Showing posts with label วีระธุโมเดล. Show all posts
Showing posts with label วีระธุโมเดล. Show all posts

Sunday, March 12, 2017

พระมหาอภิชาติ ออกคลิปวีดีโอจาบจ้วงพระองค์อัลลอฮฺ ด่าทอชาวไทยมุสลิม ปลุกปั่นให้เกิดสงครามศาสนา

พระมหาอภิชาติ ออกคลิปวีดีโอจาบจ้วงพระองค์อัลลอฮฺ  ด่าทอชาวไทยมุสลิม ปลุกปั่นให้เกิดสงครามศาสนา หลังMtodayลงข่าวพระสงฆ์ประมาณ 100 รูปเหมาตู้รถไฟ มีการดื่มในขบวนรถ



เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2560 ผู้ใช้ยูทูปชื่อ “วิระทู โมเดล” ได้แชร์คลิปวีดีโอล่าสุดของพระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท หัวหน้าพระวิทยากรประจำพระอารามหลวง ของวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม  ที่ใช้วาจาจาบจ้วงพระองค์อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตาอาลา  ด่าทอชาวไทยมุสลิมอย่างหยาบคาย ยุยงปลุกปั่นให้ชาวไทยพุทธทำสงคราม และเผามัสยิด หลังเว็ปไซต์ Mtoday ลงข่าวพระสงฆ์ประมาณ 100 รูปเหมาตู้รถไฟ และมีการดื่มสุราในขบวนรถ

นอกจากเว็ปไซต์ Mtoday ลงข่าวเรื่องนี้ ก็มีเว็ปไซต์ของสำนักข่าว Tnews และสำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์ก็ได้ลงข่าวนี้เช่นกัน  แต่ปรากฏว่าพระมหาอภิชาติ โจมตีเฉพราะเว็ปไซต์ Mtoday เพียงเว็ปไซต์เดียวในคลิปวีดีโอนี้

“....อัลลอฮฺไปบอกเข้าสิงมึงเหรอ อัลลอฮฺไปบอกมึงเหรอ มึงถึงลงข่าวแบบนั้น.... พวกมึงต้องการสงครามใช่มั้ย? ต้องการแตกหักกับชาวพุทธในไทยหรือเปล่า? ต้องการแบบนั้นเหรอ มึงอยากถูกเผามัสยิดเหรอ... แค่ข่มขู่ไม่พอ มึงต้องการเผาจริงๆ ใช่มั้ย?......” พระมหาอภิชาติ
⚠ *****หมายเหตุ – ดิฉันไม่มีเจตนาต้องการยุยง ปลุกปั่น แต่ต้องการนำเสนอข่าวและข้อมูลเกี่ยวกับอิสลามโมโฟเบียในประเทศไทยและทั่วโลก*****

ที่มา –
พระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท ถามสื่ออิสลาม "ต้องการสงครามศาสนาใช่ไหม"

ข้อมูลอ้างอิง
1.     ยกมาทั้งขบวน!?? เจ้าหน้าที่ตั้งด่านกัด รถขนพระสงฆ์ประมาณ 100 รูป เหมารถไฟมาทั้งตู้ ดื่มสุราในขบวนรถ คาดมุ่งหน้าวัดพระธรรมกาย!!??(รายละเอียด)
2. แก๊งผ้าเหลือง เหมาตู้รถไฟเข้ากรุง สั่งสุราปาร์ตี้ทั้งคืน
http://www.manager.co.th/HotShare/ViewNews.aspx?NewsID=9600000024338


➡  คลิปวีดีโอที่เกี่ยวกับพระมหาอภิชาติ 
1. พระมหาอภิชาติ ใช้เพลงดูหมิ่นพระองค์อัลลอฮฺและท่านศาสดามูฮัมหมัด
https://www.youtube.com/watch?v=HVQH38Yb_DA


2. พระมหาอภิชาติ‬ ปุณฺณจนฺโท โพสต์วีดีโอขู่เผามัสยิด และขู่ฆ่ามุสลิมในไทย 
https://www.youtube.com/watch?v=hN8LFj_7y3U


3. พระมหาอภิชาติ ใส่ร้ายบิดเบือนความหมายของคัมภีร์กุรอาน 
https://www.youtube.com/watch?v=z0AGSMI2huE

Sunday, December 18, 2016

แนวร่วมธรรมกาย ปลุกปั่นความเกลียดชังระหว่างศาสนา

จะบิดเบือนอะไร ก็ไม่ชั่วร้ายเท่ากับบิดเบือนว่าคนต่างศาสนาบงการให้จับกุมธัมมชโย

แนวร่วมธรรมกายกำลังปลุกระดมบิดเบือนคะนองปาก จับแพะชนแกะ กล่าวเท็จว่าผู้นำศาสนาอื่นอยู่เบื้องหลังบงการจับกุมธัมมชโย เพื่อล้มพระพุทธศาสนาในบั้นปลาย

แล้วก็กล่าวเท็จต่อไปว่า หากดำเนินคดีกับธัมมชโย ต่อไป พระและวัดทั่วประเทศก็จะถูกดำเนินคดีรับของโจรกันหมด เพราะไม่มีใครถามคนเอาเงินมาบริจาคว่าเอามาจากไหน สุจริตหรือไม่?

