Showing posts with label 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้. Show all posts
Showing posts with label 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้. Show all posts

Tuesday, December 17, 2019

จากชาวบ้านที่รับจ้างตัดไม้กลายไปเป็นโจรใต้ไปได้ยังไง?


ข่าวจากสื่อกระแสหลักเสนอว่าเป็นการปะทะกัน แต่ดูจากสภาพผู้เสียชีวิตเหมือนจับนั่งคุกเข่า แล้วจ่อยิงที่ศีรษะทีละคน

อ้างจากสำนักข่าวหลายแห่งในไทยต่างเสนอข่าวตรงกันว่า เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2562 เวลา 18.00 น. พ.อ.ธีร์พัชร์ เมพันธุ์ ผบ.ฉก.ทพ.45 อ.ระแงะ จ.นราธิวาส จัดกำลังชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ ฉก.ทพ.45 จำนวน 3 ชุด หลังสืบทราบว่ามีกองกำลังติดอาวุธได้เคลื่อนไหวเพื่อประชุมวางแผนก่อเหตุร้ายขึ้นในพื้นที่ เจ้าหน้าที่กระจายกำลังเดินลาดตระเวนอยู่บนเทือกเขา ช่วงบริเวณหลังหมู่บ้านอาแน ม.8 ต.บองอ


เจ้าหน้าที่พบกับกองกำลังติดอาวุธ จำนวน 6 ถึง 7 คน และเมื่อกองกำลังติดอาวุธพบเห็นเจ้าหน้าที่ จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่จนทั้ง 2 ฝ่ายได้ปะทะกันที่เขาตะเว ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เบื้องต้นผู้ก่อการร้ายเสียชีวิต 3 ราย เจ้าหน้าที่ยึดอาวุธปืน AK 47 จำนวน 1 กระบอก ปืนพก 1 กระบอก โดยอ้างว่าคนร้ายที่ถูกวิสามัญมีคดีความมั่นคงด้วย


ผู้เสียชีวิตคือ 1. นายมะนาซี สะมะแอ อายุ 27 ปี 3. นายฮาพีซี มะดาโอะ อายุ 24 ปี 3. นายบูดีมัน มะลี อยายุ 26 ปี ทั้ง 3 คนเป็นชาวต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส


ครอบครัวของผู้เสียชีวิตและชาวบ้านในหมู่บ้านต่างออกมายืนยันว่า ทั้งสามคนมีอาชีพรับจ้างขนไม้/ตัดไม้ และไม่เคยมีคดีความมั่นคงอย่างที่ตกเป็นข่าว


ชาวบ้านที่อาศัยอยู่แทบนั้นได้ยินเสียงปืนตอนเวลาประมาณ 10.00 น. พยาน 3 คนที่รอดชีวิตมาได้วิ่งกลับมาบอกชาวบ้านในหมู่บ้านเวลา 11.00 น. ซึ่งต่างจากการเสนอข่าวของสื่อกระแสหลักว่า มีการยิงปรทะกันเกิดขึ้นตอน 18.00 น. เมื่อเวลา 17.00 น. ฉก. 45 นำชาวบ้านพร้อมชรบ. 6 คน ขึ้นเขาไปครึ่งทางแล้วต้องกลับมาเพราะทหารบนเขาไม่ยอมให้ขึ้นไปในเวลานั้น ซึ่งกว่าจะได้ศพกลับมาทำพิธีทางศาสนาก็เป็นเวลา 20.00 น.ของวันที่ 17 ธ.ค. อีกหนึ่งวันหลังจากถูกวิสามัญ กินเวลาไป 35 ชม.


ล่าสุด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วหน้าออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ยอมรับแล้วว่าทั้ง 3 คนที่ถูกวิสามัญเป็นเพียงชาวบ้านในหมู่บ้านเท่านั้น มิใช่เป็นผู้ก่อการร้ายแต่อย่างใด และยังอ้างว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง แต่เข้าใจผิดว่าทั้ง 3 คนเป็นผู้ก่อการร้าย มีการให้คำมั่นสัญญาว่าจะรับผิดชอบ และจะนำเข้าสู่กระบวนการตามขั้นตอนทางกฏหมาย พร้อมกับตั้งคณะกรรมการสอบสวนของหน่วยเพื่อดำเนินการกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งทางวินัยและทางอาญาขั้นเด็ดขาดไม่มีข้อละเว้น


นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้คณะกรรมการด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นองค์กรอิสราะจากผู้แทนของทุกภาคส่วนที่ได้รับการยอมรับจากคนในพื้นที่ เข้าทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงคู่ขนานอย่างเป็นอิสระและโปร่งใสในการให้ความช่วยเหลือเยียวยาให้เหมาะสอม และให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย



ที่มา –
สำนักข่าวWartani
เฟสบุ๊กส์ ThaiPBS ศูนย์ข่าวภาคใต้
ด่วน!!!ทหารปะทะเดือดโจรใต้ เด็ดหัว 3 ศพกลางเขาตะเว
https://www.naewna.com/local/460655
รู้ตัวแล้ว 3คนร้ายป่วนใต้ ยิงปะทะเจ้าหน้าที่ ก่อนถูกจับตาย บนเขาตะเว
https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_3201580
เดือด! ทหารพรานยิงปะทะโจรใต้ดับ 3 บนเทือกเขาตะเว ยึดปืน 2 กระบอก
https://mgronline.com/south/detail/9620000119931

Tuesday, November 19, 2019

ผลสรุปไม่พบ DNA ในปอเนาะลำใหม่ว่า มีความเชื่อมโยงกับผู้ก่อเหตุยิง ชรบ.ลำพะยา



หลังจากพันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกอ.รมน. ภาค 4 ออกมาโต้แย้งกรณีที่มีสื่อไปสัมภาษณ์นายสะมะแอ ฮารี ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา และเจ้าของรร.พัฒนาอิสลามวิทยา หรือปอเนาะลำใหม่ โดยออกมายืนยันว่า ผ้าโสร่งที่ยึดไปเป็นหลักฐาน ไม่ใช่เปื้อนรอยยางกล้วยอย่างที่ผอ.มะสบรี รร.ปอเนาะลำใหม่ กล่าวกับผู้สื่อข่าว แต่โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ยืนยันว่าเป็นเลือดคนหรือเลือดสัตว์ และได้ส่งหลักฐานดังกล่าวไปที่ตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กทม. โดยจะทราบผลภายใน 1 สัปดาห์


ซึ่งภายในวันเดียวกันนี้เอง (18/11/2562) ผลตรวจ DNA ที่เจ้าหน้าที่ความมั่นคง เข้าไปค้นและเก็บ DNA ทั้งนักเรียนและครูสอนศาสนาจากรร.พัฒนาอิสลามวิทยา ออกมาแล้วว่า ไม่มีคนไหนที่ไปเชื่อมโยงกับ DNA ในที่เกิดเหตุที่ถล่มจุดตรวจ ชรบ. ลำพะยา ยะลา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย



ที่มา – Thai PBS ศูนย์ข่าวภาคใต้
https://www.facebook.com/watch/?v=589124378561110
 ข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้:
🎬 ข้อมูลอ้างอิงที่รายการข่าว3มิติเสนอข่าวการสัมภาษณ์นายสะมะแอ ฮารี ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา และผู้อำนวยการของโรงเรียน ออกอากาศเมื่อวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562:
https://www.facebook.com/watch/?v=741449793024785

#หนังคนละม้วน!






เมื่อวันจันทร์ที่ 18 พ.ย. 2562 พันเอก ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ได้ชี้แจงถึงกรณีที่สื่อเสนอข่าวคำสัมภาษณ์นายสะมะแอ ฮารี ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา และผู้ได้รับใบอนุญาต รร.พัฒนาอิสลามวิทยา หรือปอเนาะลำใหม่ ที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นโรงเรียน เมื่อวันจันทร์ที่ 14 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยการเสนอข่าวมีข้อมูลไม่ตรงกันกับทางกอ.รมน.ภาค 4 อยู่หลายเรื่อง

  -  พันเอกปราโมทย์กล่าวว่า พบโสร่งที่มีรอยคล้ายเปื้อนเลือดตกอยู่ระหว่างบ้านพักครู 2 หลัง สอบถามไม่มีใครรับเป็นเจ้าของ จนท.จึงเก็บโสร่งไปเป็นเหลักฐาน และตรวจ DNA อุสตาสที่เป็นเจ้าของบ้านทั้ง 2 คนคือ นายยูโส้ะ เด็นอะสัน และนายซูบกิฟลี ฮารี ส่วนทางด้านนายมะสบรี ฮารี ผู้อำนวยการรร.ปอเนาะ ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวด้วยการโชว์ผ้าโสร่งให้นักข่าวดู กล่าวว่า “ผ้าที่อยู่ที่บ้านที่เขาใช้อาบน้ำ  เขา(ไม่ได้ระบุชื่อเจ้าของ แต่แสดงให้เห็นว่าผ้าโสร่งชิ้นนี้มีคนรับว่าเป็นเจ้าของ)  ชี้แจงว่าไม่ใช่เลือด เป็นยางของต้นกล้วย แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่เชื่อ”

