Showing posts with label อิสลามโมโฟเบียในออสเตรเลีย. Show all posts
Showing posts with label อิสลามโมโฟเบียในออสเตรเลีย. Show all posts

Monday, October 5, 2020

ศาลออสซี่สั่งจำคุกคนร้ายที่ทั้งรัวหมัดถึง 14 ครั้ง และกระทืบซ้ำหญิงมุสลิมท้องแก่แค่ 3 ปี





🎬  ดูวีดีโอ: https://www.facebook.com/1072860619570646/posts/1426239400899431/



เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2020 ณ ศาลแขวง Parramatta ผู้พิพากษา Christopher Craigie at Parramatta District Court ได้พิจารณาโทษผ่านระบบวิดีโอที่เชื่อมต่อกับเรือนจำ สั่งจำคุกนาย Steven Lozina เป็นเวลา 3 ปี  โดยจำเลยได้ชกนาง Rana Elasmar วัย 32 ปีถึง 14 หมัด “เป็นการชกที่รุนแรงและเร็วมาก” โดยเหยื่อไม่มีโอกาสได้ตั้งตัว


เหตุทำร้ายร่างกายเพราะความเกลียดชังคนมุสลิมเกิดขึ้นตอนกลางคืนของวันที่ 20 พฤศจิกายน 2019 นาย Lozina จำเลยวัย 44 ปีได้เข้าไปที่ร้าน Bay Vista Cafe ถนน Church St. ย่าน Parramatta เขต Parramatta และเดินตรงเข้าไปที่โต๊ะที่นาง Elasmar และเพื่อนหญิงอีก 2 คนนั่งทานอาหารกันอยู่ จากนั้นนาย Lozina ได้เลือกลงมือชกนาง Elasmar ที่ท้องแก่อย่างรุนแรงถึง 14 ครั้ง  จนกระทั่งนางล้มลงนอนกับพื้น คนร้ายยังได้เข้าไปกระทืบนางต่ออีก นางพยายามนอนตัวงอ เพื่อปกป้องลูกในครรภ์ไม่ให้ถูกแตะ โดยเอาส่วนอื่นของร่างกายรับหมัดและเท้าของนาย Lozina แทน


หลังจากเหตุการณ์สุดช็อคผ่านไปประมาณครึ่งเดือน นาง  Elasmar ได้คลอดบุตรชายที่มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์


คนร้ายอ้างว่าเขาโมโหที่เดินเข้าไปขอเงินแล้วนาง Elasmar และเพื่อนไม่ให้เงิน แถมใช้คำหยาบคายด่ามุสลิม  ซึ่งก่อนหน้าทำร้ายนาง Elasmar เพียง 1 อาทิตย์  นาย Lozina เคยเดินตามและด่าทอหญิงมุสลิมที่สวมฮิญาบ 2 คนที่เดินซื้อของในห้าง Bankstown Shopping Centre 


นาย Lozina อ้างว่าเขาเป็นโรคจิตเภทหวาดระแวงเรื้อรัง (chronic paranoid schizophrenic) เขารู้สึกเสียใจต่อสิ่งที่ได้ทำลงไป และรู้ว่าตัวเองเป็นอันตรายต่อการออกไปอยู่ในที่สาธารณะ ตัวเขาเองเหมาะสมกับการอยู่ในโรงพยาบาล 


ถึงแม้นาย Lozina เป็นอันตรายต่อสังคม และมีคดีทำร้ายร่างกายมาหลายคดีแล้ว  แต่ศาลก็ยังเมตตา กลับให้สิทธิ์จำเลยทำเรื่องขอปล่อยตัวอย่างมีทัณฑ์บนได้หลังจำคุกไปแล้ว 2 ปี


นักข่าวถามนาย Azzam Elasmar สามีของนาง Elasmar ว่ารู้สึกยังไงที่ศาลสั่งจำคุกคนร้าย 3 ปี มันดูเป็นธรรมมั้ย? นาย Azzam ตอบว่า “ไม่เป็นธรรม ลองคิดดูว่าคนร้ายจะออกมาจากคุกหลังจาก 2 ปีผ่านไป จะทำให้ทุกคนเสี่ยงต่อการถูกทำร้ายร่างกายอีก ชายคนนี้สามารถทำร้ายใครต่อไปได้อีก ถ้าเขาออกมาจากคุก”



ที่มา: 


https://www.sbs.com.au/news/man-who-bashed-heavily-pregnant-muslim-woman-at-sydney-cafe-gets-three-year-jail-term


https://www.theguardian.com/australia-news/2020/oct/01/man-who-bashed-pregnant-muslim-woman-in-sydney-cafe-jailed-for-at-least-two-years


