Showing posts with label พระมหาอภิชาติ. Show all posts
Showing posts with label พระมหาอภิชาติ. Show all posts

Friday, April 7, 2017

พระมหาอภิชาติคัดลอกวีระธุโมเดล มุสา ยุยงปลุกปั่นชาวไทยพุทธให้บอยคอตชาวไทยมุสลิมในทุกรูปแบบ



พระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท คัดลอกวีระธุโมเดล ออกคลิปวีดีโอ มุสา ยุยง ปลุกปั่นชาวไทยพุทธให้บอยคอตชาวไทยมุสลิมในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการ:

1. บอยคอตในการไม่คบค้าสมาคมและพูดคุยกับชาวไทยมุสลิม
2. ไม่ซื้อของชาวไทยมุสลิม
3. ไม่ขายของ ห้ามมุสลิมเข้าร้านด้วยการติดป้าย
4. ไม่ส่งเสริมให้ชาวไทยมุสลิมเป็นผู้นำระดับหมู่บ้าน อำเภอ จังหวัดและระดับประเทศ
5. ไม่ให้แต่งงานด้วยกับคนไทยมุสลิม



Sunday, March 12, 2017

พระมหาอภิชาติ ออกคลิปวีดีโอจาบจ้วงพระองค์อัลลอฮฺ ด่าทอชาวไทยมุสลิม ปลุกปั่นให้เกิดสงครามศาสนา

พระมหาอภิชาติ ออกคลิปวีดีโอจาบจ้วงพระองค์อัลลอฮฺ  ด่าทอชาวไทยมุสลิม ปลุกปั่นให้เกิดสงครามศาสนา หลังMtodayลงข่าวพระสงฆ์ประมาณ 100 รูปเหมาตู้รถไฟ มีการดื่มในขบวนรถ



เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2560 ผู้ใช้ยูทูปชื่อ “วิระทู โมเดล” ได้แชร์คลิปวีดีโอล่าสุดของพระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท หัวหน้าพระวิทยากรประจำพระอารามหลวง ของวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม  ที่ใช้วาจาจาบจ้วงพระองค์อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตาอาลา  ด่าทอชาวไทยมุสลิมอย่างหยาบคาย ยุยงปลุกปั่นให้ชาวไทยพุทธทำสงคราม และเผามัสยิด หลังเว็ปไซต์ Mtoday ลงข่าวพระสงฆ์ประมาณ 100 รูปเหมาตู้รถไฟ และมีการดื่มสุราในขบวนรถ

นอกจากเว็ปไซต์ Mtoday ลงข่าวเรื่องนี้ ก็มีเว็ปไซต์ของสำนักข่าว Tnews และสำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์ก็ได้ลงข่าวนี้เช่นกัน  แต่ปรากฏว่าพระมหาอภิชาติ โจมตีเฉพราะเว็ปไซต์ Mtoday เพียงเว็ปไซต์เดียวในคลิปวีดีโอนี้

“....อัลลอฮฺไปบอกเข้าสิงมึงเหรอ อัลลอฮฺไปบอกมึงเหรอ มึงถึงลงข่าวแบบนั้น.... พวกมึงต้องการสงครามใช่มั้ย? ต้องการแตกหักกับชาวพุทธในไทยหรือเปล่า? ต้องการแบบนั้นเหรอ มึงอยากถูกเผามัสยิดเหรอ... แค่ข่มขู่ไม่พอ มึงต้องการเผาจริงๆ ใช่มั้ย?......” พระมหาอภิชาติ
⚠ *****หมายเหตุ – ดิฉันไม่มีเจตนาต้องการยุยง ปลุกปั่น แต่ต้องการนำเสนอข่าวและข้อมูลเกี่ยวกับอิสลามโมโฟเบียในประเทศไทยและทั่วโลก*****

ที่มา –
พระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท ถามสื่ออิสลาม "ต้องการสงครามศาสนาใช่ไหม"