  - โฆษก กอ.รมน. ภาค 4 ยืนยันว่า ไม่ใช่เป็นยางกล้วยตามที่มะสบรี ฮารี ผอ.รร.ปอเนาะลำใหม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อ โดยปัจจุบันจนท.ได้ส่งหลักฐานดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กทม. โดยจะทราบผลภายใน 1 สัปดาห์  สื่อถามผอ.มะสบรี รร.ปอเนาะลำใหม่ว่า เขานำผ้าไปตรวจสอบไหมในวันนั้น? ผอ.บอกว่า เขานำไปตรวจสอบแล้วนำมาคืน พร้อมโชว์ผ้าโสร่งที่มีรอยเปื้อน และถุงพาสติกใสที่มีซิปล็อคให้สื่อดู

โฆษก กอ.รมน. ภาค 4 กล่าวว่า มีการประสานขอความร่วมมือและแจ้งวัตถุประสงค์ให้ผอ. โรงเรียนทราบล่วงหน้าแล้ว และได้รับอนุญาตแล้ว จึงได้แจ้งให้ชุดนิติวิทยาศาสตร์เข้าไปตรวจเก็บหลักฐานดังกล่าว ไม่ได้ใช้อำนาจตามกฏหมายพิเศษที่มีอยู่เข้าไปข่มขู่ ขู่เข็ญ และคุกคามบุคลากร และนักเรียนแต่อย่างใด 
ทางด้านผอ.ปอเนาะลำใหม่ ได้ระบุชื่อหน่วยงานซีเอสไอ ที่พวกเขารู้สึกว่าเหมือนเข้ามาในโรงเรียนแบบจู่โจม แล้วบาบอก็รู้สึกเสียใจกับพฤกติกรรมของซีเอสไอ


ที่มา –
อ่านข่าวนี้ได้ทั้งหมดที่เพจ The Reporters:
https://www.facebook.com/TheReportersTH/posts/2464375403812845
🎬 ข้อมูลอ้างอิงที่รายการข่าว3มิติเสนอข่าวการสัมภาษณ์นายสะมะแอ ฮารี ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา และผู้อำนวยการของโรงเรียน ออกอากาศเมื่อวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562:


Sunday, November 17, 2019

โสร่งที่จนท.ฝ่ายความมั่นคงยึดอุสตาสไป ผลสอบเป็นคราบยางกล้วย ไม่ใช่คราบเลือด



ผลตรวจสอบผ้าโสร่งที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยึดไปเป็นหลักฐานในระหว่างการเข้าควบคุมตัวอุสตาส ยืนยันตรงกับคำให้การของอุสตาสว่า ไม่ใช่คราบเลือด แต่มันเป็นแค่คราบ ‘ยางของต้นกล้วย’ ซึ่งตอนแรกจนท.ก็ไม่เชื่อคำให้การของอุสตาส


เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงบุกตรวจค้นโรงเรียนพัฒนาอิสลามวิทยา ตำบลลำใหม่ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เพื่อขอตรวจดีเอ็นเอนักเรียน 20-30 คน พร้อมควบคุมตัวอุสตาสหรือครูสอนศาสนาชื่อ นายสูดิน เจะแว จากบ้านพักหลังโรงเรียน โดยทางเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า ไม่ได้เชิญตัวจากโรงเรียนอย่างที่เป็นข่าว และทางโรงเรียนก็ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี


หลังการตรวจค้นเจ้าหน้าที่หัวหน้าชุดก็รายงานให้ทางโรงเรียนทราบว่า การตรวจค้นไม่พบสิ่งที่ผิดกฏหมายแต่อย่างใด


