Showing posts with label อินเดีย. Show all posts
Showing posts with label อินเดีย. Show all posts

Sunday, February 20, 2022

“ถึงแม้จะเกิดเหตุการณ์คอขาดบาดตายยังไง เราก็จะไม่ยอมถอดฮิญาบ” นร.มัธยมหญิงมุสลิมชาวอินเดีย


โรงเรียนมัธยมหญิงซึ่งเป็นรร.รัฐบาลที่ชิราลาคอปปา รัฐกรณาฏกะ ยังห้ามเด็กนักเรียนหญิงมุสลิมเข้าโรงเรียน ขณะที่สวมฮิญาบ โดยอ้างคำสั่งชั่วคราวของศาลสูงของรัฐกรณาฏกะ เด็กนักเรียนจึงเล่าให้นักข่าวฟังด้วยความน้อยใจว่า ยอมทุกอย่าง พอมีงานของศาสนาฮินดูก็ช่วยงานตลอด มุสลิมไม่เคยขอละหมาดที่โรงเรียนด้วยซ้ำไป ไม่ให้สวมนิกอบ (ปิดหน้า) ในโรงเรียน เราก็เปิดหน้า แต่พอทำไมเราขอใส่ฮิญาบต่อ ถึงไม่ให้ ทั้งๆ ที่เราใส่มาเรียนตลอด เด็กพูดด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวว่า ถึง “แม้จะเกิดเหตุการณ์คอขาดบาดตาย น้องก็จะไม่ยอมถอดฮิญาบแน่” 



Cr: Undefeated Faith 


#HijabIsFundamentalRight

#HijabRow

#HijabisOurRight 


 

Saturday, December 25, 2021

หนุ่มมุสลิมในอินเดียถูกม็อบชาตินิยมฮินดูรุมทำร้าย

 


มุสลิมเยาวชนชาวอินเดียถูกม็อบชาตินิยมฮินดูจับมัด ห้อยหัวลงมาจากต้นไม้ ถูกทุบตี แล้วถูกกร่อนผม โดยถูกกล่าวหาว่า เขาไปรักชอบกันกับหญิงสาวชาวฮินดู 


เหตุการณ์การใช้ความรุนแรงในครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 1 วัน หลังจากที่รัฐฌารขัณฑ์ได้มีการผ่านร่างกฎหมายเพื่อป้องกันการใช้ระบบศาลเตี้ย เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งจะมีการจำคุกผู้กระทำความผิด 3 ปี ถึงจำคุกตลอดชีวิต 


เครดิตคลิป: 

Twitter -  Sohan Singh


อ้างอิง:


https://thewire.in/government/jharkhand-assembly-passes-anti-lynching-bill-culprits-may-be-jailed-for-life

Saturday, October 3, 2020

ชาวอินเดียลุกฮือประท้วง หลังหญิงสาววรรณะจัณฑาลถูกรุมข่มขืนและทรมานอย่างสาหัส

 










เหตุสะเทือนขวัญเกิดขึ้นวันที่ 14 กันยายน 2020 เมื่อหญิงสาววรรณะจัณฑาลวัย 19 ปี ออกไปทุ่งนากับแม่เพื่อไปเก็บหญ้ามาเลี้ยงสัตว์ ส่วนคนร้ายทั้ง 4 คนเป็นเพื่อนบ้านของเหยื่อ ที่มีวรรณะที่สูงกว่า ซึ่งชายทรชนทั้ง 4 คนก็คือ นาย Sandeep อายุ 20 ปี  นาย Ravi เป็นน้า Sandeep วัย 35 ปี และเพื่อนอีก 2 คนคือนาย Luv Kush 23 ปีและนาย Ramu 26 ปี โดยทั้งหมดอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน Hathras ในรัฐอุตตรประเทศภาคเหนือของอินเดีย 



เพราะแม่เป็นคนหัวหนวก นางถึงไม่ได้ยินตอนลูกสาวพยายามต่อสู้ขัดขืน ขณะที่คนร้ายทั้ง 4 คนไม่มีความเกรงกลัวใดๆ ทั้งสิ้น ร่วมกันลากตัวเหยื่อไปข่มขื่น ซึ่งห่างไปจากจุดที่แม่ยืนอยู่เพียงไม่กี่เมตร  