#อิสลามโมโฟโมโฟเบีย

#อิสลามโมโฟโมโฟเบียในออสเตรเลีย

#Islamophobia

Thursday, November 21, 2019

หญิงมุสลิมท้องแก่ถูกชายออสซี่กระหน่ำชกไปที่ศีรษะ แถมยังกระทืบซ้ำไปที่หน้าของนางอีก




หญิงมุสลิมตั้งครรภ์ได้ 8 เดือนครึ่ง วัย 31 ปี กำลังนั่งทานขนมกับเพื่อนมุสลิมหญิงอีก 2 คนที่ร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งในตอนกลางคืนของวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งร้านตั้งอยู่บนเชริช์ สตรีท พารามาต้า นครซิดนีย์


ชายชาวออสซี่ที่เป็นคนร้ายคนดังกล่าวเดินเข้ามาในร้าน และตรงดิ่งเข้าไปยังโต๊ะหญิงมุสลิมทั้ง 3 คน มีรายงานว่า คนร้ายไม่ได้รู้จักกับหญิงทั้ง 3 คนมาก่อน เริ่มใช้คำพูดด่าทอเกี่ยวกับเรื่องศาสนาอิสลาม ก่อนที่จะเอื้อมตัวกระหน่ำชกไปที่ศีรษะของหญิงมุสลิมคนที่ท้องแก่แบบไม่ยั้ง จนกระทั่งนางล้มลงไปกับพื้น และเขายังกระทืบซ้ำไปที่ศีรษะอีกหลายครั้ง จนกระทั่งมีคนในร้านเริ่มเข้ามาช่วยนาง และเพื่อนที่นั่งโต๊ะเดียวกันใช้เก้าอี้ฟาดไปที่ชายคนร้าย คนที่อยู่ในร้ายได้ช่วยกันจับตัวคนร้ายเอาไว้ แล้วโทรแจ้งตำรวจให้มาจับตัวไป


ส่วนทางด้านหญิงมุสลิมท้องแก่ผู้นี้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเวสมี๊ด และวันนี้ออกจากโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว


Luke Sywenkyj สารวัตสอบสวนประจำรัฐนิวเซาท์เวลส์ ได้ให้สัมภาษณ์ผุ้สื่อข่าวเมื่อเช้านี้ว่า หญิงมุสลิมคนดังกล่าวมีแผลฟกช้ำ และมีอาการบวม


คนร้ายคือ นาย Stipe Lozina อายุ 43 ปี ถูกนำตัวขึ้นศาลท้องถิ่นในพารามาต้าในวันนี้ (21/11/2019) ข้อหาก่อเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกาย ศาลยังได้ปฏิเสธการให้ประกันตัว นาย Lozina มีประวัติอาชญกรรมอยู่หลายคดี และต้องขึ้นศาลอีกหลายครั้ง


สารวัตรสอบสวน Sywenkyj ยังได้ยกย่องคนที่อยู่ในร้านค่าเฟ่ที่เข้าไปช่วยจับคนร้ายเอาไว้ และส่งตัวให้ตำรวจ “หากไม่ใช่เพราะการกระทำที่กล้าหาญของคนในร้านที่ช่วยกันจับคนร้ายได้ทันท่วงที เหยื่ออาจได้รับบาดเจ็บสาหัสมากไปกว่านี้แน่นอน”


รายงานที่จัดทำขึ้นโดยกลุ่ม The Islamophobia Register เปิดเผยว่า อิสลามโมโฟเบีย หรือโรคหวาดกลัวอิสลามในออสเตรเลียช่วงปี 2016 – 2017 โดยทางองค์กรได้รับรายงานจากเหยื่อที่ถูกด่าทอ หรือทำร้าย โดยมีการแจ้งเข้ามาเป็นจำนวน 349 ครั้ง ซึ่งผู้ที่เป็นเหยื่อ 96 เปอร์เซนต์เป็นผู้หญิงและเด็กที่สวมใส่ฮิญาบ โดยส่วนใหญ่เป็นในลักษณะการพูดจาด่าทอเพราะดูการแต่งกายแบบหญิงชาวมุสลิม เป็นการด่าทอในที่สาธารณะ ในโลกออนไลน์ ซึ่งหญิงมุสลิมบางรายก็ถูกทำร้ายร่างกายในที่สาธารณะ แต่หลายครั้งไม่ได้รับการช่วยเหลือ


ผู้ที่โจมตีหญิงมุสลิมและเด็กหญิงส่วนใหญ่เป็นผู้ชายชาวแองโกล-แซกซัน ซึ่งเป็นพวกคนผิวขาวที่มีเชื้อสายอังกฤษ หรือพวกชาวยุโรปที่มีที่พำนักอาศัยอยู่ในออสเตรเลีย