นายสะมะแอ ฮารี ประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดยะลาที่เป็นเจ้าของโรงเรียนพัฒนาอิสลามวิทยา กล่าวว่า รู้สึกกังวลและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงเรียน หน่วยงานที่มาคือหน่วยงานซีเอสไอ โดยเข้ามาในรูปแบบจู่โจม มีหน้าที่แข็งกร้าว และไม่มีการแจ้งวัตถุประสงค์ในการเข้ามาตรวจค้นโรงเรียนในครั้งแรก


ประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดยะลายังมีการยืนยันว่า ในการที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยึดหลักฐานผ้าโสร่งของอุสตาสที่ถูกควบคุมตัวไปนั้น ที่ทางเจ้าหน้าที่สงสัยว่าเป็นเลือด แต่ทางอุสตาสก็ยืนยันว่าเป็นเพียงแค่ ‘ยางกล้วย’ เจ้าหน้าที่ก็ไม่เชื่อ แต่เมื่อไปตรวจผลการตรวจยืนยันว่าไม่ใช่เลือด เพราะฉะนั้นขอให้หน้าที่ตรวจสอบหลักฐานให้ถูกต้องก่อนตรวจค้น เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายและประชาชนในพื้นที่หวาดระแวงเจ้าหน้าที่


“ผ้าที่อยู่ที่บ้านที่เขาใช้อาบน้ำ อุสตาสชี้แจงว่าไม่ใช่เลือด เป็นยางของต้นกล้วย เขาไม่เชื่อ ซีเอสไอไม่รู้จริงหรือเปล่าที่ทำงานอย่างนี้ ถ้าทำอย่างนี้ชาวบ้านก็หวาดผวาอีกแหละ เขานำไปตรวจสอบและเอามาคืน ถ้าหน่วยงานซีเอสไอทำอย่างนี้ก็แย่ เปรียบเสมือนมีอะไรเราก็ผิดตลอดน่ะ” นายมะสบรี ฮารี ผู้อำนวยการโรงเรียนพํฒนาอิสลามวิทยา ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวรายการข่าว 3 มิติของสถานีช่อง 3


นายสมะแอกล่าวว่า ก็ยืนยันว่าที่ผ่านมาก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีโดยตลอด ถ้าต้องการสิ่งใดก็ขอให้พูดคุยกันด้วยความจริงใจ เพราะหลังเกิดเหตุความไม่สงบ ทางโรงเรียนปอเนาะก็ตกเป็นจำเลยของสังคมว่าเป็นแหล่งซ่องสุม ให้ที่พักกับกลุ่มคนร้าย ทำให้คนภายนอกที่ไม่ทราบข้อเท็จจริงจะยิ่งมีการเข้าใจผิด จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนให้ทราบถึงขั้นตอนการปฏิบัติงาน




ที่มา –
ข่าว3มิติ
https://www.facebook.com/watch/?v=741449793024785

🎬 ข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
ผบ.ฉก.ยะลา เดินทางมาด้วยตัวเอง เพื่อยืนยันผลตรวจ DNA กับสามีภรรยาในกรณีผ้าก็อตทำแผล ที่ใช้ทำแผลให้แม่ที่ป่วยเป็นมะเร็งจริง ไม่ใช่ของผู้ต้องสงสัยที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไป ซึ่งอยู่บ้านตรงข้ามกัน
https://www.facebook.com/watch/?v=2433886446822829
🎬 ผู้ใหญ่บ้านบ้านต้นหยี ออกมาปกป้องลูกบ้านที่ถูกทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงควบคุมตัวไปว่าพวกเขาบริสุทธิ์
https://www.facebook.com/watch/?v=953137738400275
🎬 ชาวบ้านต้นหยี ยืนยันผ้าก๊อตพันแผลที่เจ้าหน้าที่ยึดไปได้ เป็นของผู้ป่วยมะเร็ง ไม่ใช่ของผู้ต้องสงสัย
https://www.facebook.com/TheReportersTH/videos/465403587662990/

Sunday, November 10, 2019

ผู้ใหญ่บ้านบ้านต้นหยี ออกมาปกป้องลูกบ้านที่จับตัวไปว่าพวกเขาบริสุทธิ์


ผู้ใหญ่บ้านบ้านต้นหยี ออกมาปกป้องลูกบ้านที่ถูกจนท.ฝ่ายความมั่นคงจับตัวเด็กไป “ผมเอาหัวของผมรับประกัน เด็กเป็นผู้บริสุทธิ์” พร้อมถามจนท.กลับไปหลายรอบ “แล้วจับเด็กไปทำไม?????”