ประเด็นหลังนี้ เคยพูดไปหลายครั้งแล้วว่า มั่วซั่วมาก

ศาลอาญาออกหมายจับ คดีฟอกเงิน รับของโจร ไม่ใช่เพราะธัมมชโยไม่ถามนายศุภชัยว่าเอาเงินมาจากไหน แต่เพราะมีพฤติการณ์ เส้นทางการเงิน รับ-จ่ายเงินจำนวนมาก บ่อยครั้ง

บางวัน เช็คฉบับละร้อยล้านบาทหลายครั้ง

โดยธัมมชโยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายศุภชัย ถึงขนาดมีชื่อเรียกกันเฉพาะ .

ที่สำคัญ คือ ธัมมชโยเป็นคนตั้งนายศุภชัยเป็น “ไวยาวัจกร” ของวัดเอง

นั่นเป็นคดีอาญาที่ยอมความไม่ได้ แม้จะคืนเงินแล้ว ก็ต้องดำเนินคดีต่อไป เหมือนธนาคารถูกปล้น แม้ได้เงินคืน ก็ต้องดำเนินคดีอาญาต่อเช่นกัน

ข้อน่าสนใจอีกประการ คือ แนวร่วมธรรมกาย ทำไมถึงปลุกระดมสร้างความเกลียดชังไปถึงศาสนาอื่นอย่างไม่มีความละอายเอาเสียเลย?

1) ล่าสุด ปรากฏว่า แนวร่วมของธรรมกายได้มีการอ้างพระวีระธู จากวัดมะโซเย็ง เมียนมา อัดคลิปแสดงความเห็นมายังนายกฯ พลเอกประยุทธ์ ในเชิงกดดัน มิให้เข้าจับกุมธัมมชโย

บางตอนในคลิป พระวีระธู ระบุว่า “...วันนี้อาตมาได้รับทราบข่าวเกี่ยวกับเรื่องราวของวัดพระธรรมกาย ซึ่งอาตมาได้เฝ้าติดตามมาโดยตลอดและได้ทราบจากข่าวว่าทางราชการของประเทศไทยจะบุกเข้าไปจับตัวหลวงพ่อธัมมชโย แห่งวัดพระธรรมกาย หลังจากความพยายามครั้งที่แล้วไม่สำเร็จ โดยในครั้งนี้ได้มีการเพิ่มสรรพกำลังและความพยายามที่จะมาจับตัวหลวงพ่อให้ได้ ทั้งยังพยายามขัดขวางมิให้สาธุชนที่มีความเป็นห่วงเป็นใยในตัวหลวงพ่อได้เดินทางมาวัดโดยสะดวก มีการสนธิกำลังทั้งตำรวจทหารและสุนัขตำรวจเข้ามาจัดการ...

...สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้อาตมา รู้สึกสงสัยอยู่ว่ามีใครบงการอยู่เบื้องหลังหรือไม่

เรื่องนี้ใคร่ขอให้ ทางฝ่ายรัฐบาลและผู้ที่เป็นผู้บริหารในสถาบันหลักของประเทศไทยอย่าได้ปล่อยปละละเลยจนทำให้ศาสนาพุทธสูญสลายไปจากแผ่นดินไทย

ตัวอาตมาเองและคณะสงฆ์เมียนมาก็ได้ทำหน้าที่ปกป้องรักษาพระพุทธศาสนามาด้วยความสงบ ภายใต้กฎหมายเพื่อให้เกิดความสงบร่มเย็นแก่ทุกคน อาตมาเองก็ยึดมั่นเช่นนั้น

สำหรับพุทธศาสนิกชนชาวไทยพร้อมใจกันมาปกป้องพระพุทธศาสนาและวัดพระธรรมกาย ก็ขอให้ทุกท่านทำหน้าที่อย่างเต็มที่...”

2) ความจริง พระวีระธู มีความสัมพันธ์กับธรรมกายมานานแล้ว
เคยมารับรางวัลจากองค์กรพุทธโลกในไทย และได้ไปวัดพระธรรมกายด้วย
คนธรรมกายก็ยกย่องเชิดชู
ถือเป็นไอดอล
ถึงขนาดชื่นชมว่าได้ขึ้นปกนิตยสารไทม์
สะท้อนชัดเจนเลยว่า แก่นความคิดรุนแรง เชื้อปะทุความเกลียดชังต่างศาสนา มีอยู่ในแนวร่วมกลุ่มนี้