ข้อมูลอ้างอิง
1.     ยกมาทั้งขบวน!?? เจ้าหน้าที่ตั้งด่านกัด รถขนพระสงฆ์ประมาณ 100 รูป เหมารถไฟมาทั้งตู้ ดื่มสุราในขบวนรถ คาดมุ่งหน้าวัดพระธรรมกาย!!??(รายละเอียด)
2. แก๊งผ้าเหลือง เหมาตู้รถไฟเข้ากรุง สั่งสุราปาร์ตี้ทั้งคืน
http://www.manager.co.th/HotShare/ViewNews.aspx?NewsID=9600000024338


➡  คลิปวีดีโอที่เกี่ยวกับพระมหาอภิชาติ 
1. พระมหาอภิชาติ ใช้เพลงดูหมิ่นพระองค์อัลลอฮฺและท่านศาสดามูฮัมหมัด
https://www.youtube.com/watch?v=HVQH38Yb_DA


2. พระมหาอภิชาติ‬ ปุณฺณจนฺโท โพสต์วีดีโอขู่เผามัสยิด และขู่ฆ่ามุสลิมในไทย 
https://www.youtube.com/watch?v=hN8LFj_7y3U


3. พระมหาอภิชาติ ใส่ร้ายบิดเบือนความหมายของคัมภีร์กุรอาน 
https://www.youtube.com/watch?v=z0AGSMI2huE

Monday, October 3, 2016

"ฮานีฟ"เผยสร้างและจัดตั้งมัสยิดอัศศอบีรีนถูกระเบียบ เตรียมดำเนินคดีพระมหาอภิชาติ เปิดบทเพลงด่าศาสนาอิสลาม



2 ตุลาคม 2559 จากกรณีพระมหาอภิชาติ อ้างว่าการก่อสร้างมัสยิดผิดกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๔๒) 


ที่ออกตามความในพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐หมวดที่ 1 ข้อที่ 4 ว่าสร้างยังไม่แล้วเสร็จและไม่พร้อมปฏิบัติศาสนกิจ แต่ทำไมปลัดจังหวัด(รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ) เซ็นจดทะเบียนจัดตั้งมัสยิด


ทนายฮานีฟ หยงสตาร์เลขาธิการมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ ให้ความเห็นในฐานะนักกฎหมายว่า คำว่าแล้วเสร็จและพร้อมปฏิบัติศาสนกิจนั้น กล่าวคือ สามารถละหมาดได้ ตามหลักการศาสนาอิสลาม(เป็นความเห็นของคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยเป็นผู้วินิฉัย) ส่วนประเด็นที่กล่าวหาว่าปลัดจังหวัดรีบเซ็นนั้นหามิได้ เนื่องจากรูปแบบเอกสารขอสร้างและจัดตั้งมัสยิดเป็นรูปแบบทางราชการมีกรอบระยะเวลาในการดำเนินการชัดเจน


ฉะนั้นการขอสร้างมัสยิดอัศศอบีรีน จะขอสร้างและจัดตั้งไปคราวเดียวกันนั้นไม่ผิด
ต่อมาประเด็นที่พระมหาอภิชาติเปิดบทเพลงด่าทอศาสนาอิสลาม ฝ่ายกฎหมายมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติเตรียมดำเนินการเอาผิดทางกฎหมายแล้ว


ที่มา - สำนักข่าวไวท์นิวส์

⛔ พระมหาอภิชาติใช้เพลงด่าทอดูหมิ่นพระองค์อัลลอฮฺและท่านศาสดามูฮัมหมัดอย่างแรง



*****ผ่านไปเพียงไม่กี่วันพระมหาอภิชาติ หัวหน้าพระวิทยากรประจำพระอารามหลวง วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ปล่อยคลิปวีดีโอใหม่โดยมีแบล็กกราวรูปพระวีระธุ พระก่อการร้ายของพม่า ได้ออกมาอ้างว่ามัสยิดที่ปากคาดในบึงกาฬได้รับอนุญาตจดทะเบียนจัดตั้งมัสยิดโดยมิชอบ แถมยังตบท้ายด้วยการเปิดเพลงที่มีเนื้อหาดูหมิ่นด่าทอด้วยถ้อยคำที่สุดของความหยาบคาย ต่อพระองค์อัลลอฮฺ และท่านศาสาดมูฮัมหมัด ซ้อลลอลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม (นาทีที่ 31 เป็นต้นไป) ฮัสบุนัลลอฮุวะเนียะมัลวะกีล....******