ที่มาของข้อมูล –
https://www.9news.com.au/…/e6a09d38-2208-4591-980b-afe5ef29…

Friday, February 3, 2017

หญิงเอเชียด่าทอหญิงมุสลิมที่ใส่นิกอบในมหาวิทยาลัย

หญิงเอเชียตามทุบกระจบรถหญิงมุสลิมที่สวมนิกอบในมหาวิทยาลัย ใช้คำหยาบสั่งให้เธอถอดนิกอบและออกมาจากรถ



เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2017 นายแรมซี่ อาลามูดี่ Ramzy Alamudi ได้โพสต์ลงในเฟสบุ๊กส์ส่วนตัวแชร์คลิปวีดีโอที่หญิงชาวเอเชียคนหนึ่งตามคู่สามีภรรยามุสลิมมาถึงที่รถ และทุบกระจกซ้ำๆ พร้อมด่าทอ สั่งให้หญิงมุสลิมที่สวมนิกอบถอดผ้าออก และออกมานอกรถ 


นายอาลามูดี่ เล่าว่าเมื่อวันศุกร์ที่ 20 มกราคม 2017 เขาขับรถไปรับภรรยาที่เรียนอยู่คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์  และเพิ่งสอบเสร็จ เขากำลังจะไปเฉลิมฉลองกับการสอบครั้งสุดท้ายของภรรยา  แต่ปรากฏว่าระหว่างที่เดินมาที่จอดรถของมหาวิทยาลัยแมคควอรี่ ทางฝั่งเหนือของซิดนีย์  เขาทั้งคู่สังเกตุเห็นว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งจ้องมองลักษณะอาฆาตแค้น  ภรรยาของเขาจึงโบกมือให้เพื่อแสดงความเป็นมิตร


จากจุดนี้เองที่หญิงผู้นี้เริ่มโชว์นิ้วกลางแล้วกล่าวคำหยาบคายออกมาว่า “F_ck you!”  นางสั่งหญิงมุสลิมผู้นี้ที่สวมนิกอบว่าให้ถอดผ้านิกอบออกซะ จากนั้นจึงรีบเดินมายังรถ  นายอาลามูดี่บอกภรรยาให้รีบล็อครถ และให้ถ่ายคลิปวีดีโอไว้เป็นหลักฐาน


นายอาลามูดี่กล่าวว่า อิสลามโมโฟเบีย เกิดขึ้นกับมุสลิมในออสเตรเลียบ่อยครั้งมาก  เนื่องจากนักการเมืองและสื่อกระแสหลักที่คอยโจมตีและเสนอข่าวที่ไร้ความเป็นธรรมต่อชาวมุสลิม  แถมบอกว่าโชคดึที่เหตุการณ์เลวร้ายนี้เกิดขึ้นกับเขา ไม่ได้เกิดขึ้นกับมุสลิมคนอื่นๆ ที่ไม่สามารถที่จะป้องกันตนเองได้


ส่วนน.ส. เอมิลี่ เกรซ กัฟ Emily Grace Guff  ซึ่งเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแมคควอรี่ ที่เห็นเหตุการณ์นี้พอดี  จึงนำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปแล้วโพสต์ลงเฟสบุ๊กส์ส่วนตัวเมื่อวันศุกร์ที่ 20 มกราคม 2017 ว่า ในชีวิตของเธอไม่เคยเห็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจที่มนุษย์คนหนึ่งประพฤกติตนอย่างเลวร้ายต่อมนุษย์คนอื่นๆ   เธอเล่าให้ฟังว่าเธอกำลังจะขับรถออกจากที่จอดรถของมหาวิทยาลัย เหลือบเห็นชายที่มีรูปพรรณสัณฐานเป็นชายชาวตะวันออกกลางคนหนึ่งและหญิงเอเชีย ที่ทั้งคู่ต่างผลักกันไปมา  และต่างคนต่างตะโกนขอความช่วยเหลือ  


เมื่อน.ส.กัฟได้ไปยังที่เกิดเหตุ  รู้สึกช็อคที่ทราบว่าชายมุสลิมผู้นี้พยายามจะป้องกันหญิงเอเชียผู้นี้ไม่ให้ไปทำร้ายภรรยาของเขา  น.ส.กัฟกล่าวว่า นางมีสิทธิอะไรที่ไปรังแกหญิงมุสลิมเพราะชุดที่เธอใส่  โดยหญิงเอเชียผู้นี้อ้างว่า นางรู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่อเห็นหญิงมุสลิมผู้นี้เดินอยู่ในมหาวิทยาลัย  นางสั่งให้สามีของหญิงมุสลิมโชว์บัตรนักศึกษา พร้อมตะโกนว่าหญิงมุสลิมผู้นี้ไม่มีสิทธิเรียนที่นี่ และไม่สมควรให้เธอเดินไปมาอย่างเสรีแบบนี้  เพราะไม่ทราบว่าเธอซ่อนอาวุธอะไรไว้ในชุดของเธอ  ขณะที่หญิงเอเชียผู้นี้ตะโกนโวยวายอยู่ ลูกเล็กๆ ของนางก็นั่งอยู่ในรถที่ไม่ได้ล็อค และรถจอดห่างอยู่หลายเมตร