จากนั้นไม่นานนัก แม่เริ่มสังเกตว่าลูกหายไปจึงเริ่มเดินตามหา และได้ไปเจอลูกในสภาพนอนเปลือยกายเลือดอาบ ซึ่งเหยื่อถูกทรมานอย่างสาหัส  กระดูกสันหลังหักที่คอบาดเจ็บสาหัส รวมทั้งลิ้นขาด  และเหยื่อกลายเป็นอัมพาต



ตำรวจเพิ่งมาจับตัวคนร้าย 13 วันหลังเกิดเหตุ  โดยตอนแรกตำรวจตั้งข้อหาแค่พยายามฆ่า และมาเพิ่มข้อหาข่มขืนในภายหลัง



เหยื่อถูกย้ายมาจากโรงพยาบาล J.N. Medical College Hospital (JNMCH) ที่อาลิการ์  และมารักษาตัวที่โรงพยาบาลในกรุงนิวเดลี เนื่องจากพ่อขอร้อง ซึ่งเธอมาเสียชีวิตลงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (29 ก.ย.)



ครอบครัวของเหยื่อไม่มีโอกาสแม้กระทั่งได้เห็นหน้าผู้ตาย ทั้งๆ ที่พวกเขาต่างพากันขอร้องให้ตำรวจคืนศพ เพื่อมาทำพิธีทางศาสนาฮินดูก่อน ตำรวจก็ไม่สนใจ แต่กลับรีบเร่งนำศพไปเผาทันที



บรรดานักเคลื่อนไหว, นักการเมืองและดาราบอลลีวู้ดประสานเสียงกันประณามทางโซเชียลมีเดีย ด้วยการติดแฮ็ชแท๊ก “เรียกร้องความยุติธรรมให้กับมานิชชา” (Justice for Manisha) และมีการเรียกร้องให้ประหารชีวิตชายทรชนทั้ง 4 คน ด้วยการแขวนคอ



พอตอนมีข่าวว่าตำรวจรีบเอาศพไปเผาทันที โดยครอบครัวไม่ได้เห็นด้วยแต่อย่างใด จึงทำให้ชาวอินเดียลุกฮือขึ้นมาประท้วงเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับครอบครัว ในกรุงนิวเดลีเอง ตำรวจควบคุมตัวหญิงนักเคลื่อนไหวหลายคนที่พยายามเดินขบวนบนท้องถนนถือป้ายข้อความ "หยุดวัฒนธรรมข่มขืน" และตะโกนต่อต้านอทิตยาณัฐ และนายกรัฐมนตรีอินเดีย นเรนทรา โมดี



ยังมีประชาชนที่เป็นฝ่ายวรรณะที่สูงกว่าออกมารวมตัวประท้วงสนับสนุนแก๊งค์ข่มขื่นกลุ่มนี้ ด้วยการเรียกร้องให้ตำรวจให้ความเป็นธรรมกับ 4 ทรชนนี้ด้วย 



เจ้าหน้าที่ของรัฐอุตตรประเทศยังเข้าไปหาครอบครัว และพยายามกดดันทุกอย่างเพื่อที่จะให้พวกเขาเปลี่ยนคำให้การว่าลูกสาวไม่ได้ถูกข่มขืน รวมทั้งปิดกั้นทั้งพรรคฝ่ายค้าน และสื่อที่จะเข้าไปสัมภาษณ์ แถมยังยึดมือถือพวกเขาไม่ให้ติดต่อกับโลกภายนอก 



ล่าสุด ยังมีหญิงวรรณะจัณฑาลอีกรายที่ถูกข่มขื่น โดยตำรวจอินเดียเปิดเผยในวันพฤหัสบดีที่ 1 ต.ค. 2563 ว่า หญิงสาววัย 22 ปี จากวรรณะจัณฑาล เสียชีวิตอีกคนหลังจากถูกคนร้ายลากตัวขึ้นรถ หลังจากเหยื่อเดินทางไปสมัครเข้าเรียนที่โรงเรียนท้องถิ่น ในเขตบัลรามปุระ รัฐอุตตระประเทศ ก่อนถูกชายทรชนข่มขืนกระทำชำเรา