คลิปวีดีโอเริ่มที่พระมหาอภิชาติ หัวหน้าพระวิทยากรประจำพระอารามหลวง วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กล่าวหาว่าข้าราชการทุจริตฉ้อฉล อ้างว่าการจดทะเบียนมัสยิดที่ปากคาดผิดกฏหมายหมวดที่ 1 ข้อที่ 4 โดยพระมหาอภิชาติตั้งคำถามว่ามัสยิดยังสร้างไม่เสร็จแล้วคณะกรรมการที่ตรวจสอบการสร้างมัสยิดออกใบอนุญาติให้จดทะเบียนจัดตั้งมัสยิดได้อย่างไรกัน กล่าวหาว่าคณะกรรมการชุดนี้กลับทำหนังสือไปบอกในอำเภอว่าสร้างเสร็จแล้ว



พระมหาอภิชาตยังโยนความผิดมาให้ชาวมุสลิมว่า มุสลิมเป็นตัวนำความขัดแย้งเข้ามาในพื้นที่ ด่าทอคณะมุสลิมที่สร้างมัสยิดที่บึงกาฬด้วยถ้อยคำหยาบคายขัดต่อความเป็นพระ “อยากได้มัสยิดมากจนห่ำสั้นเลยเหรอ!”



พระมหาอภิชาติยังได้มีการปลุกระดมให้ชาวบึงกาฬทุกคนและคณะสงฆ์ ต้องทำหนังสือร้องเรียนไปที่จังหวัดหรือกระทรวงมหาดไทยให้ตรวจสอบพิจารณาการออกใบอนุญาตจดทะเบียน โดยอ้างว่ามันผิดระเบียบตั้งแต่ต้นแล้ว



จากคลิปนี้พระมหาอภิชาติยังกล่าวอีกว่าชาวพุทธและพระสงฆ์ในบึงกาฬ “ต้องใช้จุดนี้เอาคืนให้สาสม นี่เป็นทางเดียวและโอกาสเดียวทื่ท่านจะเล่นงานปลัดคนนี้ได้ และสามารถที่จะเอามัสยิดออกไปจากปากคาดได้ หากท่านไม่ทำหนังสือไม่กดดันในครั้งนี้ อนาคตเขามาแน่ แขกมาหาท่านแน่ ท่านต้องสู้ทุกวิถีทาง ตอนนี้เราเห็นช่องทางแล้ว”



สุดท้ายของคลิป หมัด (ตั้งแต่นาที 31) ทีมงานของพระอภิชาติยังได้เปิดเพลงที่มีเนื้อเพลงที่มีเนื้อเพลงที่สุดของความหยาบคาย ด้วยการด่าทอดูหมิ่นพระองค์อัลลอฮฺ ดูหมิ่นท่านศาสดามูฮัม ดูหมิ่นด่าทออิสลาม ด่าทอชาวมุสลิม 

Tuesday, September 27, 2016

พระมหาอภิชาติออกคลิปใหม่ปลุกปั่นชาวบึงกาฬให้ยืนหยัดต่อต้านการสร้างมัสยิด

⛔ พระมหาอภิชาติออกคลิปใหม่ปลุกปั่นชาวบึงกาฬให้ยืนหยัดต่อต้านการสร้างมัสยิด ปั่นกระแสความกลัวให้กับชาวบ้านว่าถ้าไม่สู้ยิบตา อนาคตลูกหลานของเขาต้องลำบากแน่นอน พร้อมขู่สำทับด้วยว่าถ้ามุสลิมยังดื้อรั้นที่จะสร้างมัสยิดต่อ ก็เตรียมรับความหายนะไว้ได้เลย