คลิปวีดีโอที่น.ส.กัฟถ่ายตอนที่เจ้าหน้าที่รักความปลอดภัยมาถึง หญิงเอเชียผู้นี้พูดซ้ำๆ กับเจ้าหน้าที่รปภ.ว่า นางรู้สึกหวาดกลัวเมื่อมีหญิงมุสลิมที่สวมนิกอบปรากฏตัวอยู่ใกล้ๆ เธอ 


น.ส.กัฟแสดงความเห็นต่อว่า เธอรู้สึกขยะแขยงที่อยู่บนโลกที่มีมนุษย์พวกนี้ที่ด่าทอคนอื่นเพราะต่างกันที่ชาติพันธุ์และต่างศาสนา เธอลงท้ายว่าคนที่ไม่สมควรอยู่ที่ออสเตรเลียคือผู้หญิงเอเชียคนนี้ที่เหยียดเชื้อชาติและศาสนาผู้อื่นที่เขาเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่ได้ทำร้ายใคร


ต่อมามหาวิทยาลัยแมคควอรี่ได้ออกแถลงการณ์ว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้แจ้งตำรวจเรียบร้อยแล้ว และยืนยันว่ามหาวิทยาลัยมีความภูมิใจกับความหลากหลาย  พร้อมยอมรับหลักปฏิบัติของทุกๆ ศาสนาของนักศึกษา


จากนั้น หญิงเอเชียที่ไม่มีการเปิดเผยชื่อวัย 35 ปี ถูกตำรวจจับกุมตัว ข้อหาทำร้ายร่างกายทั่วไป และทำลายทรัพย์สินผู้อื่น โดยที่นางต้องไปปรากฏตัวที่ศาลเบอร์วูด ในวันจันทร์ที่ 13 มีนาคม ที่จะถึงนี้


ที่มา - 
HTTPS://WWW.FACEBOOK.COM/RALAMUDI/VIDEOS/VB.100001238027652/1387266157991305/?TYPE=2&THEATER

HTTPS://WWW.FACEBOOK.COM/EMILYGRACEGUFF/POSTS/10209594401391511?PNREF=STORY

Friday, December 23, 2016

หญิงมุสลิมถูกชายออสซี่เอาขวดเบียร์ปาใส่หน้าหลังจากตอบกลับเขาและลูกๆ ของเขาไปว่า‘สุขสันต์วันคริสต์มาส’


เพิร์ท ออสเตรเลีย – เมื่อวันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม 2016 ตอน 20.30 น. หญิงมุสลิมที่ไม่ประสงค์ออกนามวัย 33 ปีมาซื้อของที่บีเลียวิลเลจ ซึ่งอยู่ตอนใต้ของเพิร์ท โดยมีชายออสซี่วัย 33 ปีบอกให้ลูกๆ ของเขาอวยพรเธอว่า ‘สุขสันต์วันคริสต์มาส’



เมื่อเธอตอบกลับไปว่า ‘สุขสันต์วันคริสต์มาส’ เขากลับพูดกับเธอด้วยคำที่หยาบคาย “ใช่แล้ว เธอคือพวก f@*king มุสลิม” หญิงมุสลิมได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีทีวีช่อง 7

เธอจึงเผชิญหน้ากับเขาถึงกริยาที่หยาบคาย ทันใดนั้นเขาได้ปาขวดเบียร์ใส่หน้าเธอ แต่เธอรีบหันข้างทันที ทำให้ขวดเบียร์ถูกที่บริเวณไหล่และหลัง ส่วนขวดเบียร์นั้นแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ


เธอจึงสู้กลับ และมีผู้หญิงคนหนึ่งพยายามเข้ามาแยกทั้งสองให้ออกจากกัน ในตอนนั้นหญิงมุสลิมผู้นี้ล้มลงกับพื้น ฮิญาบของเธอหลุดออกจากศีรษะ ชายผู้นี้จึงรีบหยิบฮิญาบเธอไปและไปทิ้งไว้ที่พงหญ้า ขณะทิ่วิ่งหนีไป หญิงมุสลิมก็วิ่งไล่ตามไป เขายังเอาก้อนหินปาใส่เธออีก พร้อมข่มขู่เธอในขณะที่เธอโทรแจ้งตำรวจ “ถ้าผมเห็นคุณอีก ผมจะฆ่าคุณแน่นอน”


จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้หญิงมุสลิมผู้นี้ต้องหวาดกลัวเป็นอย่างมาก โดยเธอเรียกร้องให้ลูกๆ ทั้ง 4 ของเธอ หญิงมุสลิมและชาวออสซี่ทุกๆ คน ร่วมกันลุกขึ้นมาต่อต้านการทำร้ายร่างกาย โดยที่เธอบอกว่ามันเป็นอะไรที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งกับหญิงมุสลิมในออสเตรเลีย


“ฉันรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับการถูกทำร้ายร่างกายและการถูกด่าทอ และนี้มันใช่เป็นครั้งแรกที่มันเกิดขึ้น”
ล่าสุด ชายออสซี่วัย 33 ปีผู้นี้ถูกตำรวจจับได้แล้วเมื่อวานนี้ (22/12) ในข้อหาทำร้ายร่างกายที่ไม่สาหัส และจะถูกนำตัวขึ้นศาลในวันที่ 30 มกราคม 2017 ที่จะถึงนี้

ที่มา -

Tuesday, July 19, 2016

ภาพชายยืนปัสสาวะใส่ผ้าละหมาดในห้องละหมาดที่สวนสนุกมูวีย์เวริด์ รัฐควีนสแลนด์ ออสเตรเลีย

18/07/16


เฟสบุ๊กส์ Islamophobia Watch Australia ได้มีการแชร์ภาพที่เกิน
คำบรรยายนี้จากเฟสบุ๊กส์ ‘Extremely Fed Up Aussie Patriots’ ใน
ตอนค่ำของวันอาทิตย์ 17/07/16 โดยมีข้อความใต้ภาพว่า “สวัสดี
ยามเช้าเพื่อนๆ ที่แสนดี ครั้งหน้าถ้าคุณไปเยี่ยมเยือนโกลโคสท์ อย่า
ลืมฝากอนุสรณ์เล็กๆ น้อยๆ ไว้ด้วยการประกาศอาณาเขตของเรา ขอ
อวยพรให้ทุกๆ คนมีความสุขในวันนี้นะครับ”


เฟสต์บุ๊กส์ของ ‘Extremely Fed Up Aussie Patriots’ เป็นอีกเฟสต์
หนึ่งที่ใช้ต่อต้านอิสลามและมีสมาชิก 22,000 คน แต่ได้ลบโพสต์นี้
ออกไปวันนี้ เพราะมีคนจำนวนมากที่เข้ามาตำหนิภาพที่ไม่เหมาะสม
นี้ และไม่ชัดเจนว่าชายที่ยืนปัสสาวะบนผ้าละหมาดในรูปมีความ
เกี่ยวข้องกับเจ้าของเฟสบุ๊กส์นี้หรือไม่


ส่วน Islamophobia Watch Australia เป็นเฟสบุ๊กส์ที่รับรายงาน
เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอิสลามโมโฟเบียในออสเตรเลียเป็น
หลัก โดยมีทีมงานที่มีทั้งนักกฏหมาย และเป็นฝ่ายประสานงานกับ
หน่วยงานอื่นๆ เช่นตำรวจ นักจิตวิทยาที่ให้คำปรึกษาผู้ที่ได้รับความ
เสียหายจากพวกเกลียดชังมุสลิม


เฟสบุ๊กส์ Islamophobia Watch Australia แชร์รูปนี้เพื่อเป็นการให้
สังคมออนไลน์ช่วยหาตัวชายที่ทำปฏิกริยาต่ำทรามผู้นี้ และต้องการ
ทราบสถานที่ของห้องละหมาดที่เห็นในภาพเพื่อเป็นการติดต่อสถาน
ที่ให้หาตัวคนร้ายจากกล้องวงจรปิด (ถ้ามี) ปรากฏมีผู้แสดงความเห็น
ว่าเป็นห้องละหมาดของ MovieWorld ซึ่งเป็นสวนสนุกแห่งโกลโค
สท์ ในรัฐควีนสแลนด์


โกลโคสท์เป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่มีมุสลิมจากตะวันออกกลางนิยมมา
เที่ยวเป็นจำนวนมาก จึงทำให้สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ จัดห้อง
ละหมาดให้กับนักท่องเที่ยวชาวมุสลิม โดยปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยว
จองห้องพักเพิ่มขึ้น 35 เปอร์เซ็นต์ในช่วงกรกฎาคม – สิงหาคม ของ
ปีที่แล้ว (2015)


ที่มา –
Man urinates on Muslim prayer mat in Queensland, posts picture online
http://www.news.com.au/…/n…/b89a9509a10f2114a920cd86a855336e
Middle Eastern tourism rebounds on Gold Coast thanks to better timing of Ramadan
http://www.goldcoastbulletin.com.au/…/b6c14871b9f527c834f19…