ทุกๆ 15 นาที มีคนถูกข่มขืน 1 ครั้งในอินเดีย และหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ก็เป็นหนึ่งในประชากรวรรณะจัณฑาลราว 200 ล้านคนของอินเดีย ซึ่งเป็นชนชั้นที่มักโดนเลือกปฏิบัติและล่วงละเมิด  นักรณรงค์กล่าวกันว่า การโจมตีคนวรรณะจัณฑาลเกิดเพิ่มขึ้นในช่วงไวรัสโคโรนาระบาด



ที่มา: 


https://thewire.in/rights/hathras-dalit-victim-cremated-uttar-pradesh-police


https://www.sbs.com.au/news/five-senior-police-officers-suspended-over-alleged-gang-rape-of-young-dalit-woman-in-india

Tuesday, February 25, 2020

🔺 ม็อบชาวฮินดูสุดโต่งบุกเผาทำลายมัสยิดในเมืองหลวงของอินเดีย


มัสยิดใน Ashok Nagar กรุงเดลีเมืองหลวงของอินเดีย ถูกม็อบฮินดูสุดโต่งหลายร้อยคนบุกเผาทำลายเมื่อตอนบ่ายของเมื่อวานนี้ (25/02/20) โดยม็อบได้ตะโกนสโลแกนคำขวัญพร้อมเดินขบวนรอบมัสยิดที่ถูกเผาว่า “ชัยศรีราม” และ “อินเดียคือประเทศของชาวฮินดูเท่านั้น” ทั้งยังมีชาวฮินดูสุดโต่งปีนขึ้นไปบนยอดโดม พยายามทำลายสัญลักษณ์ดาวและเดือนเสี้ยวแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ แล้วเอาธงหนุมานของชาวฮินดูไปผูกเอาไว้บนยอดโดม เพื่อแสดงสัญลักษณ์ว่าชาวฮินดูเท่านั้นที่ปกครองอินเดีย ร้านค้าที่ตั้งอยู่รอบๆ มัสยิดรวมถึงร้านขายรองเท้าหลายร้าน ถูกปล้นสะดมโดยพวกฮินดูสุดโต่งหลายร้อยคน ชาวบ้านบอกกับ The Wire ว่าพวกปล้นสะดมไม่ใช่เป็นคนในพื้นที่ ข่าวรายงานว่ามีพนักงานดับเพลิงอยู่ในบริเวณนั้น แต่ไม่เห็นตำรวจเลยสักนาย ตั้งแต่วันอาทิตย์เป็นต้นมา กลุ่ม RSS ซึ่งเป็นองค์กรฮินดูสุดโต่งหลายร้อยคน ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับพรรคของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ได้บุกทำร้ายผู้ปักหลักประท้วงในกรุงนิวเดลี ซึ่งเป็นการประท้วงต่อต้านกฏหมายสถานะพลเมืองฉบับแก้ไข ที่เปิดทางให้ผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมจากสามประเทศเพื่อนบ้านสามารถขอรับสถานะเป็นคนอินเดียได้ แต่กลับไม่รวมถึงคนมุสลิม ม็อบชาวฮินดูสุดโต่งเป็นม็อบที่จัดตั้งขึ้นมา และวางแผนล่วงหน้ามาเป็นอย่างดี พวกนี้ถูกส่งมาจัดการกับชาวมุสลิมโดยตรง ไม่ได้เป็นการปะทะอย่างที่สื่อกระแสหลักทั่วโลกที่คอยประโคมข่าว พวกฮินดูสุดโต่งเหล่านี้มีทั้งก้อนหิน ปืน ระเบิดขวด ไม้ ดาบ และคอยทำร้ายทุกๆ คนที่เป็นมุสลิม แถมยังข่มขู่จะทำร้ายร่างกายช่างภาพและนักข่าวที่เข้ามาทำข่าวในพื้นที่อีกด้วย แม้กระทั่งคนที่ไม่ได้เข้าร่วมประท้วงก็ถูกทำร้ายอย่างเหี้ยมโหด บ้านเรือน ร้านค้า มัสยิดของชาวมุสลิมถูกเผาเรียบ การโจมตีที่พุ่งเป้าไปที่มุสลิมในนิวเดลีได้ลุกลามไปแล้วหลายพื้นที่ในเมืองหลวง ส่งผลให้มีมุสลิมเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 5 คน รวมทั้งนายตำรวจ 1 นาย และบาดเจ็บประมาณ 90 คนแล้วในตอนนี้ ที่มาของข้อมูล - คลิปวีดีโอ: Middle East Eye https://thewire.in/…/delhi-violence-mosque-set-on-fire-in-a… #Saveมุสลิมในอินเดีย #SaveMuslimsInIndia