3) พระวีระธู เป็นใคร?
คือ พระที่อยู่ในปกไทม์ พาดหัวว่า “โฉมหน้าชาวพุทธผู้สร้างความหวาดกลัว : กองกำลังพระสงฆ์เติมเชื้อความรุนแรงต่อต้านมุสลิมในเอเชียได้อย่างไร”
เป็นพระสงฆ์ที่กระตุ้นให้เกิดความรุนแรง ต่อต้านมุสลิม

ขนานนามตัวเองว่าเป็น “บิน ลาเดน แห่งพม่า” นำเดินขบวนในมัณฑะเลย์ เพื่อสนับสนุนการส่งตัวชาวโรฮีนจาไปยังประเทศที่ 3 ของรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า
พระไพศาล วิสาโล เคยเล่าเรื่องพระวีระธู ในเฟซบุ๊ค Phra Paisal Visalo ความว่า

“ความขัดแย้งระหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิมในพม่า ซึ่งลุกลามกลายเป็นความรุนแรงจนมีคนตายกว่า 40 คน ขณะที่อีก 12,000 คนต้องอพยพหนีภัยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเหตุการณ์ที่ทั้งน่าเศร้าและน่าหวั่นวิตกมาก เพราะไม่เพียงเกิดจากความเคียดแค้นชิงชังที่สั่งสมกันมานานเท่านั้น หากยังเกิดขึ้นจากการปลุกระดมในนามของการปกป้องพุทธศาสนา

พุทธศาสนานั้นปฏิเสธความรุนแรงในทุกกรณี ยิ่งการฆ่าสังหารผู้คนแล้ว ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ก็ถือเป็นบาปทั้งสิ้น แต่กลับมีพระภิกษุจำนวนไม่น้อยเป็นแกนนำในการกระตุ้นให้เกิดความโกรธเกลียดชาวมุสลิม ถึงกับเรียกร้องให้ใช้ความรุนแรงกับคนเหล่านั้น องค์กรที่เป็นแกนหลักในเรื่องนี้เรียกตัวเองว่า “969” ซึ่งมีที่มาจากพุทธคุณ 9 ประการ ธรรมคุณ 6 ประการ และสังฆคุณ 9 ประการ แต่ผู้นำขององค์กรนี้คือ สยาดอ วีระธู กลับเรียกตนเองว่า “บินลาดินแห่งพุทธศาสนา”

ผู้นำของ 969 โจมตีว่าชาวมุสลิมเป็นชาวต่างชาติ (ส่วนใหญ่มีเชื้อสายอินเดีย จีนและบังกลาเทศ) ที่ครอบงำพม่าในทางเศรษฐกิจ และมีแผนที่จะครอบงำในทางวัฒนธรรมและการเมือง รวมทั้งมีแผนเอาศาสนาอิสลามมาแทนที่พุทธศาสนา หากชาวพุทธไม่ลุกขึ้นต่อต้านและจัดการกับชาวมุสลิม พม่าก็จะ “สิ้นชาติ” และพุทธศาสนาก็จะดับสูญ นอกจากการพิมพ์หนังสือ ผลิตวีดีโอ และซีดีปลุกระดมแล้ว พระภิกษุหลายรูปยังเดินสายปลุกระดมญาติโยม รวมทั้งรณรงค์ให้ไม่ซื้อสินค้าหรือทำการค้าขายกับชาวมุสลิมทั่วประเทศ โดยมีการนำป้าย 969 มาติดตามร้านค้าต่างๆ เพื่อเชิญชวนให้ชาวพุทธซื้อสินค้าจากร้านเหล่านี้เท่านั้น ตามคำขวัญที่ว่า “เชื้อชาติเดียวกัน ศาสนาเดียวกัน” ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยมีเสียงคัดค้านหรือทักท้วงจากผู้นำชาวพุทธในพม่าน้อยมาก...

...ชาวมุสลิมนั้นเป็นชนส่วนน้อยมากๆ ในพม่า มีสัดส่วนแค่ 4% ของประชากร เป็นไปได้อย่างไรที่คนจำนวนน้อยนิดดังกล่าวจะมาทำลายพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาของคนส่วนใหญ่ หากพุทธศาสนาจะเสื่อมโทรมถดถอย ก็มิใช่เป็นเพราะคนอื่น แต่เป็นเพราะชาวพุทธด้วยกันเอง ข้อนี้พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้นานแล้วว่าหากพระสัทธรรมจะเสื่อมสูญก็เพราะพุทธบริษัททั้ง 4 ไม่ใส่ใจในการศึกษาและปฏิบัติพระสัทธรรม