ในวันที่ 25 กันยายน 2016 ผู้ใช้ยูทูป ‘วิระทู โมเดล’ นำคลิปวีดีโอใหม่ของพระมหาอภิชาติชื่อ ‘ชาวพุทธบึงกาฬ ไม่ต้องการมัสยิดอัศศอบีรีนในอำเภอปากคาด เอามันออกไปซะ’ เพื่อปลุกปั่นชาวบึงกาฬและกลุ่มพระสงฆ์ในเขตการปกครองคณะสงฆ์ จ.บึงกาฬให้มีการยืนหยัดต่อต้านมัสยิดที่กำลังดำเนินการก่ออยู่สร้างอยู่ ที่อำเภอปากคาด จ.บึงกาฬ

พระมหาอภิชาติ หัวหน้าพระวิทยากรประจำพระอารามหลวง วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กล่าวในคลิปว่า ทางบึงกาฬได้รับข่าวสารความรุนแรงของมุสลิมที่ส่งตรงมาจาก3จังหวัดชายแดนภาคใต้ อ้างคนอิสลามอยู่ที่ไหนความหายนะจะเกิดขึ้น ณ ที่นั้นๆ มัสยิดทุกที่มักก่อให้เกิดมลพิษทางเสียง

พระมหาอภิชาติพาดพิงถึงกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ โดยโยงเรื่องการสร้างพุทธมณฑลในปัตตานี โดยอ้างว่านักการเมืองในพื้นที่ปัตตานีกล่าวว่าคนส่วนมากในปัตตานีนับถือศาสนาอิสลาม ฉะนั้นการมาสร้างสัญลักษณ์ของศาสนาพุทธในชุมชนอิสลามจึงทำให้ชาวมุสลิมรับไม่ได้ พระมหาอภิชาติจึงโยงไปที่บึงกาฬว่าทางชุมชนก็มีสิทธิที่จะต่อต้านการสร้างมัสยิดด้วยเช่นกันเนื่องจากคนส่วนมากเป็นชาวพุทธ

ยังมีการกล่าวอ้างว่าชาวบึงกาฬที่มีทะเบียนในบึงกาฬมีแค่ 2 คนแล้วอีก 7-8 คนมาจากไหน ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วมีมุสลิมอยู่ 50 ครอบครัว และได้เคยมีการนัดเจรจาพูดคุยกับทางกลุ่มฝ่ายต่อต้านแล้วว่า ถ้ามีความกังวลเรื่องเสียงเรียกคนมาละหมาด (เสียงอะซาน) ก็จะมีการลดเสียงให้ แต่พวกฝ่ายต่อต้านกลับไม่ได้พูดอะไรในที่เจรจา – ข้อมูลจากรายการเรื่องร้องเรียน กรณีเรื่องต่อต้านการสร้างมัสยิดในบึงกาฬ ของสถานีไวท์ชาแนล

พระมหาอภิชาติยังแสดงกริยาที่ไม่เหมาะสมกับความเป็นพระ มีการไปหมิ่นประมาทพาดพิงถึงนักวิชาการของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในปัตตานี โดยไปเรียกชื่อเขาว่า “คารู” (นี่เป็นคำพูดจริงๆ ของพระคนนี้ จากคลิปตั้งแต่นาทีที่ 8.32) พูดกระทบว่าเพราะอ่านชื่อไม่ออก โดยกล่าวว่า การไปสร้างพุทธมณฑลในปัตตานีอาจกลายเป็นปมความขัดแย้งมากขึ้น

พระยังได้มีการพาดพิงถึงผู้ว่าราชการที่เซ็นอนุมัติการสร้างมัสยิด อ้างราชการเป็นต้นเหตุผู้สร้างความรุนแรงให้กับคนในพื้นที่ ปลุกปั่นประชาชนชาวบึงกาฬโดยเฉพาะชาวปากคาดให้สู้ยิบตาเพื่อหยุดยั้งการสร้างมัสยิดให้จงได้ พร้อมใส่ความกลัวเข้าไปในหัวใจประชาชนชาวพุทธที่บึงกาฬว่า ถ้าพวกเขายอมให้มัสยิดสร้างขึ้นมา อนาคตลูกหลานของพวกเขาต้องลำบากแน่นอน

พร้อมยังมีการขู่สำทับด้วยว่าถ้าหากยังดื้อรั้นที่จะสร้างมัสยิดต่อ ก็เตรียมรับความหายนะไว้ก็แล้วกัน ชาวปากคาดจะตอบโต้อย่างไรก็รอดู

