Showing posts with label มุสลิมในไทย. Show all posts
Showing posts with label มุสลิมในไทย. Show all posts

Monday, October 3, 2016

⛔ พระมหาอภิชาติใช้เพลงด่าทอดูหมิ่นพระองค์อัลลอฮฺและท่านศาสดามูฮัมหมัดอย่างแรง



*****ผ่านไปเพียงไม่กี่วันพระมหาอภิชาติ หัวหน้าพระวิทยากรประจำพระอารามหลวง วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ปล่อยคลิปวีดีโอใหม่โดยมีแบล็กกราวรูปพระวีระธุ พระก่อการร้ายของพม่า ได้ออกมาอ้างว่ามัสยิดที่ปากคาดในบึงกาฬได้รับอนุญาตจดทะเบียนจัดตั้งมัสยิดโดยมิชอบ แถมยังตบท้ายด้วยการเปิดเพลงที่มีเนื้อหาดูหมิ่นด่าทอด้วยถ้อยคำที่สุดของความหยาบคาย ต่อพระองค์อัลลอฮฺ และท่านศาสาดมูฮัมหมัด ซ้อลลอลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม (นาทีที่ 31 เป็นต้นไป) ฮัสบุนัลลอฮุวะเนียะมัลวะกีล....******



คลิปวีดีโอเริ่มที่พระมหาอภิชาติ หัวหน้าพระวิทยากรประจำพระอารามหลวง วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กล่าวหาว่าข้าราชการทุจริตฉ้อฉล อ้างว่าการจดทะเบียนมัสยิดที่ปากคาดผิดกฏหมายหมวดที่ 1 ข้อที่ 4 โดยพระมหาอภิชาติตั้งคำถามว่ามัสยิดยังสร้างไม่เสร็จแล้วคณะกรรมการที่ตรวจสอบการสร้างมัสยิดออกใบอนุญาติให้จดทะเบียนจัดตั้งมัสยิดได้อย่างไรกัน กล่าวหาว่าคณะกรรมการชุดนี้กลับทำหนังสือไปบอกในอำเภอว่าสร้างเสร็จแล้ว



พระมหาอภิชาตยังโยนความผิดมาให้ชาวมุสลิมว่า มุสลิมเป็นตัวนำความขัดแย้งเข้ามาในพื้นที่ ด่าทอคณะมุสลิมที่สร้างมัสยิดที่บึงกาฬด้วยถ้อยคำหยาบคายขัดต่อความเป็นพระ “อยากได้มัสยิดมากจนห่ำสั้นเลยเหรอ!”



พระมหาอภิชาติยังได้มีการปลุกระดมให้ชาวบึงกาฬทุกคนและคณะสงฆ์ ต้องทำหนังสือร้องเรียนไปที่จังหวัดหรือกระทรวงมหาดไทยให้ตรวจสอบพิจารณาการออกใบอนุญาตจดทะเบียน โดยอ้างว่ามันผิดระเบียบตั้งแต่ต้นแล้ว



จากคลิปนี้พระมหาอภิชาติยังกล่าวอีกว่าชาวพุทธและพระสงฆ์ในบึงกาฬ “ต้องใช้จุดนี้เอาคืนให้สาสม นี่เป็นทางเดียวและโอกาสเดียวทื่ท่านจะเล่นงานปลัดคนนี้ได้ และสามารถที่จะเอามัสยิดออกไปจากปากคาดได้ หากท่านไม่ทำหนังสือไม่กดดันในครั้งนี้ อนาคตเขามาแน่ แขกมาหาท่านแน่ ท่านต้องสู้ทุกวิถีทาง ตอนนี้เราเห็นช่องทางแล้ว”



สุดท้ายของคลิป หมัด (ตั้งแต่นาที 31) ทีมงานของพระอภิชาติยังได้เปิดเพลงที่มีเนื้อเพลงที่มีเนื้อเพลงที่สุดของความหยาบคาย ด้วยการด่าทอดูหมิ่นพระองค์อัลลอฮฺ ดูหมิ่นท่านศาสดามูฮัม ดูหมิ่นด่าทออิสลาม ด่าทอชาวมุสลิม 