...นี้ไม่ใช่ความรุนแรงครั้งแรกที่เกิดขึ้น ปลายปีที่แล้วก็มีเหตุจลาจลที่รัฐยะไข่ จนมีคนตายร่วม 180 คน ผู้คนนับแสนต้องพลัดที่นาคาที่อยู่ ความรุนแรงดังกล่าวลุกลามเพราะมีการจัดตั้งอย่างเป็นขบวนการเช่นเดียวกับความรุนแรงเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผู้รู้ในพม่าบอกว่า กลุ่มพระภิกษุสงฆ์ที่เป็นแกนนำในการก่อความรุนแรงดังกล่าวได้รับอิทธิพลจากพระภิกษุในศรีลังกาซึ่งใช้วิธีการเดียวกันกับชาวมุสลิมที่นั่น เชื้อแห่งความเกลียดชังนั้นแพร่หลายได้ง่าย หวังว่าชาวพุทธไทยจะมีภูมิต้านทานเชื้อดังกล่าวมากพอ จนไม่ถึงกับทำร้ายใครในนามของการปกป้องพุทธศาสนา และหากสามารถชักชวนพี่น้องชาวพุทธในพม่าให้กลับมามีสติและยุติความรุนแรงที่กระทำต่อพี่น้องชาวมุสลิม ก็ควรแก่การอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่ง...”

ปัจจุบัน โรฮีนจาในเมียนมาถูกฆ่าตายเป็นเบือ มากกว่าช่วงที่พระไพศาลเล่าไว้ข้างต้นเสียอีก
แต่พระรูปนี้ คือ ไอดอลของคนธรรมกาย

เป็นแนวร่วมของธรรมกายที่แสดงตัวออกมาล่าสุด

การใส่ร้ายป้ายสีศาสนาอื่นของแนวร่วมธรรมกายในบ้านเราเวลานี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการขบวนการปลุกระดมโดยพวกหัวรุนแรงที่กำลังดิ้นรนทำทุกอย่าง เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหาคดีฟอกเงินให้รอดพ้น ไม่ต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลยุติธรรมของไทย

ที่มา -
แนวร่วมธรรมกาย ปลุกปั่นความเกลียดชังระหว่างศาสนา
http://www.naewna.com/politic/columnist/27592

Saturday, October 1, 2016

พระปลุกระดมชาวพุทธให้ต่อต้านมุสลิมชาวไทย ด้วยการใช้ข้อมูลเท็จ



การสร้างกระแสความหวาดกลัวต่อชาวมุสลิมในไทย ไม่ใช่มีแต่พระอภิชาติแค่คนเดียว แต่มีพระหลายคนที่อยู่ในเครือค่ายที่คอยปลุกระดมชาวบ้านตลอดเวลา ให้มีความเกลียดและกลัวชาวมุสลิมว่ามุสลิมต้องการปกครองประเทศไทย ด้วยการนำข้อมูลเท็จมาใช้ในการพูดจาโน้มน้าวให้ชาวบ้านคล้อยตาม และให้ลุกฮือขึ้นมาต่อต้านมุสลิมในไทย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างมัสยิดขึ้นมาเพิ่มเพื่อรองรับผู้ที่ต้องมาละหมาดโดยเฉพาะวันศุกร์ในชุมชนนั้นๆ การต่อต้านอุตสาหกรรมฮาลาล ทั้งๆ ที่ผู้ประกอบการเหล่านั้นเป็นคนต่างศาสนิกที่ได้ผลประโยชน์โดยตรงกับการมีป้ายฮาลาลเพื่อที่จะนำออกไปขายประเทศมุสลิม เป็นการนำรายได้เข้าประเทศ พระผู้นี้อ้างว่ามีการลักลอบเอาต่างชาติมุสลิมเข้ามาในไทยเพื่อให้ประชากรมุสลิมในไทยมีมากขึ้นอย่างน่าใจหาย


ตัวอย่างคำพูดของพระคนนี้ “เขาบอกว่า 5 ปีหลังจากปฏิวัติแล้วตั้งแต่ปี 49 เป็นต้นมา จะต้องให้มีมัสยิดทุกจังหวัด 10 ปีต้องให้มีทุกๆ อำเภอ 15 ปีให้มีทุกตำบล และมาเมื่อปีที่แล้ว 2551 บอกว่ามันช้าไป 15 ปีทุกตำบล ปี 2557 ให้มีมัสยิดในทุกตำบล ทุนที่เข้ามาผ่านทางธนาคารอิสลาม .....”


อยากถามพระคนนี้ว่าเขาบอก เขาคนนั้นคือใคร? ส่วนกรณีธนาคารอิสลามรัฐบาลเข้ามาควบคุมดูแลตรวจสอบอย่างใกล้ชิดไม่ใช่ธนาคารเป็นอิสระในการตัดสินใจหรือจะทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ

Sunday, August 7, 2016

คณะสงฆ์ปัตตานีออกคำชี้แจงไม่เห็นด้วยกับพระมหาอภิชาติ

BBC Thai วันที่ 7/08/59

*****คณะสงฆ์ปัตตานีออกคำชี้แจงไม่เห็นด้วยกับพระมหาอภิชาติที่
แสดงความไม่พอใจมุสลิมเรื่องปัญหาสามจังหวัดใต้ ขณะเดียวกัน
สมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย โพสต์เฟสบุ๊กส์ให้กำลังใจ และ
ชมเชยพระมหาอภิชาติ ว่าเป็นเพชรแท้ของชาวพุทธไทยยุคปัจจุบัน 
และย้ำว่าจะไม่วันทอดทิ้งกัน*****