Wednesday, July 10, 2019

ชายชาวอินเดีย 24 คนรวมทั้งมุสลิม 6 คน ถูกกลุ่มฮินดูหัวรุนแรงจับมัดมือไว้ด้วยกัน เฆี่ยนตี แล้วบังคับให้ตะโกนบทสวดสรรเสริญวัว


พวกกลุ่มอาสาสมัครชาวฮินดูหัวรุนแรงที่ตั้งตนขึ้นมาโดยอ้างว่าพวกเขาทำหน้าที่พิทักษ์วัว ได้ดักจับชาวอินเดีย 24 คนรวมทั้งชาวมุสลิมที่อยู่ในกลุ่ม 6 คน ด้วยการจับมัดมือชายทั้งหมดไว้ด้วยกัน แล้วสั่งให้นั่งคุกเข่าอยู่ริมถนน พวกฮินดูหัวรุนแรงยังได้ลงมือเฆี่ยนตีชายทั้ง 24 คนต่อหน้าผู้คนที่เดินกันไปมาอย่างพลุกพล่าน พร้อมขู่บังคับให้ทุกๆ คนตะโกนบทสวดสรรเสริญวัว แล้วยังมีการถ่ายคลิปวีดีโอเอาไว้เพื่อนำไปเผยแพร่ต่อ จากนั้นพวกกลุ่มฮินดูหัวรุนแรงได้แห่พวกเขาในสภาพที่ถูกมัดมือเดินไปตามท้องถนน เพื่อนำตัวไปยังสถานีตำรวจที่มีระยะห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 2 ก.ม. ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมืองขัณฑวา รัฐมัธยประเทศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 ก.ค. 2019 ชายทั้ง 24 คนต่างยืนยันว่าพวกเขาเคลื่อนย้ายวัวเหล่านี้ เพื่อนำไปโชว์ในงานแสดงสินค้าสัตว์ ที่จัดขึ้นในรัฐมหาราษฏระ (Maharashtra) แต่กลุ่มฮินดูหัวรุนแรงกลับใส่ร้ายพวกเขาว่า พวกเขาจะเอาวัวไปฆ่า จึงเป็นเหตุให้พวกเขาต้องจับกุมตัวชายเหล่านี้เอาไว้เพื่อส่งตัวให้ตำรวจ กระแสการที่พวกฮินดูหัวรุนแรงรุมประชาทัณฑ์มุสลิม โดยนำข้ออ้างถึงการปกป้องวัว เกิดขึ้นมาแล้วถึง 108 ครั้ง นับตั้งแต่ปี 2015 ที่พรรคภารติยะชนตะ ของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ซึ่งเป็นฮินดูขวาจัดขึ้นครองอำนาจ ส่งผลให้มีมุสลิมเสียชีวิต 40 ราย และบาดเจ็บ 142 คน จากการถูกรุมประชาทัณฑ์ ด้วยการยัดข้อหาว่าทานเนื้อวัว ขนย้ายเนื้อวัว หรือฆ่าวัว ซึ่งเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชาวฮินดู ที่มาของข้อมูล – NDTV: 24 Thrashed, Forced To Say "Gau Mata Ki Jai" In Madhya Pradesh https://www.youtube.com/watch?v=uBG3X... https://thecognate.com/24-men-tied-wi...

“ปทท.ไทย อีก 3 เดือนเราเจอกัน” ทหารยิวโพสต์ในอินสตาแกรม

  ทหารอิสราเอลโพสต์รูปเซลฟี่ในอินสตาแกรม ที่ถ่ายหน้าบ้านของเศรษฐีในกาซ่าที่พวกมันจุดไฟเผา ในพื้นที่มูซาเบะฮ์ ตอนเหนือของราฟะฮ์ พร้อมแคปชั่น ...