ฝ่ายความมั่นคงได้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดมวลชนสัมพันธ์ลงพื้นที่เข้าไปประจำหมู่บ้านต่างๆ ที่ทหารเข้าไปปฏิการจับกุมผู้ต้องสงสัย โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้านว่าไม่มีการกลั่นแกล้งแต่อย่างใด


นายซันสุรี อับดุลลี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 บ้านต้นหยี ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ชุดมวลชนสัมพันธ์ต่อหน้าสื่อมวลชนช่องเนชั่นที่ลงพื้นที่ไปทำข่าวว่า “จะมาเชิญตัวผมไม่ว่า แต่เด็กคือบริสุทธิ์จริงๆ นะ ผมรู้ ผมเอาหัวของผมรับประกัน แล้วเอาไปทำไม เนี่ยแหละผมเสียใจ ปล่อยมา 2 คน แต่มีอีกคนหนึ่ง เพิ่งแต่งงานไปหยกๆ ตอนนี้มาอยู่....นี้เราพูดความจริง”


ฝ่ายเจ้าหน้าที่มวลชนสัมพันธ์กล่าวกับผู้ใหญ่บ้านซันสุรีว่า “ครับๆ เข้าใจความรู้สึกผู้ใหญ่ แต่ว่าด้วยตามแนวทางของกฏหมายที่เชิญตัวไป บางทีเราไม่ใช่ผู้ต้องสงสัยนะครับ เหมือนเผื่อรู้ เผื่อที่เป็นแนวทางในที่ เหมือนว่าเคยที่เกี่ยวข้อง. เคย...”


ผู้ใหญ่บ้านซันสุรี รีบปกป้องลูกบ้านที่ถูกเจ้าหน้าที่ความมั่นคงจับตัวไปในทันทีว่า “ไม่มี 2 คนนี้ไม่มีจริงๆ”


ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็รีบปรับความเข้าใจกับผู้ใหญ่บ้านว่า “ไม่ได้เกี่ยวข้องอย่างนั้นครับ หมายถึงว่า อยู่ในจุดนี้ จุดนี้ คือว่า เขาว่าไปตามแนวทางของหลักฐาน”


ผู้ใหญ่บ้านกล่าวกับเจ้าหน้าที่ต่อไปอีกว่า “ผมขอร้องอย่างเดียวว่า ตอนนี้มีรัฐธรรมนูญแล้ว ประชาธิปไตย แต่ขออย่างเดียวว่า ทหารจะมาจับ เข้ามาในหมู่บ้านผม หรือบ้านใครก็แล้วแต่ แต่หมู่บ้านผม ผมขอ เพราะว่าผมเป็นผู้ใหญ่ใช่มั้ย ขอว่าจะจับ จะเชิญตัวก็แล้วแต่ ขอให้คิดให้ดีก่อน อย่าจับสุ่มสี่สุ่มห้า”


ผู้ใหญ่บ้านยังคงยืนยันความบริสุทธิ์ของเด็กที่ถูกเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงที่จับตัวไปว่า “เช้านี้มีแล้ว 2 คน เด็กดีมากเลย เพราะว่าผมรู้ ผมเป็นผู้ใหญ่ เด็กวัยรุ่น 2 คนมันดี แล้วมาจับมันทำไม มันวุ่นวาย ถ้าเด็กมีแผลแล้ว ผมก็ไม่ว่า มีแผลมาแต่ก่อนใช่มั้ย เด็กเป็นแนวร่วม อย่างโน่น อย่างนี้”

🎬 ที่มาของคลิป:

ดูคลิปวีดีโอเต็มได้ที่:
เก็บตกจากเนชั่น ภาคเย็น ประจำวันที่ 9/11/2019
https://www.facebook.com/nationtv22live/videos/484473178826044?sfns=mo
🎬 ชาวบ้านต้นหยี เจ้าของผ้าก็อตพันแผลที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดไปได้ พร้อมผู้ต้องสงสัยเหตุยิง ชรบ.ต.ลำพะยา ยืนยันว่าเป็นของแม่ที่ป่วยเป็นมะเร็งคอหอย ระยะที่ 3
https://www.facebook.com/TheReportersTH/videos/465403587662990/

Wednesday, October 19, 2016

ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาจ่ายเงินทดแทน นศ. ยะลา หลังถูกจับกุมเกินกำหนด-ซ้อมทรมาน




19/10/2016 22:48 น.