คณะสงฆ์ปัตตานีออกคำชี้แจงไม่เห็นด้วยกับพระมหาอภิชาติที่แสดง
ความไม่พอใจมุสลิมเรื่องปัญหาสามจังหวัดใต้ ระบุเป็นการบิดเบือน
ศาสนาและเพิ่มปัญหาความแตกแยกให้พื้นที่


คำชี้แจงนี้เจ้าคณะจังหวัดปัตตานี พระสิริจริยาลังการหรือเจ้าคุณชรัช
ได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊กมีความยาวสองหน้ากระดาษ เรื่อง คำชี้แจง
ของคณะกรรมการฝ่ายการปกครอง คณะสงฆ์จังหวัดปัตตานี กรณี
พระมหาอภิชาติ ปุณณจนโท ตอบโต้กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติฯ ลงวันที่ 5 
ส.ค.2559


ใจความสำคัญของคำชี้แจงระบุว่าไม่เห็นด้วยกับการที่พระมหาอภิ
ชาติ ออกคลิปในยูทูปตอบโต้การที่ถูกมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติส่ง
หนังสือร้องเรียนไปยังทางการขอให้ระงับยับยั้งการที่พระมหาอภิชาติ
ออกมากล่าวสนับสนุนให้ใช้ความรุนแรงกับมุสลิมในสามจังหวัดภาค
ใต้ โดยในคำร้องเรียนกล่าวว่า การกระทำเช่นนั้นบ่อนทำลายความ
มั่นคงของประเทศ และผลของหนังสือร้องเรียนฉบับนั้นทำให้
สำนักงานพระพุทธศาสนามีหนังสือถึงวัดที่พระมหาอภิชาติจำพรรษา
อยู่ให้ตรวจสอบพฤติกรรมของพระสงฆ์รูปนี้


ในคลิปตอบโต้มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ พระมหาอภิชาติตั้งคำถามว่า 
มูลนิธิอาจอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดาภาค
ใต้พร้อมกันนั้นยืนยันคำพูดเดิมที่เคยกล่าวไว้เมื่อปีที่แล้วอันเป็นที่มา
ของการที่ถูกขอร้องจากเจ้าหน้าที่ให้ปิดเฟซบุ๊ก นั่นคือขอให้ชาว
พุทธตอบโต้การทำร้ายพระภิกษุแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน คือหากมี
การสังหารพระ ให้เผามัสยิด โดยบอกว่า ที่ผ่านมาแนวทางแก้ปัญหา
แบบสันติของทางการไม่ได้ผลและชาวพุทธทนไม่ได้อีกต่อไป “พระ
สงฆ์ไทยจะเป็นคนนำหน้าพี่น้องชาวพุทธเล่นงานพวกคุณ และเขาจะ
เปิดทั่วประเทศเพราะเขาถูกกดดันมานานแล้ว เขายอมรับชะตากรรม
มานานแล้ว” พระมหาอภิชาติกล่าวในตอนหนึ่ง พร้อมยกตัวอย่างให้
เห็นการกระทำของพระวีระธุของเมียนมาที่ปราบปรามโรฮิงญาว่าสิ่ง
นั้นจะเกิดขึ้นได้ในไทย


แต่ในหนังสือชี้แจงของคณะกรรมการฝ่ายการปกครอง คณะสงฆ์
จังหวัดปัตตานีระบุว่า การแสดงออกของพระมหาอภิชาติที่ 
“แสดงออกทั้งทางกายและวาจา ที่ประกอบไปด้วยโทสะเป็นที่ตั้ง 
แสดงอาการกราดเกรี้ยว โกรธแค้น ชิงชัง คุกคาม ใช้วาจาหยาบคาย 
ข่มขู่ผู้คนที่ถือเป็นฝ่ายตรงข้าม” เป็นการชี้ให้เห็นถึง “การขาดความ
เป็นสมณสารูปของตนเองต่อสาธารณชน” และ “บิดเบือนหลักคำสอน
ที่แท้จริงของพุทธศาสนา”


คณะกรรมการบอกว่า ได้มีการประชุมกันเป็นกรณีพิเศษเมื่อวันที่ 5 
ส.ค.ที่ผ่านมาเพื่อหารือคลายความกังวลและความเข้าใจผิดของ
คนในพื้นที่ โดยมีพระสงค์ 9 รูปที่ประกอบไปด้วยเจ้าคณะจังหวัด รอง
เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอเมือง และอำเภอต่างๆในปัตตานี และ
มีผู้อำนวยการสำนักงานพุทธศาสนาของปัตตานีเข้าประชุมด้วย ที่
ประชุมสรุปว่าไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพระมหาอภิชาติ การทำ
เช่นนี้ถือว่าบิดเบือนคำสอนในศาสนา ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่
ของประชาชนในพื้นที่เพราะก่อให้เกิดความหวาดระแวงต่อกัน ทั้งยัง
ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในภาวะของความเป็นภิกษุ-สามเณรในพุทธ
ศาสนา นอกจากนั้นยังขอให้ประชาชน พระภิกษุ สามเณรอย่าได้
สนับสนุนการกระทำของพระมหาอภิชาติ สุดท้ายคำชี้แจงระบุว่าคณะ
กรรมการฝ่ายปกครอง คณะสงฆ์ปัตตานีแสดงความเสียใจ ไม่
สนับสนุน ไม่ยอมรับการกระทำของพระมหาอภิชาติ