Saturday, September 3, 2016

อิสลามโมโฟเบียไม่ใช่มีแค่ในโลกโซเชียลมีเดีย แต่มันเกิดขึ้นจริงในหลายๆ พื้นที่ในหลายภาคของประเทศไทย




ผศ.ดร.สุชาติ เศรษฐมาลินี ผอ.สถาบันศาสนาวัฒนธรรมและ
สันติภาพของมหาวิทยาลัยพายัพ ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวไวท์
นิวส์ว่า ทางภาคเหนือได้รับผลกระทบจากโรคเกลียดกลัวอิสลามหรือ
ที่เรียกกันว่าอิสลามโมโฟเบีย โดยเริ่มจากการต่อต้านการก่อสร้าง
มัสยิดในพื้นที่ต่างๆ ทางภาคเหนือ ซึ่งไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน เริ่ม
ต้นที่จังหวัดเชียงราย ขยายผลกระทบไปที่น่าน


มีการต่อต้านศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาลที่เชียงใหม่ ซึ่งเป็นการขัดแย้ง
ทางการเมืองของการขอใช้พื้นที่ แต่มีกลุ่มคนที่นำประเด็นต่อต้านอิส
ลามมาใช้ในการต่อต้านการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล 
โดยมีการบิดเบือนข้อมูลด้วยการออกใบปลิวต่างๆ ระบุว่าจะนำคน
ปัตตานี 20,000 คน เพื่อมาเข้ายึดเชียงใหม่ ทั้งๆ ที่โรงงานฮาลาลจะ
เป็นประโยชน์กับประเทศไทย และเป็นบริษัทต่างๆ ที่เป็นบริษัทของ
ต่างศาสนิกได้รับประโยชน์จากสินค้าฮาลาล ไม่ใช่บริษัทของชาว
มุสลิมด้วยซ้ำไป


มีการประชุมพระสงฆ์ต่างๆ ในเชียงใหม่ การระบาดของความหวาด
กลัวอิสลามแผ่กระจายไปทุกที่ ลามไปถึงจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมี
การต่อต้านการสร้างมัสยิด ลามไปบึงกาฬ และที่หนองบัวลำพู แม้
กระทั่งภาคใต้ในกรณีมัสยิดกลางของนครศรีธรรมราช และมีการโยง
ไปถึงการต่อต้านสินค้าต่างๆ ที่มีป้ายฮาลาล


ที่มาของคลิปข่าว – สำนักข่าวไวท์ นิวส์

Monday, August 8, 2016

เคาะเหตุผลเบื้องหลังสามจังหวัดใต้ "โหวตโน"

วันอาทิตย์ ที่ 07 สิงหาคม 2559 เวลา 22:46 น.


*****สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเพียงไม่กี่พื้นที่ในประเทศที่ผล
ประชามติร่างรัฐธรรมนูญเที่ยวนี้ คะแนน "โหวตโน" ชนะ "รับ
ร่างฯ"*****


นราธิวาส ประเด็นร่างรัฐธรรมนูญ เห็นชอบ 38.16% ไม่เห็นชอบ 
61.84% ประเด็นคำถามพ่วง เห็นชอบ 37.37% ไม่เห็นชอบ 62.63%


ปัตตานี ประเด็นร่างรัฐธรรมนูญ เห็นชอบ 34.86% ไม่เห็นชอบ 
65.14% ประเด็นคำถามพ่วง เห็นชอบ 34.18% ไม่เห็นชอบ 65.82%


ยะลา ประเด็นร่างรัฐธรรมนูญ เห็นชอบ 40.46% ไม่เห็นชอบ 
59.54% ประเด็นคำถามพ่วง เห็นชอบ 39.72% ไม่เห็นชอบ 60.28%


คะแนน (อย่างไม่เป็นทางการ) ที่ออกมาแทบจะกลับด้านกับผล
ประชามติร่างรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2550 เพราะครั้งนั้นนราธิวาสรับร่างฯ 
73.4% ปัตตานี รับร่างฯ 72.2% ขณะที่ยะลา รับร่างฯ 69.6%