Friday, July 1, 2016

🔥 คนร้ายจุดไฟเผารถที่จอดหน้ามัสยิดในเพริท์ พร้อมพ่นสีด่าทอศาสนาอิสลาม

คนร้ายจุดไฟเผารถที่จอดหน้ามัสยิดในเพริท์ พร้อม
พ่นสีด่าทอศาสนาอิสลาม ขณะที่มุสลิมหลายร้อย 
คนกำลังยืนละหมาดตะรอเวียะฮฺกันอยู่



ออสเตรเลีย – เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 28/06/2016 เวลา 20.00 
น. โดยตำรวจได้ยืนยันว่าคนร้ายใช้สารเร่ง (accelerant) ในการเผา
รถ 4WD สีขาวที่จอดอยู่บริเวณข้างหน้าและมัสยิด Thornlie และเป็น
โรงเรียนวิทยาลัยอิสลาม Australian Islamic College ที่ 
Tonbridge Way รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย โดยทั้งอาคารของมัสยิด
และโรงเรียนมีที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน


รถ4WDถูกวางลอบวางเพลิงเผาไหม้จนหมดทั้งคันและมีรถที่จอด
อีก 4 คันได้รับความเสียหายด้วยเช่นกัน คนร้ายยังนำสีเสปรย์มาฉีด
พ่นข้อความด่าทอศาสนาอิสลามอย่างหยาบคายบนกำแพงของ
โรงเรียนอีกด้วย


ฝั่งที่คนร้ายก่อเหตุเผารถเป็นฝั่งที่ตั้งของโรงเรียน ส่วนอีกฝั่งหนึ่งเป็น
ที่ตั้งของมัสยิดซึ่งมีรถจอดอยู่หนาแน่น ถ้าคนร้ายไปก่อเหตุฝั่งมัสยิด 
มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีรถมากกว่า 4 คันได้รับความเสียหาย


ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงเรียนพบชาย 3 คนสวมเสื้อฮู้ด
วิ่งหนีไปทางถนน Spencer ขณะที่รถ4WD เริ่มไฟไหม้


อีหม่ามประจำมัสยิดกล่าวว่ามีคนมาละหมาดตะรอเวียะฮฺในมัสยิด
หลายร้อยคน ขณะที่คนร้ายเผารถของผู้ที่มาละหมาด แต่ไม่มีใครได้
รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้


นายอับดุลลอฮฺ ข่าน ครูใหญ่ประจำโรงเรียน Australian Islamic 
College กล่าวกับสถานีวิทยุช่อง 720 เอบีซ๊ เพริท์ว่า

“จริงๆ แล้วมีผู้คนยืนละหมาดกันอยู่ในขณะที่เกิดเหตุลอบวางเพลิง
เผารถ พวกเขาจึงออกมาตรวจสอบเหตุการณ์ แต่เมื่อหน่วยบริการ
ฉุกเฉินและเห็นตำรวจรุดมายังที่เกิดเหตุ พวกเขาจึงพากันกลับเข้าไป
ในมัสยิดเพื่อละหมาดต่อ


นายอับดุลลอฮฺ กล่าวเพิ่มเติมว่า เขารู้สึกตกใจและผิดหวังกับเรื่องที่มี
คนร้ายพุ่งเป้าโจมตีมัสยิดและโรงเรียน แต่ก็รู้สึกปลาบปลื้มที่มีทั้ง
นักการเมืองและผู้คนจำนวนมากในชุมชนร่วมแสดงความเสียใจและ
เสนอความช่วยเหลือ


เขากล่าวถึงเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่ก่อเหตุโดยกลุ่มเล็กๆ ที่เกลียดชัง
มุสลิมในครั้งนี้ จะเป็นการนำผู้คนทั้งในและนอกชุมชนร่วมกันเข้ามาส
นับสนุนพวกเขามากยิ่งขึ้น ดูจากโทรศัพท์ที่เขาได้รับอย่างไม่ขาด
สายที่มีทั้งหน่วยงานและผู้คนมากมายเสนอตัวให้ความช่วยเหลือ


“ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเช้านี้ ผมได้รับโทรศัพท์จำนวนมากทั้งจากนักการ
เมืองต่างๆ กรมตำรวจประจำรัฐ และจากผู้คนมากมายในชุมชนที่โทร
มาแสดงความห่วงใยและแสดงเจตนารมณ์เสนอตัวช่วยเหลือพวกเรา” นายอับดุลลอฮฺกล่าว


มีผู้ไม่หวังดีเคยมาพ่นสีสเปรย์โรงเรียนหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้เป็น
เหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุด


เมื่อคืนวันเสาร์ที่แล้ว (26/06/15) มีคนร้ายไปพ่นสีเสปรย์ด่าทอ
ศาสนาอิสลามและนำหัวสุกรวางไว้ตรงทางเช้ามัสยิดใน Southern 
River แต่ตำรวจมีความเห็นว่าเหตุการณ์ทั้งสองไม่มีความเกี่ยวข้อง
กันแต่อย่างใด

ส่วนนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียได้ประณามการก่อเหตุจุดไฟเผารถใน
ครั้งนี้ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 2 
กรกฎาคมนี้


Monday, April 4, 2016

กลุ่มต่อต้านศาสนาอิสลามได้ปะทะกับฝ่ายตรงข้าม บริเวณหน้างานเทศกาลอาหารฮาลาลเอ็กซ์โปที่เมลเบิร์น

3/04/16


มีผู้ประท้วงจากกลุ่มซ้าย ได้ใส่ชุดดำและปิดหน้า และเชื่อว่าเป็นส่วน
หนึ่งของกลุ่มต่อต้านพวกนิยมลัทธิฟาสซิสต์ ซึ่งเป็นพวกที่ต่อต้าน
ศาสนาอิสลาม โดยกลุ่มชุดดำมีชื่อกลุ่มว่า กลุ่มแอนติฟะ Antifa ได้
ปะทะกับกลุ่มขวาจัดสุดโต่งที่เป็นกลุ่มต่อต้านศาสนาอิสลาม ซึ่งมีทั้ง
กลุ่ม United Patriots Front, Reclaim Australia และนักเคลื่อนไหว
ที่ต่อต้านสินค้าฮาลาล ที่บริเวณข้างหน้างานเทศกาลอาหารฮาลาล
เอ็กซ์โปที่ Ascot Vale ในเมลเบิร์น รัฐวิกตอเรีย


ฝ่ายผู้ประท้วงที่ต่อต้านศาสนาอิสลามสวมเสื้อยืดสีขาว มีการ
ข้อความว่า ”ผู้ลี้ภัยคือพวกชอบข่มขื่น – ไม่ต้อนรับ ไปให้ไกล” และมี
บางคนใส่ชุดของสตรีมุสลิมที่มีทั้งปิดหน้าและใส่ฮิญาบสีดำ ผู้
ประท้วงชายบางคนก็เลียนแบบการแต่งกายมุสลิมชาย โดยใส่ชุด
โต๊บ


ผู้ประท้วงทั้งสองฝ่ายได้มีการชกต่อยกันขึ้นเมื่อเวลา 12.30 น. วัน
อาทิตย์ที่ 3/04/16 เหตุการณ์ปะทะเกิดขึ้นประมาณ 2 นาที และมี
สมาชิกคนหนึ่งของฝ่ายขวาจัด (พวกต่อต้านศาสนาอิสลาม) ถูกชก
ไปที่หน้าทำให้มีเลือดไหลอาบใบหน้า และอีกคนหนึ่งถูกไม้ตีไปที่
หน้าอก


ทางสื่อแฟร์แฟกซ์มีเดียได้เห็นตำรวจจับสมาชิกกลุ่มซ้ายไป 2 คน 
แต่ทางตำรวจของรัฐวิกตอเรียกล่าวว่า ตำรวจไม่ได้มีการจับกุมผู้
ประท้วงคนใด “ตำรวจได้เข้าแทรกแซงและไล่กลุ่มที่สองออกไปจาก
บริเวณประท้วง ในขณะที่อนุญาตให้กลุ่มแรก (กลุ่มต่อต้านศาสนา
อิสลาม) สามารถยืนประท้วงต่อไปได้ และคนหนึ่งของสมาชิกกลุ่ม
แรกได้ส่งเข้าโรงพยาบาล เนื่องจากได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้า” 
โฆษกตำรวจกล่าว


ผู้จัดการประท้วงคือพรรคการเมืองชื่อ Party for Freedom นายนิก 
โฟกซ์ Nick Folkes กล่าวว่า “มุสลิมผู้ลี้ภัย ไม่ถูกยอมรับใน
ออสเตรเลีย”


“เรามาประท้วงที่นี่เพราะเราไม่ต้องการให้มีสินค้าฮาลาลใน
ออสเตรเลีย ชาวออสซี่ใช้ชีวิตที่แตกต่างกับพวกมุสลิมอย่างสิ้นเชิง 
เราไม่ต้องการมให้มีกฏหมายชาริอะฮฺ และเราขอต่อต้านการฆ่าสัตว์ที่
ป่าเถื่อน มันสมควรที่จะถูกสั่งห้ามในออสเตรเลีย”