อีกด้านหนึ่ง หลังจากที่พระมหาอภิชาติออกคลิปยูทูป ทางมูลนิธิ
มุสลิมเพื่อสันติก็ออกมาตอบโต้ เช่นเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิให้สัมภาษณ์
กับโทรทัศน์ไวท์แชนแนลชี้ว่า เหตุที่ต้องทำหนังสือร้องเรียนไปถึง
ทางการให้ตรวจสอบพฤติกรรมของพระมหาอภิชาติก็เพราะได้
พยายามติดต่อเพื่อพูดคุยทำความเข้าใจกันแต่ไม่เคยเข้าถึงหรือเข้า
พบตัวได้ เจ้าหน้าที่มูลนิธิระบุว่า เกรงว่าคำพูดของพระมหาอภิชาติจะ
ปลุกกระแสให้เกิดความรุนแรงระหว่างคนต่างศาสนาแบบในเมียนมา 
พร้อมกันนั้นโต้ข้อคิดจากพระมหาอภิชาติหลายเรื่อง เช่นประเด็นของ
โรฮิงญาที่ตกเป็นเป้าของพระในเมียนมานั้นที่จริงไม่ใช่เป็นเรื่องของ
การที่มีโรฮิงญาข่มขืนคนพุทธ แต่เป็นเรื่องเพราะมีการเหยียดเชื้อ
ชาติกันในประเทศนั้น นอกจากนี้ยังโต้ด้วยว่า การที่บอกว่ามุสลิม
รังแกคนพุทธนั้นไม่เป็นความจริง พร้อมทั้งยกตัวอย่างเหตุการณ์
หลายที่ที่มีกระแสต่อต้านการสร้างมัสยิดหรือห้ามคลุมผมหรือให้มี
อาหารฮาลาลว่าเป็นตัวอย่างในทางตรงกันข้าม รวมทั้งหากจะบอกว่า
พระสงฆ์ถูกฆ่าตาย 12 รูปในช่วงของความขัดแย้ง 12 ปีที่ผ่านมา แต่
มุสลิมเสียชีวิตจำนวนมากกว่า โดยบอกว่าในปี 2547 เพียงปีเดียวมี
มุสลิมเสียชีวิตเพราะเหตุการณ์กรือเซะไปกว่าร้อยคน และคนที่ทำให้
คนเหล่านั้นตายก็ไม่ใช่มุสลิมแต่อย่างใด


กระแสของการตอบโต้กันไปมาที่เริ่มแรงขึ้นในโลกออนไลน์ส่งผลกระ
ทบต่อความรู้สึกของคนในพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้ ผู้ใช้โซเชียลมีเดีย
ชาวพุทธในพื้นที่บางคนแสดงความอึดอัดโดยชี้ว่าเรื่องนี้จะยิ่งเพิ่ม
เงื่อนไขความขัดแย้ง และว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในสามจังหวัดไม่ใช่เรื่อง
ของความขัดแย้งทางศาสนา และทุกฝ่ายต่างสูญเสียเหมือนกันทั้ง
สิ้น ในขณะที่ที่ผ่านมาคนต่างศาสนิกอยู่ร่วมกันได้


“ การแก้ปัญหาในพื้นที่ ไม่สามารถใช้ความรุนแรงได้หรอกครับ ต้อง
อาศัยความเข้าใจกัน การคุยกันมากกว่า ในประเด็นความรุนแรงใน
พื้นที่ คนมุสลิมเห็นชอบด้วยทุกคนหรือไม่ มันก็คงไม่ใช่เช่นกัน คน
มุสลิมส่วนใหญ่ เขาก็ต้องการอยู่ร่วมกันด้วยความสงบ ทำมาหากินกัน
แบบปกติ เหมือนกันครับ” รักชาติ สุวรรณ คนพุทธในพื้นที่จากเครือ
ข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพเขียนไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว


“พระผู้ใหญ่ เคยบอกว่า ทำไมเราไม่รักษาประเพณี วัฒนธรรมของคน
พุทธไว้ให้เหนียวแน่น เรื่องนี้ต่างหากที่จะรักษาพุทธศาสนาไว้ใน
พื้นที่ แต่ก็ยังคงมีพระภิกษุอีกกลุ่มที่กำลังโหยหาความขัดแย้ง โดย
การอ้างว่า มุสลิม หรืออิสลาม มาทำร้ายคนพุทธ หรือพยายามเชื่อม
โยงไปถึงภาครัฐในกรณีวัดธรรมกาย ด้วยซ้ำไป พยายามยกเรื่องราว
ของรัฐอุ้มชูอิสลามมากกว่าพุทธ” เขาบอกว่าไม่มีทางที่คนต่างศาสนา
จะทำลายศาสนาพุทธได้ แต่คนพุทธต่างหากที่จะทำลายศาสนาตัว
เอง


ที่มาและภาพ -
https://www.facebook.com/BBCThai/posts/1805123346375364
_______________________________________

โพสต์ในเฟสบุ๊กส์ส่วนตัวของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ร้อยโท ดร. บรรจบ 
บรรณรุจิ ประธานคณะกรรมการรณรงค์พระพุทธศาสนาเป็นศาสนา
ประจำชาติ และเป็นแกนนำที่พยายามผลักดันให้ศาสนาพุธเป็น
ศาสนาประจำชาติในไทย

*************************************


เรื่อง พระมหาอภิชาตถูกร้องเรียน
เรียน พี่น้องชาวพุทธทุกท่าน


จากสถานการณ์ที่เกืดขึ้นรุมเร้าบุคลากรและสถาบันพระพุทธศาสนา
อย่างที่ท่านทั้งหลายทราบมาแล้วนั้น สมาพันธ์ชาวพุทธแห่ง
ประเทศไทยเฝ้าติดตามด้วยความเป็นห่วง เพราะตลอดเวลาที่ผ่าน
มา สถาบ้นพระพุทธศาสนาของไทยเราไม่เคยพบกับแรงบีบคั้นเช่นนี้
มาเลย แต่ไม่เป็นไร ทุกอย่างคือบทเรียนที่เรายังโชคดีที่เรียนรู้ได้ทัน 
และมั่นใจว่าแก้ไขได้แน่


บัดนี้ เป็นที่รู้กันว่าสถาบันพระพุทธศาสนามีภัย แต่ก็สรุปว่า เรามีภัย 
๒ ภัย คือ ๑. ภัยภายในซึ่งเกิดจากบุคลากรพุทธเอง ๒. ภัยภายนอก
ซึ่งเกิดจากบุคคลอื่นศาสนาอื่นลัทธิอื่น และสรุปตรงกันว่า ภัยภายใน
เราสามารถแก้ไขได้ แต่ภัยภายนอกเป็นภัยที่เราต้องรีบรู้ทันและ
ป้องกันให้ได้ ซึ่งก็ไม่ยากอะไรหากเรามีใจเป็นหนึ่งเดียวเพื่อพระพุทธ
ศาสนา


เรากำลังแบ่งภัยภายนอกเป็นกลุ่ม ๆ เช่นกลุ่มทำลายบุคลากรของ
พระพุทธศาสนา ด้วยการชวนทะเลาะ ใส่ร้าย ด่าทอ
แบบหยาบคาย และข่มขู่ เพื่อให้เกิดความกลัว อย่างที่คนกลุ่มหนึ่ง
กำลังทำอยู่


กลุ่มทำลายสถาบันพระพุทธศาสนา ด้วยการทำลายความน่าเชื่อของ
สถาบัน เช่น ลงภาพพระไม่เหมาะสม การเหยียบย่ำรูปเคารพ เช่น 
เหยียบพระพุทธรูป โพสต์ภาพพระถูกฝรั่งถีบหน้า ซึ่งเราก็รู้ว่าในชีวิต
จริงๆไม่มีฝรั่งคนไหนกล้าทำกับพระในพระพุทธศาสนาอย่างนั้น
หรอก เพราะใจฝรั่งไม่หยาบช้าพอ


กลุ่มทำลายความสามัคคี ด้วยการรักษาความแตกต่างของศาสนาตน
ที่เรียกว่า "อัตลักษณ์" ไว้เพื่อใช้อ้างให้เกิดความแตกแยก เพราะหาก
เราคัดค้านหรือไม่ยอมเขาจะจับมือกับนักสิทธิมนุษยชนอ้างสิทธิขั้น
พื้นฐานทันที โดยที่เขาไม่เคยคิดว่า สังคมเราซึ่งส่วนใหญ่คือสังคม
ของคนพุทธก็มีสิทธิขั้นพื้นฐานเหมือนกัน แต่แปลกนะ เวลาเขาอ้าง
เราฟัง แต่เวลาเราอ้างบ้างเขาไม่ฟัง เมื่อก่อนสงสัยว่าทำไม แต่เดี๋ยว
นี้เข้าใจแล้วว่า ถ้าเขาฟัง ก็สร้างความแตกแยกไม่ได้ ดังนั้นเขาต้อง
ไม่ฟังลูกเดียว ยิ่งกว่านั่น เขายังะยายามทำลายวัฒนธรรมของชาติ 
เช่น การเคารพพระราชานุสาวรีย์ โดยอ้างว่าขาทำไม่ได้เพราะปิด
หลักศาสนา แต่น่าประหลาด มหาวิทยาลัยของรัฐหลายแห่ง และ
ทหารในฐานะเป็นทหารของพระราชากลับไม่สนใจในเรื่องนี้ แปลกใจ
จริง ๆ