Thursday, September 1, 2016

พระมหาอภิชาติออกคลิปใหม่ ดูถูกศาสนาอิสลามและบิดเบือนอรรถาธิบายความหมาย

*****พระมหาอภิชาติออกคลิปใหม่ล่าสุด ตอบโต้นักข่าวผู้จัด
การออนไลน์ที่เขียนข่าวพาดพิงถึงตนว่าเกี่ยวข้องกับสายธรรมกาย 
อ้างผู้เขียนข่าวที่ใส่ร้ายตนนั้นเป็นมุสลิม พร้อมมีการพาดพิง ด่าทอ ดู
ถูกศาสนาอิสลาม และบิดเบือนอรรถาธิบายความหมายของบท (ซู
เราะฮฺ) ที่ 8 อัลอันฟาลในคัมภีร์กุรอาน*****


➡ ที่มาของบทอัล-อันฟาล

บทหรือสูเราะฮฺอัล-อันฟาล เป็นสูเราะฮฺที่พระองค์อัลลอฮฺ ทรง
ประทานลงมาให้นบีมูฮัมหมัดขณะที่อยู่ที่เมืองมะดีนะฮฺ หลังจากเกิด
สงครามบะดัรฺ โดยถือเป็นสงครามแรกในประวัติศาสตร์อิสลาม คำว่า 
“อัล-อันฟาล” มีความหมายว่า “ทรัพย์เชลยที่ยึดได้จากการทำศึก
สงคราม” โดยในเหตุการณ์ครั้งนั้นหลังจากที่บรรดามุสลิมได้รับชัย
ชนะเหนือบรรดาศัตรู พวกเขามีความคิดเห็นที่ขัดแย้งกันในเรื่องการ
จัดสรรทรัพย์เชลยที่ได้ยึดมา ซึ่งอัลลอฮฺ มีความประสงค์ที่จะเตือน
สำทับพวกเขาถึงทรัพย์เชลยนั้นว่าเป็นเรื่องของโลกนี้ซึ่งเป็นโลกที่
เราอาศัยอยู่แค่ชั่วคราว ในเนื้อหาของสูเราะฮฺนี้ ยังมีการกล่าวตัก
เตือนบรรดามุสลิมให้หลีกเลี่ยงจากความแตกแยกออกเป็นพรรคเป็น
พวกเนื่องจากโลกนี้ที่ไม่มีอะไรถาวร


เป็นบทที่ว่าด้วยการสู้รบ ณ เวลานั้น หนึ่งพันสี่ร้อยกว่าปีมาแล้ว ตอน
นั้นก็มีแต่มีดดาบเท่านั้นที่ใช้ปะทะฆ่าฟันกับศัตรู


➡ ประมวลข้อห้ามและข้ออนุมัติในการสู้รบตามแนวทางอิสลาม

1. ห้ามจู่โจมศัตรูโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า
 
2. ห้ามฆ่าผู้ทรงศีล
 
3. ห้ามฆ่า เด็ก สตรี คนชรา และผู้ป่วย
 
4. ห้ามทำลายต้นไม้และพืชผล
 
5. ห้ามบ่อนทำลายและทำร้ายปศุสัตว์ของศัตรู 
 
6. ห้ามทำการทารุณกรรมหรือทำเกินกว่าเหตุต่อเชลยศึก
 
7. ห้ามกระทำต่อเชลยศึกเยี่ยงทาส
 
8. ดำรงไว้ซึ่งการปฏิบัติที่รักษาศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์แก่ศัตรู
 
9. ต้องยุติการสู้รบทันทีเมื่อตกลงทำสัญญาสงบศึก
 
10. ให้ความเป็นธรรมและยุติธรรมต่อศัตรู

ข้อมูลที่ใช้ในการอ้างอิง - 
Islamore.com
--------------------------------------------------------------------------

อย่าให้ม.44 และกฎหมายพิเศษเป็นแค่กระดาษ และใช้ได้เฉพาะ3จังหวัดชายแดนใต้ วอนความมั่นคงตรวจสอบพระมหาอภิชาติ กรณีเผยแพร่คลิปใส่ร้ายคำสอนอัลกุรอาน (มีคลิป)


เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา พระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท เจ้าของวลี”เผามัสยิด” ได้เผยแพร่คลิปผ่านยูทุป บัญชีผู้ใช้ วิระทู โมเดล มีเนื้อหาใจความบอกว่าตนเองกับ พระวิระธุ เคยติดต่อกันรู้จักกันและยกเป็นไอดอลของตนเอง


นอกจากนี้ยังได้หยิบยกเนื้อหาจากกุรอานซูเราะห์ที่ 8 อัลอันฟาลและอธิบายแบบผิดๆ ว่าเป็นต้นเหตุของความรุนแรงในภาคใต้ เพราะบรรดานักการศาสนาไปสอนว่าชาวพุทธคือศัตรู สามารถฆ่าได้

إِذْ يُوحِي رَبُّكَ إِلَى الْمَلَائِكَةِ أَنِّي مَعَكُمْ فَثَبِّتُوا الَّذِينَ آمَنُوا ۚ سَأُلْقِي فِي قُلُوبِ الَّذِينَ كَفَرُوا الرُّعْبَ فَاضْرِبُوا فَوْقَ الْأَعْنَاقِ وَاضْرِبُوا مِنْهُمْ كُلَّ بَنَانٍ ﴿١٢﴾
 

“จงรำลึกขณะที่พระเจ้าของเจ้าประทานโองการแก่มลาอิกะฮ์ ว่า แท้จริงข้านั้นร่วมอยู่กับพวกเจ้าด้วย ดังนั้นพวกเจ้าจงทำให้บรรดาผู้ศรัทธามั่นคง เถิด ข้าจะโยน ความกลัวเข้าไปในหัวใจของบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธา แล้วพวกเจ้าจงฟันลงบนก้านคอ และจงฟันทุก ๆ ส่วนปลายของนิ้วมือ จากพวกเขา”
อัลกุรอาน 8:12

อย่างไรก็ตาม กรณีเช่นนี้บรรดานักวิชาการอยากให้หน่วยงานที่บังคับ
ใช้กฎหมาย เข้ามาดำเนินการกับพระมหาอภิชาตอย่างจริงจังเหมือน
กับกรณีเจ้าหน้าที่บุกควบคุมตัว เจ๊ะนูลีฮัน มาเลเซียที่เป็นข่าวไปก่อน
หน้านี้ เนื่องจากปัจจุบันมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ 
ที่ 49/2559 ที่อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ
ฉบับชั่วคราว ว่าด้วยแนวทางส่งเสริม และสนับสนุนการศึกษา แนว
ทางส่งเสริม และสนับสนุนการเผยแผ่ศาสนาที่ถูกต้อง แนวทาง
อุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนา แนวทางส่งเสริมความเข้าใจอันดี และ
ความร่วมมือระหว่างศาสนา แนวทางสร้างการรับรู้ และความเข้าใจ
กิจการศาสนา จึงไม่ใช่เรื่องอยากลำบากอีกต่อไป หากเจ้าหน้าที่หรือ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าดำเนินการกับพระมหาอภิชาติ

เครดิต - Woraphot Khunthatdee

Sunday, August 7, 2016

คณะสงฆ์ปัตตานีออกคำชี้แจงไม่เห็นด้วยกับพระมหาอภิชาติ

BBC Thai วันที่ 7/08/59

*****คณะสงฆ์ปัตตานีออกคำชี้แจงไม่เห็นด้วยกับพระมหาอภิชาติที่
แสดงความไม่พอใจมุสลิมเรื่องปัญหาสามจังหวัดใต้ ขณะเดียวกัน
สมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย โพสต์เฟสบุ๊กส์ให้กำลังใจ และ
ชมเชยพระมหาอภิชาติ ว่าเป็นเพชรแท้ของชาวพุทธไทยยุคปัจจุบัน 
และย้ำว่าจะไม่วันทอดทิ้งกัน*****