ผลคะแนนที่ปรากฏ ถือเป็นความพยายามของคนในพื้นที่ที่ต้องการ
สะท้อนให้ผู้มีอำนาจเห็นว่า พวกเขาไม่พอใจเนื้อหาของร่าง
รัฐธรรมนูญฉบับนี้


ที่ต้องบอกว่าเป็น “ความพยายาม” ก็เพราะตั้งแต่ก่อนเวลาเปิดหีบ
ออกเสียงประชามติ มีเหตุระเบิดเกิดขึ้นถี่ยิบ นับรวมได้กว่า 30 ลูก 
แต่ประชาชนก็ยังออกมาใช้สิทธิ์เกินครึ่ง แม้จะไม่ท่วมท้นเหมือนที่
เคย แต่ก็มากกว่าการเลือกตั้งเมื่อปี 57 (ที่ภายหลังล้มไป)


ถามว่าอะไรคือเหตุผลเบื้องหลังของการ “โหวตโน” หากกล่าวอย่าง
สรุปรวบยอดก็มี 2-3 ประเด็น


หนึ่ง คือ ความไม่พอใจมาตรา 67 เกี่ยวกับการทำนุบำรุงศาสนา ที่
เนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญนั้น กรธ.เขียนให้น้ำหนักศาสนาพุทธมากกว่า
ศาสนาอื่นอย่างชัดแจ้ง ทำให้มีการสร้างกระแสว่าหากรัฐธรรมนูญ
ผ่าน ศาสนาอิสลามจะไม่ได้รับการเหลียวแล


มาตรา 67 เขียนเอาไว้แบบนี้... “รัฐพึงอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธ
ศาสนาและศาสนาอื่นในการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาอัน
เป็นศาสนาที่ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่นับถือมาช้านาน รัฐพึงส่ง
เสริมและสนับสนุนการศึกษาและการเผยแผ่หลักธรรมของพระพุทธ
ศาสนาเถรวาท เพื่อให้เกิดการพัฒนาจิตใจและปัญญา และต้องมี
มาตรการและกลไกในการป้องกันมิให้มีการบ่อนทำลายพระพุทธ
ศาสนา ไม่ว่าในรูปแบบใด และพึงส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนมีส่วน
ร่วมในการดำเนินมาตรการหรือกลไกดังกล่าวด้วย”


ต้องไม่ลืมว่าที่ผ่านมามีกระแสต้านอิสลาม คัดค้านการสร้างมัสยิดใน
หลายจังหวัดของประเทศ จากความเชื่อและข่าวลือว่าอิสลามกำลัง
รุกคืบในประเทศไทย ผนวกกับกระแสหวาดกลัวอิสลามจาก
สถานการณ์การก่อการร้ายระดับโลก แทนที่ กรธ.จะเขียนรัฐธรรมนูญ
โดยให้น้ำหนักทุกศาสนาอย่างเท่าเทียมกัน แต่กลับเขียนออกมาเช่น
นี้ จึงไม่แปลกที่พี่น้องมุสลิมจะรู้สึกน้อยใจ หรือไม่พอใจมาตรา 67


สอง คือ การเขียนให้รัฐอุดหนุนการศึกษา หรือเรียนฟรีถึงแค่ชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 3 จุดนี้ทำให้โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาเกรงว่าจะได้
รับผลกระทบ เพราะได้รับเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนหัวละกว่า 
14,000 บาทต่อคนต่อปี หากถูกตัดเงินส่วนนี้ ก็ต้องสูญรายได้
มหาศาล และย่อมกระทบกับคุณภาพทางการศึกษาอย่างหลีกเลี่ยง
ไม่ได้


แม้ภายหลังจะมีคำสั่งหัวหน้า คสช.กำหนดนโยบายให้เรียนฟรีถึง
มัธยมศึกษาตอนปลายเช่นเดิม แต่กระแสต้านก็ฉุดไม่อยู่


