Showing posts with label อินโดนีเซีย. Show all posts
Showing posts with label อินโดนีเซีย. Show all posts

Friday, January 15, 2021

แผ่นดินไหวครั้งใหญ่เขย่าเกาะสุลาเวสี อินโดนีเซีย







สงสารประชาชนชาวอินโดนีเซีย มากๆ เรื่องเครื่องบินตก ยังไม่คลี่คลายเลย วันนี้ต้องประสบภัยกับแผ่นดินไหว ครั้งใหญ่อีกในตอน1.00 น. วัดได้ขนาด 6.2 อยู่ห่างชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะสุลาเวสีไป 6 กม. เสียชีวิตแล้ว 34 คน บาดเจ็บมากกว่า 630 คน มากกว่า 15,000 คนกลายเป็นคนไร้บ้าน


🎬 ดูคลิป: 

https://twitter.com/muslimahau/status/1350093620842381316?s=21

Thursday, January 14, 2021

มีการฝังศพชิ้นส่วนร่างกายของเหยื่อผู้เสียชีวิตเครื่องบินตกรายแรกของเครื่องบินศรีวิจายาแอร์



วันนี้ (พฤหัสบดีที่ 14 ..) ญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงร่วมงานฝังศพชิ้นส่วนร่างกายของเหยื่อเครื่องบินตก ในจาการ์ตาเป็นรายแรก นาย Okky Bisma วัย 29 ปี ซึ่งเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินศรีวิจายาแอร์ โดยรัฐบาลยืนยันว่าเป็นนาย Okky หลังจากลายนิ้วมือจากชิ้นส่วนมือที่ทีมดำน้ำกอบกู้ขึ้นมาได้ ตรงกับข้อมูลจากฐานข้อมูลประจำตัวของรัฐบาลอินโดนีเซีย 



เมื่อวานนี้เอง เจ้าหน้าที่ได้พยายามค้นหากล่องดำเครื่องที่ 2 หลังจากที่สามารถเก็บกู้กล่องดำเครื่องแรกได้แล้ว  ซึ่งเป็นเครื่องบินบันทึกข้อมูลการบินได้เมื่อวันที่ 12 .ของเครื่องบินศรีวิจายาแอร์ ที่ตกในทะเลชวา หลังจากบินออกจากจาการ์ตาได้เพียง 4 นาที โดยคาดว่าทั้งผู้โดยสาร 50 คนในจำนวนนี้มีเด็ก 7 คน ทารก 3 คนและลูกเรืออีก 12 คน ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิตทั้งหมด


ที่มา

https://www.channelnewsasia.com/news/asia/sriwijaya-plane-crash-indonesia-bury-victim-flight-attendant-13959220?utm_source=dlvr.it&utm_medium=twitter


สำนักข่าว Anadolu Agency

Tuesday, January 12, 2021

พบกล่องดำของสายการบินศรีวิจายาแอร์แล้ว





ดูคลิป - 

https://twitter.com/muslimahau/status/1349015492795768836?s=21


เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียสามารถเก็บกู้กล่องดำกล่องแรกของเครื่องบินสายการบินศรีวิจายาแอร์ ที่ตกในทะเลชวาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้แล้ว ซึ่งเครื่องบันทึกเสียงสนทนาบนเครื่องบินกำลังถูกส่งไปยังท่าเรือจาการ์ตา  Fajar Tri Rohadi โฆษกของกองทัพเรืออินโดนีเซียกล่าวกับผู้สื่อข่าวรอยเตอร์


ณ ตอนนี้เจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้เครื่องบันทึกข้อมูลการบินได้แล้ว ทางคณะกรรมการการปลอดภัยทางคมนาคม อินโดนีเซีย KNKT (National Transportation Safety Committee) กล่าวว่าจะสามารถอ่านข้อมูลได้ภายใน 2-5 วัน และปริศนาสาเหตุเครื่องบินตกกำลังจะคลี่คลาย


ในช่วงเช้าของวันนี้ เจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนร่างกายเพิ่มเติม รวมทั้งของใช้ส่วนตัวของผู้โดยสารสายการบินเช่นกระเป๋าสตางค์ที่มีบัตรประจำตัวประชาชนอยู่ในนั้น


เครื่องบินศรีวิจายาแอร์ไม่เคยประสบกับอุบัติเหตุเครื่องบินตกในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา


นอกจากนี้สำนักข่าวบีบีซีได้รายงานว่า เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าเครื่องบินของสายการบินศรีวิจายาแอร์ที่ตกลงในทะเลชวาเมื่อวันที่ 9 มกราคม เพิ่งผ่านการตรวจสภาพว่ามีความพร้อมที่จะบินเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา


โดยเที่ยวบิน SJ182 ได้หยุดบินไปช่วงเดือนมีนาคม – ธันวาคมที่ผ่านมา เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก่อนจะกลับมาทำการบินอีกครั้งเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม หลังจากได้ทดสอบการบินโดยไม่มีผู้โดยสารแล้วเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม


จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า เครื่องบินโบอิ้ง 737 ลำนี้ยังคงทำงานได้ และยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ก่อนจะตกลงทะเล ส่วนสาเหตุของเครื่องบินตกยังคงเป็นปริศนา แต่ไม่ได้เกิดการระเบิดกลางอากาศอย่างแน่นอน เพราะมีการค้นพบใบพัดเครื่องบินและจานของใบพัดที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์


ที่มา:

https://www.mirror.co.uk/news/world-news/breaking-indonesia-plane-crash-first-23303081

https://www.matichon.co.th/foreign/news_2525840



Sunday, January 10, 2021

คนในครอบครัวและเพื่อนของผู้โดยสารสายการบินศรีวิจายาแอร์ เฝ้าติดตามรอฟังข่าวความคืบหน้า















คนในครอบครัวและเพื่อนของเครื่องบินศรีจายาแอร์เที่ยวบิน SJ 182 ที่ตกในทะเลชวา หลังจากเครื่องบินออกจากจาการ์ตาไปเพียงแค่ 4 นาที เพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองปอนเตียนักในจังหวัดกาลิมันตันตะวันตกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยกล่าวว่าพวกเขายังคงมีความหวัง แม้จะพบตำแหน่งกล่องดำ 2 กล่องของเครื่องบินแล้วก็ตาม 


เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียเผยว่า บนเครื่องบินลำดังกล่าวมีผู้อยู่บนเครื่อง 62 คน ผู้โดยสาร 50 คน มีเด็ก 7 คน และ ทารก 3 คน รวมถึงลูกเรือ 12 คน โดยทั้งหมดเป็นชาวอินโดนีเซีย


ยูดี้ กุรดานีย์ ให้สัมภาษณ์ว่า เขามีสมาชิกในครอบครัว 5 คนอยู่บนเครื่องลำนี้ มีทั้งลุง ป้า ลูกพี่ลูกน้องและลูกสาวของเขาอายุ 4 ขวบ และยังมีหลานชายอายุ 8 ขวบที่เดินทางมาด้วย


วันอาทิตย์ ทางหน่วยกู้ภัยได้ถ่ายรูปภาพที่มีทั้งซากเครื่องบิน รวมทั้งเสื้อยืดเด็กสีชมพู ซึ่งกุรดานีย์เชื่อว่าเป็นของยุมน่าซึ่งเป็นหลานสาว “หลานไม่ได้ใส่ขึ้นเครื่อง แต่แม่เด็กแพ็กใส่ไปในกระเป๋าเดินทาง หลานใส่เสื้อตัวนี้บ่อย ทันทีที่เห็นเสื้อในโทรทัศน์ เรามั่นใจ 80% ว่าเป็นของเด็ก” นายกุรดานีย์กล่าว


ก่อนที่จะขึ้นเครื่องวินดานิยะห์ แม่ของยุมน่า ได้ถ่ายรูปบนเครื่องบินพร้อมลูกสาวและหลานชาย แล้วโพสต์ในอินสตาแกรม พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “ลาก่อนครอบครัวของฉันทุกคน เรากำลังจะกลับบ้าน” โพสต์นี้กลายเป็นไวรัลในโซเชียลมีเดีย และมีผู้คนจำนวนมากเข้ามาโพสต์แสดงความความเสียใจ


นายบาเบน ซุฟยาน วัย 59 ปี ซึ่งเป็นภรรยาถ่ายเซลฟีคู่กับสามี เดน ราซะนะห์ วัย 58 ปี “เขาส่งรูปคู่ไปให้ลูกๆ ก่อนเครื่องออก” เฮนดร้า ซึ่งเป็นหลานชายเล่ากับสำนักข่าวเอเอฟพี 


นายยามาน ไซ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาว่า คนในครอบครัวของเขา 4 คน โดยสารมากับเครื่องบินลำนี้


“ผมมีคนในครอบครัว 4 คนอยู่บนเครื่อง - ภรรยาและลูก 3 คน ภรรยาผมเพิ่งส่งรูปลูกซึ่งยังเป็นทารกอยู่เลยมาให้ผมเมื่อเช้าวันเสาร์นี้เอง แล้วหัวใจของผมจะไม่แตกเป็นเสี่ยง ๆ ไปได้ยังไง?”