คณะสงฆ์ปัตตานีออกคำชี้แจงไม่เห็นด้วยกับพระมหาอภิชาติที่แสดง
ความไม่พอใจมุสลิมเรื่องปัญหาสามจังหวัดใต้ ระบุเป็นการบิดเบือน
ศาสนาและเพิ่มปัญหาความแตกแยกให้พื้นที่


คำชี้แจงนี้เจ้าคณะจังหวัดปัตตานี พระสิริจริยาลังการหรือเจ้าคุณชรัช
ได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊กมีความยาวสองหน้ากระดาษ เรื่อง คำชี้แจง
ของคณะกรรมการฝ่ายการปกครอง คณะสงฆ์จังหวัดปัตตานี กรณี
พระมหาอภิชาติ ปุณณจนโท ตอบโต้กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติฯ ลงวันที่ 5 
ส.ค.2559


ใจความสำคัญของคำชี้แจงระบุว่าไม่เห็นด้วยกับการที่พระมหาอภิ
ชาติ ออกคลิปในยูทูปตอบโต้การที่ถูกมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติส่ง
หนังสือร้องเรียนไปยังทางการขอให้ระงับยับยั้งการที่พระมหาอภิชาติ
ออกมากล่าวสนับสนุนให้ใช้ความรุนแรงกับมุสลิมในสามจังหวัดภาค
ใต้ โดยในคำร้องเรียนกล่าวว่า การกระทำเช่นนั้นบ่อนทำลายความ
มั่นคงของประเทศ และผลของหนังสือร้องเรียนฉบับนั้นทำให้
สำนักงานพระพุทธศาสนามีหนังสือถึงวัดที่พระมหาอภิชาติจำพรรษา
อยู่ให้ตรวจสอบพฤติกรรมของพระสงฆ์รูปนี้


ในคลิปตอบโต้มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ พระมหาอภิชาติตั้งคำถามว่า 
มูลนิธิอาจอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดาภาค
ใต้พร้อมกันนั้นยืนยันคำพูดเดิมที่เคยกล่าวไว้เมื่อปีที่แล้วอันเป็นที่มา
ของการที่ถูกขอร้องจากเจ้าหน้าที่ให้ปิดเฟซบุ๊ก นั่นคือขอให้ชาว
พุทธตอบโต้การทำร้ายพระภิกษุแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน คือหากมี
การสังหารพระ ให้เผามัสยิด โดยบอกว่า ที่ผ่านมาแนวทางแก้ปัญหา
แบบสันติของทางการไม่ได้ผลและชาวพุทธทนไม่ได้อีกต่อไป “พระ
สงฆ์ไทยจะเป็นคนนำหน้าพี่น้องชาวพุทธเล่นงานพวกคุณ และเขาจะ
เปิดทั่วประเทศเพราะเขาถูกกดดันมานานแล้ว เขายอมรับชะตากรรม
มานานแล้ว” พระมหาอภิชาติกล่าวในตอนหนึ่ง พร้อมยกตัวอย่างให้
เห็นการกระทำของพระวีระธุของเมียนมาที่ปราบปรามโรฮิงญาว่าสิ่ง
นั้นจะเกิดขึ้นได้ในไทย


แต่ในหนังสือชี้แจงของคณะกรรมการฝ่ายการปกครอง คณะสงฆ์
จังหวัดปัตตานีระบุว่า การแสดงออกของพระมหาอภิชาติที่ 
“แสดงออกทั้งทางกายและวาจา ที่ประกอบไปด้วยโทสะเป็นที่ตั้ง 
แสดงอาการกราดเกรี้ยว โกรธแค้น ชิงชัง คุกคาม ใช้วาจาหยาบคาย 
ข่มขู่ผู้คนที่ถือเป็นฝ่ายตรงข้าม” เป็นการชี้ให้เห็นถึง “การขาดความ
เป็นสมณสารูปของตนเองต่อสาธารณชน” และ “บิดเบือนหลักคำสอน
ที่แท้จริงของพุทธศาสนา”