ศาลปกครองสูงสุดอ่านคำพิพากษาให้กองทัพบกที่ 1 จ่ายค่าชดเชยแก่ 2 น.ศ ยะลา กรณีควบคุมตัวเกินกำหนดกฎหมายและซ้อมทรมาน ทนายชี้อยากให้เป็นบรรทัดฐานของรัฐที่ต้องรับผิดชอบ



19 ต.ค. 2559 เวลา 14.30 น. ศาลปกครองสงขลาอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ อ.55-56/2555 และคดีหมายเลขแดงที่ อ.1309-1310/2559ระหว่าง นายอิสมาแอ เตะ ผู้ฟ้องที่1 กับนายอามีซี มานาก ผู้ฟ้องที่ 2 กับ กองทัพบกที่ 1 ผู้ถูกฟ้องคดี ในคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย จากกรณีที่นายอิสมาแอ เตะ และนายอามีซี มานาก อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยสถาบันราชภัฏยะลาถูกเจ้าหน้าที่ทหารจับกุมและซ้อมทรมานในระหว่างถูกควบคุมตัวเพื่อให้รับสารภาพอันจะนำไปสู่การถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับความมั่นคง อีกทั้งถูกควบคุมตัวเกินกำหนดตามอำนาจพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457


ศาลพิพากษาให้กองทัพบก ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหมชดเชยความเสียหายให้แก่อิสมาแอ เตะ ผู้ฟ้องคดีที่ 1จำนวน 305,000 บาท และอามีซี มานาก ผู้ฟ้องคดีที่2 จำนวน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องคดี (14 มกราคม 2552) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยมีรายละเอียดดังนี้

- การควบคุมตัวเกินกำหนดตามอำนาจพระราชบัญญัติกฎอัยการศึกพ.ศ. 2457 ซึ่งให้อำนาจเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ไม่เกินกว่า 7 วัน แต่เนื่องจากผู้ฟ้องคดีทั้งสองถูกควบคุมตัวตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2551 ถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2551 รวมเป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 9 วัน ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ จึงเป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่1 ใช้อำนาจโดยมีพฤติการณ์ที่ไม่นำพาต่อกฎหมายและละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพของผู้ฟ้องคดีทั้งสอง ศาลจึงเห็นควรให้มีการชดเชยต่อผู้ฟ้องคดีทั้งสองเป็นจำนวน 50,000 บาท

- ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2550 มาตรา 32 ระบุไว้ ห้ามมิให้ปฏิบัติต่อผู้ถูกควบคุมตัวเหมือนเป็นผู้กระทำผิดโดยที่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากทั้งสองคนนี้ยังไม่ถูกดำเนินคดีหรือแจ้งข้อหา การควบคุมตัวดังกล่าวได้มีการปฏิบัติต่อผู้ฟ้องคดีที่ 1 และ 2 อย่างไม่ถูกต้อง และเกินความจำเป็นระหว่างการควบคุมตัวถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่นำพาต่อกฎหมาย มีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของผู้ฟ้อง ศาลจึงเห็นควรให้มีการชดเชยต่อผู้ฟ้องคดีทั้งสองเป็นจำนวน 100,000 บาท

- ค่าเสียหายจากสำหรับค่าเสียหายจากการเสื่อมเสียศักดิ์ศรี ถูกดูหมิ่นจากเพื่อนบ้านและเพื่อนนักศึกษา ซึ่งผู้ฟ้องคดีทั้งสอง ได้มีการร้องขอให้มีการจัดการประกาศลงหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นอย่างน้อยสองฉบับ ฉบับละสามวันติดต่อกัน หรือหนังสือชี้แจง-หนังสือเวียนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกองทัพบกที่ 1 ศาลพิจารณาว่าการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ก็เป็นการปฏิบัติงานและใช้อำนาจทางกฎหมาย หากแต่เป็นการกระทบต่อสิทธิส่วนบุคคลของผู้ฟ้องคดีทั้งสองเช่นกัน ศาลจึงเห็นควรให้มีการชดเชยต่อผู้ฟ้องคดีทั้งสองเป็นตำนวนเงิน 50,000 บาท และยกคำขอให้มีการประกาศในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นและจดหมายเวียน