ทางด้านหัวหน้าหน่วยกู้ภัยและช่วยเหลือทางทะเลอินโดนีเซีย เผยว่า เขาได้รวบรวมชิ้นส่วนร่างกายได้ถึง 5 ถุงขนาดใหญ่ และพบเศษซากเครื่องบิน สิ่งของ เสื้อผ้า บริเวณเครื่องบินตก


‘’เราดูข่าวในโทรทัศน์ ซึ่งทางการกำลังเตรียมกู้ 2 กล่องดำอยู่ ซึ่งเราก็หวังว่า พวกเขาจะรอดชีวิต เรายังคงมีความหวังต่อไป และเราอธิษฐานจากอัลลอฮ์ขอให้พวกเขายังคงมีชีวิตรอด แต่เราก็เตรียมพร้อม แม้กระทั่งสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่อาจจะเกิดขึ้น เราหวังว่าเราจะสามารถรับมือกับสิ่งที่กำลังจะมาถึงได้” นายกุรดานีย์กล่าวปิดท้าย


ที่มา:

https://www.aljazeera.com/news/2021/1/10/family-friends-of-indonesia-plane-crash-passengers-await-news?taid=5ffb2488224979000124e5bd&utm_campaign=trueAnthem%3A+Trending+Content&utm_medium=trueAnthem&utm_source=twitter


ข่าวที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้: 

.

เครื่องบินโดยสาร Sriwijaya Air ของอินโดนีเซียซึ่งมีผู้โดยสารและลูกเรือรวม 62 คน หายไป หลังบินขึ้นจากกรุงจาการ์ตา


https://www.facebook.com/1072860619570646/posts/1511299215726782/

Sunday, December 23, 2018

สึนามิถล่มชายฝั่งอินโดนีเซียโดยกระทันหัน เสียชีวิตแล้ว 168 ราย



คลิปวีดีโอฉายให้เห็นถึงนาทีที่คลื่นสีนามิถล่มเวทีคอนเสริต์ ขณะวง“เซเว่นทีน”วงป็อบร็อกชื่อดังของอินโดนีเซีย กำลังแสดงอยู่บนเวที ที่รีสอร์ท Tanjung Lesung Beach Resort บนบริเวณชายหาดตันจุง เลอซัง เขตปันเดอกลัง จังหวัดบันเติน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว ณ ตอนนี้ 168 ราย และบาดเจ็บ 754 คน ผู้จัดการวงและมือเบสของวงเซเว่นทีนอยู่ในจำนวนผู้เสียชีวิตด้วย นักร้องนำคือนายอีฟานรอดชีวิต แต่ภรรยาของเขาที่เป็นนักแสดงและเพื่อนร่วมวงคนอื่น ยังกลายเป็นผู้สูญหายอยู่ในตอนนี้ มีการคาดว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจจะสูงขึ้นอีก

นักวิทยาศาสตร์หลายคนให้ความเห็นตรงกันว่า เป็นไปได้ที่จะเกิดจากสึนามิใต้ทะเลหลังจากเกิดดินถล่มลงไปหลังจากภูเขาไฟกรากาตัวเกิดระเบิดขึ้น บวกกับเป็นช่วงพระจันทร์เต็มดวงซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นยิ่งทำให้ความรุนแรงจากคลื่นยักษ์รุนแรงมากขึ้น ซึ่งเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันเสาร์ ( 22 ธ.ค.) ที่ผ่านมา


มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว ในเมืองปันเดกลัง ลัมปุง และเซรัง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ระบุอีกว่า ยอดผู้เสียชีวิตอาจจะเพิ่มสูงขึ้น


รีเบคกา เฮนสกี บรรณาธิการแผนกภาษาอินโดนีเซีย ระบุว่า มีรายงานว่ายอดผู้เสียชีวิตในจังหวัดลัมปุงแห่งเดียวอาจจะมีจำนวนหลายร้อยคน


ทางการอินโดนีเซียแจ้งเตือนประชาชนให้อยู่ห่างจากชายฝั่ง เนื่องจากเกรงว่าอาจจะเกิดสึนามิขึ้นซ้ำอีก ขณะที่นายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซียส่งการให้หน่วยงานต่าง ๆ ระดมกำลังกันอย่างเต็มที่ และได้ทวีตข้อความแสดงความเสียใจอย่างสุดซื้งต่อครอบครัวผู้ที่สูญเสีย


ด้านนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียก็กล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้ที่เสียชีวิต และว่าพร้อมให้การช่วยเหลือทางการอินโดนีเซีย


🔵 เกิดคลื่นซัดสองระลอก

ออยสไตน์ ลุนด์ แอนเดอร์สัน ช่างภาพชาวนอร์เวย์ ผู้อยู่ในเหตุการณ์บนชายหาดแห่งหนึ่งบนเกาะชวาตะวันตก ให้สัมภาษณ์บีบีซี เวิร์ล นิวส์ว่า ในขณะนั้นเขาอยู่บนชายหาดคนเดียว และพยายามที่จะถ่ายภาพการระเบิดของภูเขาไฟอะนัก กรากาตัว ส่วนครอบครัวของเขากำลังนอนหลับพักผ่อนในห้องพัก


