนิสต์สั่งรื้อโดมทุกมัสยิดออกทั้งหมด เพราะจีนมองว่า โดมของมัสยิดเป็นสัญลักษณ์ของชาวอาหรับ 


ชาวหุยมีอยู่ประมาณ 10.5 ล้านคน และพวกเขาอาศัยอยู่ในเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย


ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) ได้ประกาศแผนเป็นทางการว่าจะทำให้ศาสนาอิสลามเป็นแบบจีน (Sinicize)  โดยต้องการให้มุสลิมทุกพื้นที่ในจีนอยู่ภายใต้การควบคุมของพรรคคอมมิวนิสต์มากยิ่งขึ้น  ซึ่งพวกเขาเป็นอเทวนิยมไม่เชื่อเรื่องพระเจ้า 


ทางการจีนมีการสั่งห้ามการเรียนการสอนกุรอาน และพยายามจะห้ามไม่ให้เด็กนักเรียนหญิงสวมฮิญาบไปโรงเรียน ซึ่งทำให้เด็กชาวหุยออกมาต่อต้าน 


เจ้าหน้าที่จีนยังมีการสั่งให้ร้านอาหารฮาลาลและแผงขายอาหารปลดตัวหนังสือภาษาอาหรับและสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลามออกให้หมดอีกด้วย


เครดิตคลิป - Twitter: @AbdugheniSabit

RFA


Saturday, July 9, 2016

มัสยิดมากกว่า 6 แห่งในลอนดอนและมุสลิมในสภาสูงได้รับจม.ปิดผนึกที่บรรจุผงสีขาวพร้อมข้อความเกลียดชังชาวมุสลิม


อังกฤษ – เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2016 มัสยิดมากกว่า 5 แห่งใน 
Tottenham Leyton และ Finsbury Park และลอร์ดอะฮฺหมัด มุสลิม
คนแรกที่เข้าไปอยู่ในสภาสูงหรือสภาขุนนางในอังกฤษ ได้รับ
จดหมายปิดผนึกที่บรรจุผงสีขาว พร้อมมีข้อความแสดงถึงความ
เกลียดชังชาวมุสลิม และมีธุรกิจของมุสลิมซึ่งอยู่ใน Canning Town 
ได้รับจดหมายลักษณะเดียวกัน


ในจดหมายมีรูปวาดมัสยิดและขีดฆ่าพร้อมข้อความว่า “พวกปากี จอม
สกปรกโสมม”


ทางกรรมการมัสยิดได้โทรแจ้งตำรวจ ส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่ง
ทีมเจ้าหน้าที่พิเศษตรวจสอบผงสีขาว พร้อมประกาศให้ผู้ไปละหมาด
ออกมาจากมัสยิด และทำการปิดมัสยิด จากการทดสอบผงสีขาวนั้น
เป็นผงชอล์ก


ผู้ไปละหมาดคนหนึ่งที่มัสยิดอาอิชะฮฺ Masjid Ayesha ถนน Clyde 
ได้โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊กส์ส่วนตัวมีข้อความว่า “หนึ่งในคณะ
กรรมการมัสยิดได้โทรแจ้งตำรวจหลังจากพ่อของเขาได้มีอาการคัน
ผิวหนังหลังจากแตะผงสีขาวที่บรรจุไว้ในจดหมาย ตำรวจจึงเรียก
หน่วยเก็บกู้ระเบิดมาตรวจสอบผงสีขาว สรุปว่าผงสีขาวเป็นเพียงแค่
ผงชอล์ก”


เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “สิ่งที่น่าตกใจที่สุดก็คือมีมัสยิดอีก 6 แห่งโทร
แจ้งตำรวจถึงกรณีได้รับจดหมายเหมือนกันภายในวันเดียวกัน มีคน
บางคนพยายามส่งข้อความถึงชุมชนมุสลิมในอังกฤษ ไม่ว่าเราจะ
ชอบหรือไม่ก็ตาม โรคเกลียดกลัวอิสลามนั้นมีอยู่จริง”