- กรณีส่วนต่างของค่าชดเชยของผู้ฟ้องคดีที่หนึ่งและผู้ฟ้องคดีที่สอง จำนวน 105,000 บาท เนื่องจากข้อเท็จจริงปรากฎว่าผู้ฟ้องคดีทั้งสองถูกเจ้าหน้าที่ทหารของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จับกุม และในขณะควบคุมตัวมีการทำร้ายร่างกายนายอิสมาแอ เตะ ผู้ฟ้องคดีที่1 โดยมีหลักฐานว่าถูกทำร้ายร่างกายตามสำเนาเวชระเบียน ส่วนนี้ศาลเห็นควรให้มีการจ่ายค่าชดเชยแก่ผู้ฟ้องคดีที่ 1 เป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลจำนวน 5,000 บาท ส่วนผู้ฟ้องคดีที่ 2 ไม่ปรากฎหลักฐานใดๆ ว่าถูกเจ้าหน้าที่ทำร้ายร่างกายในขณะถูกควบคุมตัว จึงไม่อาจกำหนดค่าเสียหายในส่วนนี้ได้

ผรัณดา ปานแก้ว ทนายความจากสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า สิ่งที่ตนคาดหวังคือการพิจารณาในประเด็นมาตรา 32 ตามรัฐธรรมนูญ ของกรณีนี้ ให้กลายเป็นบรรทัดฐานของสังคมในการเรียกร้องความยุติธรรมจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อมีกรณีการลงโทษ ทรมาน หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ถึงแม้ค่าชดเชยที่ได้จะไม่ใช่จำนวนที่สูงนัก แต่อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่าคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดได้คำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพของผู้เสียหายด้วยเช่นกัน

อิสมาแอล เตะ ผู้ฟ้องคดีที่ 1 กล่าวว่า ผลการพิพากษาแสดงให้เห็นว่ามีการทำร้ายร่างกายจริงและผู้กระทำก็ต้องรับผิดชอบ ถึงแม้ว่าตนจะยังไม่พอใจกรณีที่มีการยกคำขอให้มีการประกาศลงในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นว่าตนเป็นผู้บริสุทธิ์ แม้จะมีการชดเชยเงินค่าเสียหายก็ตาม

“ตอนที่เขาจับกุมเราเขาได้เอาไปออกสื่อว่าเขาได้จับกุมกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับขบวนการก่อความไม่สงบ แต่เมื่อเราขอให้ประกาศในหนังสือพิมพ์เมื่อพบว่าเราเป็นผู้บริสุทธิ์และไม่ได้เกี่ยวข้องขบวนการเขากลับไม่ทำ เขาชดเชยเป็นเงินอย่างเดียว เมื่อไม่มีการประกาศไม่มีจดหมายเวียนก็ยังแน่ใจไม่ได้ว่ายังมีรายชื่ออยู่ในระบบของฝ่ายความมั่นคงของรัฐหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ก็ยังมีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจตราแถวที่ทำงาน หรือไปที่บ้านพ่อแม่ที่ต่างจังหวัด”

“โดยรวมแล้วก็ค่อนข้างพอใจกับคำพิพากษา แม้ความรู้สึกตอนนั้นจะรู้สึกเหมือนเขาทำกับเราแบบไม่มีศักดิ์ศรี เหมือนสัตว์ ทำเหมือนเราไม่ใช่มนุษย์ไม่มีความรู้สึก ทุกวันนี้ผมยังมีแผลเป็นที่เท้าจากวันนั้น เงินชดเชยที่ได้ในวันนี้ผมไม่ยึดติด แต่อย่างน้อยเขาก็รับผิดชอบกับสิ่งที่เขาทำ เขายอมรับว่าเขาทำกับเราจริงๆ อย่างน้อยก็ยังได้รับความยุติธรรม” อิสมาแอ กล่าว




ที่มา - 
http://prachatai.org/journal/2016/10/68437
วีดีโอและรูปภาพ -
PATANIFORUM.COM

Saturday, February 27, 2016

“ปทท.ไทย อีก 3 เดือนเราเจอกัน” ทหารยิวโพสต์ในอินสตาแกรม

  ทหารอิสราเอลโพสต์รูปเซลฟี่ในอินสตาแกรม ที่ถ่ายหน้าบ้านของเศรษฐีในกาซ่าที่พวกมันจุดไฟเผา ในพื้นที่มูซาเบะฮ์ ตอนเหนือของราฟะฮ์ พร้อมแคปชั่น ...