กลุ่มกดชาวพุทธให้ต่ำ ด้วยการหยิบยกพฤติกรรมขาดศีลธรรมมา
ประจานเช่น การมีอบายมุข การมีโสเภณี และเยาะเย้ยว่านี่หรือสังคม
พุทธ โดยลืมนึกไปว่าพฤติกรรมเลวร้ายเช่นนั้น คนศาสนาของเขาก็
ทำ คนของเขาที่ขายตัวก็มี ชายชาวพุทธหลายคนก็เคยใช้บริการทาง
เพศของหญิงศาสนิกของเขา คนของเขาที่กืนเหล้าเมายาหัวราน้ำก็มี 
แต่เขาจะละเว้นไม่พูดถึงเลย


กลุ่มใช้คำสอนพุทธย้อนศรพุทธ ด้วยการตอกย้ำเวลาที่ชาวพุทธมี
ปฏิกิริยาโต้ตอบเขาแบบแรงๆ เขาจะบอกว่านั่นไม่ใช่วิธีการของพุทธ 
ถ้าเป็นของพุทธต้องไม่รุนแรง แต่สำหรับเขา เมื่อมีการใช้ความรุนแรง
เกิดเขึ้น บ่อยครั้งที่มีบาดเจ็บล้มตาย พอเราประท้วงหรือสอบถามไป 
ก็จะได้แต่คำตอบว่า นั่นไม่ใช่พวกเขา ศาสนาเขาสอนให้เมตตาแม้
กระทั่งต้นไม้ใบหญ้า ...เมตตายังไงถึงแผ่ไปไม่ถึงคนเลย เห็นต้นไม้
ใบหญ้าก็แหลกราญเพราะสงครามสู้รบกีนไม่เลิก ฆ่ากันเป็นว่า
เล่น..จึงทำให้พุทธต้องมาย้อนศรบ้างว่า...ที่ทำชั่วก็ไม่ใช่พุทธ เพราะ
พุทธสอนกันให้รังเกียจความชั่วแม่เล็กน้อยเท่าปลายเข็มก็ให้เห็นเป็น
ของใหญ่ดังก้อนเมฆ ...


สมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทยได้เรียนรู้กลุ่มต่างๆเหล่านี้มาก
พอ และเราก็มีกลุ่มคนที่จะทำบทบาทอย่างนี้แล้ว แต่เขายืนยันว่าจะ
ไมรังแกทำร้ายใคร ทำก็เพื่อให้พระพุทธศาสนาอยู่ได้อย่างมั่นคงและ
สง่างาม


กรณีของพระมหาอภิชาตซึ่งเป็นพระสงฆ์ของพระพุทธศาสนา สมา
พันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทยก็ติดตามสถานการณ์ด้วยความห่วงใย 
ซึ่งก็หวังว่าพี่น้องชาวพุทธคงจะเข้าใจท่านว่าแม้จะเป็นพระสงฆ์ แต่
ท่านก็ยังเป็นปุถุชน ที่แม้จะกำลังเดินตามทางพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสู่
การละโลภโกรธหลงแต่ด้วยเหตุที่ยังตัดรักอาลัยไม่ขาด จึงอดหวั่น
ไหวไม่ได้ ในการจากไปของญาติเพราะการก่อการร้ายในศาสนาจน
ต้องระบายความเจ็บปวดออกมาให้ฝ่ายก่อการได้ทราบ


พระมหาอภิชาตเป็นพระดี ไม่ขัดขืนผู้บังคับบัญชาคือเจ้าอาวาส ไม่
เป็นปฏิปักษ์ต่อราชการ และที่สำคัญคือไม่ตีโพยตีพายฟ้องใคร 
ยอมรับคำเตือน และการกล่าวหาโดยดุษณีย์ ทั้งๆที่เจ็บปวด สมาพันธ์
ชาวพุทธแห่งประเทศไทย


จึงขอให้กำลังใจและขอยืนยันว่า จะไม่ทอดทิ้งท่านให้โดดเดี่ยว 
เพราะท่านคือเพชรแท้ของชาวพุทธไทยยุคปัจจุบัน
เราไม่ทิ้งกัน


สมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย
๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๙

“ปทท.ไทย อีก 3 เดือนเราเจอกัน” ทหารยิวโพสต์ในอินสตาแกรม

  ทหารอิสราเอลโพสต์รูปเซลฟี่ในอินสตาแกรม ที่ถ่ายหน้าบ้านของเศรษฐีในกาซ่าที่พวกมันจุดไฟเผา ในพื้นที่มูซาเบะฮ์ ตอนเหนือของราฟะฮ์ พร้อมแคปชั่น ...