ส่วนทางด้านลอร์ดอะฮฺหมัด ซึ่งเป็นมุสลิมคนแรกที่เข้าไปอยู่ในสภา
ขุนนางในอังกฤษ ได้เปิดจดหมายที่มีการแสตมป์ว่า ‘ตรวจสอบแล้ว’ 
และมีจดหมายอีกฉบับหนึ่งในนั้นที่บรรจุผงสีขาวและมีข้อความว่า 
“พวกปากี จอมสกปรกโสมม”


ลอร์ดอะฮฺหมัดกล่าวว่า ตอนแรกเขาได้โยนจดหมายลงถังขยะไป
แล้วแต่พอมาคิดอีกทีถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับเขาได้ จึงโทร
เรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาสอบสวน


“ผมได้รับจดหมายที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่
ครั้งนี้มีผงสีขาวส่งมาด้วย ตอนแรกผมไม่ได้คิดว่ามันร้ายแรงอย่างไร 
ดังนั้นผมถึงโยนมันลงไปในถังขยะ และล้างมือพร้อมสะบัดผงสีขาว
ออกจากเสื้อ” ลอร์ดอะฮฺหมัดกล่าว


ตำรวจจึงปิดบริเวณบางส่วนของสภาเป็นการชั่วคราว และเปิดทำการ
เป็นปกติหลังจากหนึ่งชั่วโมงต่อมา พร้อมกับส่งเจ้าหน้าที่พิเศษมา
ตรวจสอบผงสีขาว ปรากฏว่าไม่ได้เป็นสารอันตรายแต่อย่างใด


ภายในสองสัปดาห์จากวันที่ 16 มิถุนายน เป็นต้นมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ
ได้รับแจ้งอาชญากรรมจากความเกลียดชังถึง 3,076 ครั้ง เพิ่มสูงขึ้น
ถึง 42 เปอร์เซ็นต์ หลังการลงประชามติถอนตัวจากอียู นั้นหมายถึง
เหตุอาชญกรรมจากความเกลียดชังเพิ่มขึ้นถึง 915 ครั้งเมื่อเทียบกับ
ช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว


ที่มาของข้อมูล –
1. White powder sent to London mosques in envelopes with 'P*** filth' scrawled on them
http://www.standard.co.uk/…/racist-letters-containing-white…
2. First Muslim peer sent white powder and racist 'P*** filth' note, sparking security alert in Parliament
http://www.mirror.co.uk/…/first-muslim-peer-sent-white-8369…
3. Parliament in lockdown after suspicious powder sent to Muslim peer
https://uk.yahoo.com/…/parliament-lockdown-suspicious-powde…
4. Brexit racism: More than 3,000 hate crimes reported in just two weeks
http://metro.co.uk/…/brexit-racism-more-than-3000-hate-cri…/

Friday, July 1, 2016

🔥 คนร้ายจุดไฟเผารถที่จอดหน้ามัสยิดในเพริท์ พร้อมพ่นสีด่าทอศาสนาอิสลาม

คนร้ายจุดไฟเผารถที่จอดหน้ามัสยิดในเพริท์ พร้อม
พ่นสีด่าทอศาสนาอิสลาม ขณะที่มุสลิมหลายร้อย 
คนกำลังยืนละหมาดตะรอเวียะฮฺกันอยู่



ออสเตรเลีย – เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 28/06/2016 เวลา 20.00 
น. โดยตำรวจได้ยืนยันว่าคนร้ายใช้สารเร่ง (accelerant) ในการเผา
รถ 4WD สีขาวที่จอดอยู่บริเวณข้างหน้าและมัสยิด Thornlie และเป็น
โรงเรียนวิทยาลัยอิสลาม Australian Islamic College ที่ 
Tonbridge Way รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย โดยทั้งอาคารของมัสยิด
และโรงเรียนมีที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน


รถ4WDถูกวางลอบวางเพลิงเผาไหม้จนหมดทั้งคันและมีรถที่จอด
อีก 4 คันได้รับความเสียหายด้วยเช่นกัน คนร้ายยังนำสีเสปรย์มาฉีด
พ่นข้อความด่าทอศาสนาอิสลามอย่างหยาบคายบนกำแพงของ
โรงเรียนอีกด้วย