เมื่อวานตอนเย็นเขาสังเกตว่า การระเบิดของภูเขาไฟลุกนี้ค่อนข้างรุนแรง อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะมีคลื่นยักษ์ซัดชายฝั่ง กลับไม่มีการปะทุใด ๆ ให้เห็นเลย มองไปมีแต่เพียงความมืด


ทันทีที่เขาเห็นคลื่นยักษ์ สิ่งที่เขาต้องทำคือวิ่งหนีเอาตัวรอด โดยคลื่นที่ซัดเข้ามามีสองระลอก ระลอกแรงไม่รุนแรงนักจึงทำให้เขาวิ่งหนีตรงไปยังโรงแรมที่พักเพื่อปลุกภรรยาและลูกได้ทันก่อนคลื่นระลอกหลังที่ขนาดใหญ่และรุนแรงกว่าจะเข้ามา โดยพวกเขาและแขกคนอื่น ๆ ในโรงแรมได้ปีนขึ้นไปเนินป่าข้างหลังโรงแรม ซึ่งเป็นที่สูงและรอจนถึงขณะนี้


ภาพที่เขาเห็นในตอนนั้นเมื่อคลื่นเคลื่อนตัวผ่านโรงแรมที่เขาอยู่มันได้กวาดรถยนต์ออกจากถนนไปเลย

.
ที่มาของข้อมูล
https://www.theguardian.com/…/indonesia-tsunami-dozens-dead… 
https://www.bbc.com/thai/international-46663739

Saturday, December 22, 2018

มุสลิมในอินโดฯ แห่ชุนนุมประท้วงหน้าสถานทูตจีน กรณีจีนกดขี่ข่มเหงชาวอุยกูร์




ชาวอินโดนีเซียหลายพันคนร่วมชุมนุมประท้วงบริเวณหน้าสถานทูตจีนในกรุงจาการ์ต้า และอีกหลายแห่งทั่วอินโดนีเซีย เมื่อวันศุกร์ที่ 21 ธ.ค. เพื่อประท้วงรัฐบาลจีนที่ยังคงกดขี่ขมเหงชาวอุยกูร์อย่างหนักในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ 


ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลหลายกลุ่มต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีโจโก วีโดโด้ ว่า ไม่ได้ออกมาสนับสนุนชาวอุยกูร์เท่าที่ควร


“ยูเอ็น ต้องออกมาพูด องค์การความร่วมมืออิสลาม (Organisation of Islamic Cooperation) ต้องออกมาพูด เรามุสลิมต้องช่วยกันยืนหยัดต่อต้านรัฐบาลจีน” นายริดวาน อับดุล ริดดุฮฺ กล่าวในที่ประท้วง


รัฐบาลจีนจับตัวชาวอุยกูร์กว่า 1 ล้านคนเข้าค่ายกักกันเพื่อลบล้างความเป็นอุยกูร์ไม่ว่าจะเป็นการนับถือศาสนาอิสลาม ภาษา วัฒนธรรม และบังคับให้พวกเขาภักดีต่อรัฐคอมมิวนิสต์จีนที่นำโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และปฏิบัติตนให้เหมือนกับจีนชาวฮั่นทุกประการ


กระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซียได้เคยเรียกตัวเอกอัครทูตจีน เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่ทางอินโดนีเซียหลายกลุ่มแสดงความเป็นห่วงความเป็นอยู่ชาวอุยกูร์ในจีน และเรียกร้องให้ทางการจีนเคารพในสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนาอิสลามของชาวอุยกูร์


ที่มา -
https://www.yenisafak.com/…/indonesian-muslims-protest-agai…


 ข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
ณ ค่ายกักกัน: ชาวอุยกูร์ถูกรัฐบาลจีนบีบบังคับให้ทานหมู ดื่มเหล้า และออกจากอิสลาม
https://www.facebook.com/…/a.14383739097…/1935338973427148/…

Tuesday, May 9, 2017

ปิดฉาก! ผู้ว่าจาการ์ตา “ชาวคริสต์” ลงเอยจำคุก 2 ปีฐานหมิ่นอิสลาม

9 พฤษภาคม 2560 12:37 น.