สาม คือ กลุ่มการเมืองที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาล คสช. เคลื่อนไหวอย่าง
หนักเพื่อสร้างกระแส “ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ” โดยใช้เหตุผล 2 ข้อแรก ซึ่งก็ถือว่าฟังขึ้น ตัวเลขไม่รับทั้งร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงจึงออกมาอย่างที่เห็น


ทั้งผลคะแนนประชามติที่ออกมา และสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิด
ขึ้น เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงอ่อนไหว
อย่างยิ่ง โดยเฉพาะประเด็นความรู้สึก ผู้คนจำนวนไม่น้อยยังเชื่อว่า 
“รัฐ” เข้าไม่ถึงหัวจิตหัวใจของพวกเขา


และ “รัฐ” ยังมิอาจควบคุมพื้นที่ได้จริง พิจารณาจากเหตุรุนแรงหลาย
สิบจุดที่เกิดขึ้น แม้จะเป็นรูปแบบการระเบิดที่เรียกว่า “วางแบบเร่ง
ด่วน” ไม่ได้เตรียมแผนหรือมุ่งสร้างความเสียหายขนาดใหญ่ก็ตาม 
แต่ฝ่ายผู้ก่อการก็ยังถือว่ามีเสรีในการปฏิบัติมากระดับหนึ่ง


ทั้งหมดนี้จึงพอสรุปได้ว่า สถานการณ์ที่ชายแดนใต้ยังคงเป็นโจทย์
ข้อยากหากคิดจะดับไฟความขัดแย้งให้ได้จริงตามที่โฆษณา


ที่มา - สำนักข่าวอิสรา
http://www.isranews.org/south-ne…/…/item/49067-no_49067.html

Saturday, April 23, 2016

‎พระมหาอภิชาติ‬ ปุณฺณจนฺโท โพสต์วีดีโอขู่เผ่ามัสยิด และขู่ฆ่ามุสลิมในไทย



คราวนี้ไม่ได้ออกมาโพสต์เฟสบุ๊กส์ แต่เล่นอัดคลิปวีดีโอขู่ฆ่ามุสลิม 
โดยอ้างถึงข่าวที่มี "ผู้ก่อการร้ายมุสลิม" ได้ลอบสังหารผู้ใหญ่บ้าน
อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ขณะที่กำลังช่วยเหลือพระบินฑบาตร ใน
เดือนมีนาคม 2559 โดยโพสต์ขู่ และปลุกปั่นให้ชาวพุทธทั่วประเทศ
ออกมาตอบโต้ชาวมุสลิมทันที ด้วยการเผ่ามัสยิดและสังหารมุสลิม 
พร้อมลอกเลียนแบบพระวีระธุโมเดล ถ้าพระในสามจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ถูกสังหารอีกครั้ง


"....นี้ไม่ใช่คำเตือน แต่นี้คือคำข่มขู่ว่าเราพร้อมจะตอบโต้พวกคุณ 
พวกคุณฆ่าพวกเรา แต่พวกเราจะไปลงกับพี่น้องพวกคุณ อย่าหาว่า
พระโหดร้ายหรือพระหัวใจเหี้ยมโหด... หากเมื่อเช้าพระเสียชีวิต 
รับรองได้ว่าพระวีระธุโมเดล จะปรากฏในเมืองไทยอย่างแน่นอน" 
#พระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท กล่าวในคลิปวีดีโอ


เครดิตวีดีโอ - โปรดใช้วิธีการ ปั่นจักรยาน ในการรับชม つづ く เฟสบุ๊กส์


ข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ -
 พระมหาอภิชาติลั่นหมดเวลาปรานีชายแดนใต้ ผุดไอเดียพระตาย1 เผา1มัสยิด
https://www.facebook.com/muslim.aof/posts/1503357423291974

“ปทท.ไทย อีก 3 เดือนเราเจอกัน” ทหารยิวโพสต์ในอินสตาแกรม

  ทหารอิสราเอลโพสต์รูปเซลฟี่ในอินสตาแกรม ที่ถ่ายหน้าบ้านของเศรษฐีในกาซ่าที่พวกมันจุดไฟเผา ในพื้นที่มูซาเบะฮ์ ตอนเหนือของราฟะฮ์ พร้อมแคปชั่น ...