นายโฟกซ์กล่าวว่า เขาต่อต้านผู้ตั้งถิ่นฐานที่เป็นชาวเอเซียและชาว
แอฟริกาด้วยเช่นกัน และอ้างว่าพหุวัฒนธรรม จะทำให้ออสเตรเลีย
สูญเสียวัฒนธรรมของตนเองไป


แม้กระทั่งจะมีบางกลุ่มที่ออกมาต่อต้านสินค้าฮาลาล แต่ตลาดสินค้า
ฮาลาลในออสเตรเลียมีมูลค่ามหาศาลซึ่งมีประมาณ 8.5 พันล้านดอล
ลาห์ออสเตรเลีย และอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์อย่างเดียวมีมูลค่าถึง 1.5 
พันล้านออสเตรเลียดอลลาห์


ที่มา –
Violent brawl at Halal festival in Ascot Vale
http://www.theage.com.au/…/violent-brawl-at-halal-festival-…
A Four Corners investigation looks into halal certification and its impact on Australian consumers
http://www.news.com.au/…/n…/2771fd1adea197a56aef05793a379c81
คลิปวีดีโอ – 7 News Melbourne

Thursday, March 31, 2016

เด็กหญิงมุสลิม 3 คนถูกแกงค์เด็กวัยรุ่นชาวออสซี่ 10 คนรุมทำร้ายร่างกาย

30 มีนาคม 2016


ออสเตรเลีย – ตำรวจกล่าวว่า เด็กหญิงทั้งสามอายุ 15, 12 และ 10 ขวบ ได้วิ่งเล่นอยู่ที่สวนสาธารณะของเขตนอร์แลนด์ จีลอง รัฐวิกตอเรีย ประมาณเวลา 17.30 น. ในวันที่ 23 มีนาคม 2016 เมื่อเด็กได้ถูกเด็กวัยรุ่นออสซี่ 10 คนรุมทำร้ายร่างกาย ทั้งชกและแตะไปที่เด็ก

ดาบตำรวจ โจนาธาน พาริช Jonathan Parish กล่าวว่า มันเป็นการทำร้ายร่างกายที่ผมรู้สึกแย่มากๆ “เด็กหลายนี้ยังอายุน้อยอยู่ พวกเขาสมควรที่จะได้รับความสนุกสนานจากการไปวิ่งเล่นในสวนสาธารณะของท้องถิ่นได้  โดยไม่ต้องเจอกริยาที่แย่ที่สุดของเด็กวัยรุ่นเหล่านั้น”

แกงค์วัยรุ่นกลุ่มนี้ยังได้กระชากผ้าฮิญาบออกจากศีรษะเด็กมุสลิมทั้ง 2 คน แล้วใช้คำดูถูกเหยียดหยามศาสนาว่า ฮิญาบนั้นเป็นอุจจาระ สั่งเด็กทั้งสองให้ถอดอุจจาระนี้ออกไปเสีย

พอเด็กทั้ง 3 คน จะวิ่งหนี และตั้งใจโทรหาตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือ กลับถูกแกงค์เด็กกลุ่มนี้แย่งมือถือไปจากมือเด็ก และทุบออกเป็นเสี่ยง

บรรดามารดาของเด็กออสซี่เหล่านี้มาถึงที่เกิดเหตุ แทนที่จะห้ามลูกๆ ของพวกน้อง  แต่กลับยุยงให้ลูกๆ ทำร้ายร่างกายเด็กต่อไปอีก

คุรานดา ซายิด Kuranda Seyit เลขาธิการของสภาอิสลามแห่งรัฐวิคตอเรีย ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เลวร้ายนี้ว่า  “ผมกังวลใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ประเภทนี้ว่ายังคงเกิดขึ้นอีกต่อไป  และผมก็คิดว่าชาวออสซี่ส่วนใหญ่ และประชาชนในรัฐวิคตอเรีย รู้สึกหวาดผวาเท่าๆ กับพวกเรา”

“เด็กวัยรุ่นเหล่านี้เข้าใจผิดและมีการรับรู้ที่ผิดๆ เกี่ยวกับคนมุสลิม และมีความคิดผิดๆ จึงทำให้พุ่งเป้าหมายอย่างไม่เป็นธรรมในการทำร้ายเด็กหญิงเหล่านี้”  นายซายิต กล่าว


ที่มา -
Girls vilified by gang of youths in Norlane racist attack


วีดีโอ – Channel 7 Melbourne

“ปทท.ไทย อีก 3 เดือนเราเจอกัน” ทหารยิวโพสต์ในอินสตาแกรม

  ทหารอิสราเอลโพสต์รูปเซลฟี่ในอินสตาแกรม ที่ถ่ายหน้าบ้านของเศรษฐีในกาซ่าที่พวกมันจุดไฟเผา ในพื้นที่มูซาเบะฮ์ ตอนเหนือของราฟะฮ์ พร้อมแคปชั่น ...