เอเอฟพี – ผู้ว่าการกรุงจาการ์ตาชาวคริสต์ถูกจำคุกสองปีในวันนี้ (9) ปีหลังจากถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานดูหมิ่นศาสนา ปิดฉากตำนานที่ถูกมองว่าเป็นบททดสอบความอดทนอดกลั้นทางศาสนาในประเทศที่มีประชากรชาวมุสลิมมากที่สุดในโลกแห่งนี้


ชาวมุสลิมผู้เคร่งจารีตภายนอกศาลจาการ์ตาส่งเสียงเชียร์และตะโกนว่า “พระเจ้ายิ่งใหญ่ที่สุด” ในขณะที่มีข่าวว่า บาสุกิ ทจาฮา ปุรนามา จะถูกส่งไปยังเรือนจำ คำตัดสินอันน่าตกตะลึงหลังจากที่คณะอัยการแนะนำให้ตัดสินลงอาญาแค่ 2 ปีเท่านั้น


ปุรนามาถูกลากเข้าสู่ศาลเมื่อปีที่แล้วเพื่อเผชิญกับการไต่สวนข้อหาดูหมิ่นศาสนาอิสลามในขณะหาเสียงเลือกตั้งสมัยที่สอง ในคดีที่นักวิจารณ์ระบุว่ามีแรงจูงใจทางการเมือง


การไต่สวนมีขึ้นหลังจากการประท้วงใหญ่ต่อต้านเขาที่รู้จักกันในชื่อว่า “อาฮก” ในเมืองหลวงแห่งนี้ที่ดึงดูดผู้คนออกมาเข้าร่วมหลานแสนคน


คะแนนนำในโพลความคิดเห็นของเขาดิ่งลงท่ามกลางกระแสการวิพากษ์วิจารณ์นี้และพ่ายแพ้การเลือกตั้งผู้ว่ากรุงจาการ์ตาเมื่อเดือนที่แล้วให้กับผู้สมัครชาวมุสลิมคนหนึ่ง ผลลัพธ์ที่ยิ่งทวีความกลัวที่ว่า แนวทางอิสลามสายกลางอันเป็นเอกลักษณ์ของแดนอิเหนากำลังถูกคุกคามจากกลุ่มหัวรุนแรงที่มีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆ


คณะผู้พิพากษา 5 คนที่ศาลจาการ์ตาพบว่าปุรนามามีความผิดฐานหมิ่นศาสนาจริงและตัดสินจำคุกเขา 2 ปี


ในการประกาศคำตัดสิน ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ ดวิอาร์โซ บูดี ซานติอาร์โต กล่าวว่า ปุรนามากระทำความผิดฐานหมิ่นศาสนาอย่างชัดเจนและต้องโทษจำคุกสองปี” พร้อมสั่งให้คุมขังเขา






ผู้พิพากษาอีกคนหนึ่ง อับดุล รอสยัด กล่าว่า เหตุผลที่ใช้บทลงโทษหนักหน่วงคือ “จำเลยไม่สำนึกผิด การกระทำของของจำเลยสร้างความวิตกกังวลและทำร้ายชาวมุสลิม”


ปุรนามากล่าวว่า เขาจะอุทธรณ์ การหมิ่นศาสนาในอินโดนีเซียมีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี
ประเด็นนี้เริ่มต้นขึ้นในเดือนกันยายนเมื่อปุรนามาที่ขึ้นชื่อเรื่องเป็นคนโผงผางสร้างความไม่พอใจให้กับ


ชาวมุสลิมหลังจากที่เขาอ้างถึงข้อความหนึ่งจากคัมภีร์อัลกุรอานในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง
เขาบอกเป็นนัยว่า คู่แข่งของเขาใช้คำสอนหนึ่งในอัลกุรอานเพื่อหลอกให้ประชาชนไม่โหวตให้เขา คำปราศรัยฉบับแก้ไขของเขาถูกเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ต จุดชนวนกระแสความเดือดดาล


ก่อนที่ประเด็นหมิ่นศาสนานี้จะปะทุขึ้น ปุรนามามีคะแนนนำลิ่วในโพลความคิดเห็นเนื่องจากความตั้งใจของเขาที่จะแก้ปัญหาการจราจรและมลภาวะของเมืองหลวงแห่งนี้


การไต่สวนเริ่มขึ้นเมื่อเดือนธันวาคมและยืดเยื้อนานหลายเดือน เนื่องจากทั้งอัยการและจำเลยเรียกตัวพยานกว่า 40 คน ทีมของปุรนามากล่าวหาอัยการว่าเรียกพยานที่มีอคติ และระบุว่า พวกเขาส่วนใหญ่ไม่ได้ปรากฏตัวในตอนที่การดูหมิ่นศาสนาตามข้อหาเกิดขึ้นด้วยซ้ำ


นักวิจารณ์หลายคนต้องการให้กฎหมายหมิ่นศาสนาของประเทศนี้ถูกแก้ไขใหม่ กฎหมายไม่ค่อยถูกใช้ในช่วงการปกครอง 32 ปีของจอมเผด็จการซูฮาร์โต แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามันกลับถูกใช้เพื่อดำเนินคดีกับชนกลุ่มน้อย กลุ่มสิทธิ ระบุ