ฝั่งที่คนร้ายก่อเหตุเผารถเป็นฝั่งที่ตั้งของโรงเรียน ส่วนอีกฝั่งหนึ่งเป็น
ที่ตั้งของมัสยิดซึ่งมีรถจอดอยู่หนาแน่น ถ้าคนร้ายไปก่อเหตุฝั่งมัสยิด 
มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีรถมากกว่า 4 คันได้รับความเสียหาย


ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงเรียนพบชาย 3 คนสวมเสื้อฮู้ด
วิ่งหนีไปทางถนน Spencer ขณะที่รถ4WD เริ่มไฟไหม้


อีหม่ามประจำมัสยิดกล่าวว่ามีคนมาละหมาดตะรอเวียะฮฺในมัสยิด
หลายร้อยคน ขณะที่คนร้ายเผารถของผู้ที่มาละหมาด แต่ไม่มีใครได้
รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้


นายอับดุลลอฮฺ ข่าน ครูใหญ่ประจำโรงเรียน Australian Islamic 
College กล่าวกับสถานีวิทยุช่อง 720 เอบีซ๊ เพริท์ว่า

“จริงๆ แล้วมีผู้คนยืนละหมาดกันอยู่ในขณะที่เกิดเหตุลอบวางเพลิง
เผารถ พวกเขาจึงออกมาตรวจสอบเหตุการณ์ แต่เมื่อหน่วยบริการ
ฉุกเฉินและเห็นตำรวจรุดมายังที่เกิดเหตุ พวกเขาจึงพากันกลับเข้าไป
ในมัสยิดเพื่อละหมาดต่อ


นายอับดุลลอฮฺ กล่าวเพิ่มเติมว่า เขารู้สึกตกใจและผิดหวังกับเรื่องที่มี
คนร้ายพุ่งเป้าโจมตีมัสยิดและโรงเรียน แต่ก็รู้สึกปลาบปลื้มที่มีทั้ง
นักการเมืองและผู้คนจำนวนมากในชุมชนร่วมแสดงความเสียใจและ
เสนอความช่วยเหลือ


เขากล่าวถึงเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่ก่อเหตุโดยกลุ่มเล็กๆ ที่เกลียดชัง
มุสลิมในครั้งนี้ จะเป็นการนำผู้คนทั้งในและนอกชุมชนร่วมกันเข้ามาส
นับสนุนพวกเขามากยิ่งขึ้น ดูจากโทรศัพท์ที่เขาได้รับอย่างไม่ขาด
สายที่มีทั้งหน่วยงานและผู้คนมากมายเสนอตัวให้ความช่วยเหลือ


“ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเช้านี้ ผมได้รับโทรศัพท์จำนวนมากทั้งจากนักการ
เมืองต่างๆ กรมตำรวจประจำรัฐ และจากผู้คนมากมายในชุมชนที่โทร
มาแสดงความห่วงใยและแสดงเจตนารมณ์เสนอตัวช่วยเหลือพวกเรา” นายอับดุลลอฮฺกล่าว


มีผู้ไม่หวังดีเคยมาพ่นสีสเปรย์โรงเรียนหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้เป็น
เหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุด


เมื่อคืนวันเสาร์ที่แล้ว (26/06/15) มีคนร้ายไปพ่นสีเสปรย์ด่าทอ
ศาสนาอิสลามและนำหัวสุกรวางไว้ตรงทางเช้ามัสยิดใน Southern 
River แต่ตำรวจมีความเห็นว่าเหตุการณ์ทั้งสองไม่มีความเกี่ยวข้อง
กันแต่อย่างใด

ส่วนนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียได้ประณามการก่อเหตุจุดไฟเผารถใน
ครั้งนี้ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 2 
กรกฎาคมนี้


“ปทท.ไทย อีก 3 เดือนเราเจอกัน” ทหารยิวโพสต์ในอินสตาแกรม

  ทหารอิสราเอลโพสต์รูปเซลฟี่ในอินสตาแกรม ที่ถ่ายหน้าบ้านของเศรษฐีในกาซ่าที่พวกมันจุดไฟเผา ในพื้นที่มูซาเบะฮ์ ตอนเหนือของราฟะฮ์ พร้อมแคปชั่น ...