ที่มา -
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx…
รูปภาพ -
http://www.tnamcot.com/content/590226
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
มุสลิมในอินโดฯเกือบ 2 ล้านร่วมประท้วงผู้ว่าจาการ์ต้าชาวคริสเตียนกรณีหมิ่นศาสนาอิสลาม
https://www.facebook.com/muslim.aof/posts/1616704958623886?comment_id=1616730338621348&comment_tracking=%7B%22tn%22%3A%22R%22%7D&hc_location=ufi

Saturday, November 5, 2016

มุสลิมในอินโดฯ เกือบ 2 ล้านร่วมประท้วงผู้ว่าจาการ์ต้าชาวคริสเตียนกรณีหมิ่นศาสนาอิสลาม















เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 59 มุสลิมเกือบ 2 ล้านคนมารวมตัวกันในกรุงจาการ์ต้าเพื่อร่วมกันประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินคดีกับผู้ว่าราชการจาการ์ต้า คือนายบาซากิ ทจาฮาจา ปูร์นาม หรือชาวอินโดฯ นิยมเรียกเขาว่าอาฮก ซึ่งเป็นคนจีนนับถือศาสนาคริสต์

อาฮกวิพากษ์วิจารณ์คู่แข่งทางการเมืองที่ใช้บทบัญญัติในคัมภีร์กุรอานมาโจมตีเขา ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการของกรุงจาการ์ต้าครั้งใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า เขาได้กล่าวปราศรัยต่อบรรดากลุ่มชาวประมงที่อาศัยอยู่ในเกาะต่างๆ ของอินโดฯ ในเดือนตุลาคม โดยความหมายของกุรอานที่เขาอ้างถึงระบุว่าชาวมุสลิมไม่ควรเลือกคนที่ไม่ใช่มุสลิมมาเป็นผู้นำ


การประท้วงเริ่มขึ้นจากการเริ่มละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิดอิสติกล้าลจาการ์ต้า ภายในไม่กี่ชั่วโมงมีมุสลิมมารวมตัวกันเกือบ 2 ล้านคน ร่วมเดินขบวนไปยังทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงจาการ์ต้า และทางการได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยถึง 18,000 นาย


ทางสำนักข่าวต่างประเทศเช่นซีเอ็นเอ็นรายงานข่าวว่า มีผู้ชุมนุม 200,000คน แต่ทางสำนักข่าวอารามะฮฺของอินโดนีเซียซึ่งส่งนักข่าวลงพื้นที่รายงานตั้งแต่ตอนเริ่มต้นของการประท้วง 4 พ.ย.หลังละหมาดวันศุกร์ จนจบการประท้วง รายงานว่า มีผู้ร่วมประท้วงเกือบ 2 ล้านคน


“อาฮกไม่ใช่มุสลิมแต่เขากลับลบหลู่คัมภีร์กุรอานของพวกเรา เขาไม่ต้องนำคัมภีร์กุรอานมาอ้าง โดยเฉพาะการแปลความหมายแบบผิดๆ ผมอ้อนวอนต่ออัลลอฮฺให้อาฮกเข้าคุก” นายมูฮัมหมัด ซาอิ๊ด หนึ่งในผู้ประท้วงกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์เอเยนซี่


แม้กระทั่งอาฮกกล่าวแสดงความเสียใจที่ทำให้ชาวมุสลิมไม่พอใจจากการกล่าวพาดพิงถึงคัมภีร์กุรอาน เขายังชอบเรียกตัวเองแบบขำๆ อยู่บ่อยครั้งว่า เขาเป็นกาเฟส (ผู้ปฏิเสธศรัทธา)


มีนักการศาสนาหลายท่านที่ได้ดูคลิปวีดีโอการปราศรัยของอาฮกที่พาดพิงคัมภีร์กุรอาน ทุกท่านมีความเห็นตรงกันว่า การปราศรัยของเขาเข้าเกณฑ์ผิดกฏหมายฐานหมิ่นศาสนาอิสลาม แต่นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันประท้วงทางกรมตำรวจไม่ได้เร่งดำเนินคดีแต่อย่างใดทั้งๆ ที่มีมุสลิมจำนวนมากแจ้งความเอาผิดกับอาฮก จึงทำให้มีชาวมุสลิมจำนวนมากเกิดความไม่พอใจร่วมกันออกมาประท้วงนับล้านคน


“มันไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้คนลุกฮือ ทำไมเมื่อเป็นกรณีของอาฮก กฎหมายนี้ถึงไม่ถูกนำมาใช้” ฟาฮฺรีย์ ฮัมซะฮฺ รองประธานสภา นักการเมืองชื่อดังจากพรรคการเมืองอิสลามพรรคหนึ่ง บอกกับผู้ประท้วง
ความโกรธเกรี้ยวต่ออาฮก ผู้ว่าการกรุงจาการ์ต้าคนที่สองที่เป็นชาวคริสต์แต่เป็นคนแรกจากชุมชนชาวจีนของประเทศนี้ ไม่ได้อยู่แค่ในเมืองหลวง การเดินขบวนเพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกันถูกจัดขึ้นทั่วเกาะชวาและในเมืองต่างๆ ไกลถึงเมืองมาคัสซาร์ในภาคตะวันออกของอินโดฯ


การที่อาฮกขึ้นมารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจาการ์ต้าได้ก็เพราะอดีตผู้ว่าฯ คนเก่าคือประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ซึ่งเป็นประธานาธิบดีคนปัจจุบันของอินโดฯ ได้มอบเก้าอี้ผู้ว่าให้กับอาฮก ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเป็นผู้ช่วยผู้ว่าราชการของนายวิโดโด


ตั้งแต่อาฮกมาเป็นผู้ว่าฯ ของจาการ์ต้า เขาส่งเสริมนโยบายที่จะนำเอา “หลักสูตรเพศศึกษา” มาจัดสอนในโรงเรียน, สนับสนุนให้การขายบริการทางเพศถูกกฏหมาย, ยุติโทษประหารสำหรับความผิดด้านยาเสพติด, ยกเลิกการบังคับเด็กนักเรียนมุสลิมให้สวมฮิญาบในโรงเรียน, ยกเลิกการห้ามขายสุราตามร้านค้าปลีก โดยที่เขากล่าวว่าไม่เห็นมีคนดื่มเบียร์ตายสักคน, มีการไล่ที่คนยากจนที่อาศัยอยู่บริเวณต่างๆ เช่นริมแม่น้ำ เพื่อทำแหล่งระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม, ห้ามมอเตอร์ไซด์วิ่งในถนนหลายบริเวณเพื่อแก้ปัญหารถติด, สนับสนุนกลุ่มอะฮฺหมัดดียะฮฺ โดยมีคำสั่งให้มีการก่อสร้างสถานที่ปฏิบัติศาสนาของกลุ่มขึ้นมาใหม่ใน Tebet หลังจากถูกสั่งปิดไป ซึ่งนโยบายเหล่านี้ทำให้มุสลิมเกิดความไม่พอใจอยู่แล้ว แต่พอมีคลิปวีดีโอที่กล่าวพาดพิงถึงคัมภีร์กุรอานทำให้มุสลิมจำนวนมากรู้สึกโกรธแค้นมากขึ้น


การประท้วงในช่วงกลางวันเป็นไปด้วยความสงบ แต่พอหลังจากร่วมละหมาดมักริบผู้คนเริ่มทะยอยกลับบ้าน แต่ความที่มีผู้ประท้วงเป็นล้านคนจึงไม่สามารถที่จะสลายตัวพร้อมกันได้ในทันที


หลังจากมีการร่วมละหมาดมักริบ มีมือที่สามที่เข้ามาปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ประท้วง เริ่มใช้ความรุนแรงด้วยการเริ่มจุดประทัด ใช้ท่อนไม้ไผ่ปะทะกับตำรวจ ปาก้อนหินและขวดใส่ตำรวจ จึงทำให้ตำรวจยิงแก๊สน้ำตา และใช้กระสุนยางยิงใส่ผู้ประท้วง แต่ทางสำนักข่าวของสื่อต่างๆ โดยเฉพาะสื่อตะวันตกพาดหัวข่าวว่า เป็นพวกมุสลิมหัวรุนแรงที่แฝงตัวในกลุ่มผู้ประท้วง

ฝ่ายตำรวจเองก็ไม่ได้ทำตามคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ Tito Karnavian และผู้บัญชาการทหาร Gatot Nurmantyo โดยมีคำสั่งให้หยุดยิงแก๊ซน้ำตา แต่ตำรวจก็ยังไม่หยุดยิงใส่ผู้ประท้วง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 คนและบาดเจ็บหลายสิบคน


ตัวแทนของผู้ประท้วงที่ยังอยู่ในบริเวณนั้นเดินทางไปยังหน้าทำเนียบ และได้พบกับรองประธานาธิบดียูซุฟ คัลลา รู้สึกตกใจมากที่จู่ๆ ตำรวจก็ยิงแก๊ซน้ำตาใส่ผู้ประท้วงที่อยู่บริเวณนั้น ทั้งผู้บังคับบัญชาการตำรวจ Tito และผู้บังคับบัญชาการทหารบก Gatot ต้องออกมาจากทำเนียบเพื่อสั่งให้หยุดยิง แต่ตำรวจกลับไม่เชื่อฟังคำสั่ง


มีกลุ่มหนึ่งที่ถือป้าย “กลุ่มติดอาวุธของมัสยิด Luar Batang ได้เคลื่อนขบวนไปถึงหน้าบ้านอาฮก แต่ต้องถอยกลับเมื่อพบกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำนวนมาก กลุ่มนี้จึงกลับมาที่ Luar Batang โดยพยายามโจมตีรถต่างๆ ที่ขับผ่านถนนที่พวกนี้ตั้งแกงค์กันอยู่ ส่วนทางตอนเหนือของจาการ์ต้าได้มีกลุ่มคนที่ปะทะกับตำรวจ และมีการปล้นสะดมร้านสะดวกซื้อและร้านค้าต่างๆ


ในวันเสาร์ที่ 5 พ.ย. โฆษกตำรวจ Gen. Boy Rafli Amar ได้แถลงการณ์ว่าชาย 15 คนที่ปะทะกับตำรวจและปล้นสะดมร้านค้า ไม่ได้เข้าร่วมประท้วงแต่อย่างใด “พวกนี้เป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบๆ บริเวณนั้น รวมทั้ง Muara Baru (ตอนเหนือของจาการ์ต้า) ที่หาผลประโยชน์กับการประท้วงเพื่อก่อเหตุความรุนแรงและปล้นสะดม”


ที่มา -
1. Indonesian President cancels Australia trip after violent protests
2. Millions of Muslims from various cities in Indonesia demanded Ahok’s arrest.
https://www.arrahmah.com/…/foto-jutaan-ummat-islam-dari-ber…
3. Indonesia: Thousands rally against blasphemy in Jakarta
http://www.aljazeera.com/…/indonesia-thousands-rally-blasph…
4. Ahok: loved and hated governor of Jakarta
http://indonesiaatmelbourne.unimelb.edu.au/ahok-loved-and-…/
4. เดือด! มุสลิมอิเหนาหลายหมื่นประท้วงไล่ “ผู้ว่าฯ จาการ์ตา” ฐานหมิ่นศาสนา
http://www.manager.co.th/around/ViewNews.aspx…
5. Penjaringan looting group not from anti-Ahok rally: Police
http://www.thejakartapost.com/…/penjaringan-looting-group-n…
6. Police officers were ignored the order of Police Chief.
https://www.arrahmah.com/…/gpnf-mui-perintah-kapolda-hentik…
7. RALLY ORGANIZER BLAMES VIOLENCE ON 'PROVOCATEURS'
http://www.thejakartapost.com/…/rally-organizer-blames-viol…

Friday, September 9, 2016

กองเชียร์ของอินโด แปรอักษรธงชาติปาเลสไตน์ ระหว่างเกมแข่งขันกระชับมิตรระหว่างอินโด VS มาเลย์





ได้มีการจัดเกมแข่งฟุตบอลกระชับมิตรระหว่างประเทศอินโดนิเซีย VS ประเทศมาเลเซีย | 3-0  เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2559  ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยหนึ่งของการแปรอักษรเป็นรูปธงชาติของปาเลสไตน์  เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับชาวปาเลสไตน์  ในขณะเดียวกันจะได้ยินเสียงผู้เชียร์ในสนามโฮร้องพร้อมปรบมือด้วยความดีใจขณะที่มีธงปาเลสไตน์ปรากฏขึ้น

กองเชียร์ของอินโด แปรอักษรธงชาติปาเลสไตน์ ระหว่างเกมแข่งขันกระชับมิตรระหว่างอินโด VS มาเลย์



ได้มีการจัดเกมแข่งฟุตบอลกระชับมิตรระหว่างประเทศอินโดนิเซีย VS ประเทศมาเลเซีย | 3-0  เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2559  ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยหนึ่งของการแปรอักษรเป็นรูปธงชาติของปาเลสไตน์  เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับชาวปาเลสไตน์  ในขณะเดียวกันจะได้ยินเสียงผู้เชียร์ในสนามโฮร้องพร้อมปรบมือด้วยความดีใจขณะที่มีธงปาเลสไตน์ปรากฏขึ้น


“ปทท.ไทย อีก 3 เดือนเราเจอกัน” ทหารยิวโพสต์ในอินสตาแกรม

  ทหารอิสราเอลโพสต์รูปเซลฟี่ในอินสตาแกรม ที่ถ่ายหน้าบ้านของเศรษฐีในกาซ่าที่พวกมันจุดไฟเผา ในพื้นที่มูซาเบะฮ์ ตอนเหนือของราฟะฮ์ พร้อมแคปชั่น ...