คณะกรรมการบอกว่า ได้มีการประชุมกันเป็นกรณีพิเศษเมื่อวันที่ 5 
ส.ค.ที่ผ่านมาเพื่อหารือคลายความกังวลและความเข้าใจผิดของ
คนในพื้นที่ โดยมีพระสงค์ 9 รูปที่ประกอบไปด้วยเจ้าคณะจังหวัด รอง
เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอเมือง และอำเภอต่างๆในปัตตานี และ
มีผู้อำนวยการสำนักงานพุทธศาสนาของปัตตานีเข้าประชุมด้วย ที่
ประชุมสรุปว่าไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพระมหาอภิชาติ การทำ
เช่นนี้ถือว่าบิดเบือนคำสอนในศาสนา ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่
ของประชาชนในพื้นที่เพราะก่อให้เกิดความหวาดระแวงต่อกัน ทั้งยัง
ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในภาวะของความเป็นภิกษุ-สามเณรในพุทธ
ศาสนา นอกจากนั้นยังขอให้ประชาชน พระภิกษุ สามเณรอย่าได้
สนับสนุนการกระทำของพระมหาอภิชาติ สุดท้ายคำชี้แจงระบุว่าคณะ
กรรมการฝ่ายปกครอง คณะสงฆ์ปัตตานีแสดงความเสียใจ ไม่
สนับสนุน ไม่ยอมรับการกระทำของพระมหาอภิชาติ


อีกด้านหนึ่ง หลังจากที่พระมหาอภิชาติออกคลิปยูทูป ทางมูลนิธิ
มุสลิมเพื่อสันติก็ออกมาตอบโต้ เช่นเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิให้สัมภาษณ์
กับโทรทัศน์ไวท์แชนแนลชี้ว่า เหตุที่ต้องทำหนังสือร้องเรียนไปถึง
ทางการให้ตรวจสอบพฤติกรรมของพระมหาอภิชาติก็เพราะได้
พยายามติดต่อเพื่อพูดคุยทำความเข้าใจกันแต่ไม่เคยเข้าถึงหรือเข้า
พบตัวได้ เจ้าหน้าที่มูลนิธิระบุว่า เกรงว่าคำพูดของพระมหาอภิชาติจะ
ปลุกกระแสให้เกิดความรุนแรงระหว่างคนต่างศาสนาแบบในเมียนมา 
พร้อมกันนั้นโต้ข้อคิดจากพระมหาอภิชาติหลายเรื่อง เช่นประเด็นของ
โรฮิงญาที่ตกเป็นเป้าของพระในเมียนมานั้นที่จริงไม่ใช่เป็นเรื่องของ
การที่มีโรฮิงญาข่มขืนคนพุทธ แต่เป็นเรื่องเพราะมีการเหยียดเชื้อ
ชาติกันในประเทศนั้น นอกจากนี้ยังโต้ด้วยว่า การที่บอกว่ามุสลิม
รังแกคนพุทธนั้นไม่เป็นความจริง พร้อมทั้งยกตัวอย่างเหตุการณ์
หลายที่ที่มีกระแสต่อต้านการสร้างมัสยิดหรือห้ามคลุมผมหรือให้มี
อาหารฮาลาลว่าเป็นตัวอย่างในทางตรงกันข้าม รวมทั้งหากจะบอกว่า
พระสงฆ์ถูกฆ่าตาย 12 รูปในช่วงของความขัดแย้ง 12 ปีที่ผ่านมา แต่
มุสลิมเสียชีวิตจำนวนมากกว่า โดยบอกว่าในปี 2547 เพียงปีเดียวมี
มุสลิมเสียชีวิตเพราะเหตุการณ์กรือเซะไปกว่าร้อยคน และคนที่ทำให้
คนเหล่านั้นตายก็ไม่ใช่มุสลิมแต่อย่างใด


กระแสของการตอบโต้กันไปมาที่เริ่มแรงขึ้นในโลกออนไลน์ส่งผลกระ
ทบต่อความรู้สึกของคนในพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้ ผู้ใช้โซเชียลมีเดีย
ชาวพุทธในพื้นที่บางคนแสดงความอึดอัดโดยชี้ว่าเรื่องนี้จะยิ่งเพิ่ม
เงื่อนไขความขัดแย้ง และว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในสามจังหวัดไม่ใช่เรื่อง
ของความขัดแย้งทางศาสนา และทุกฝ่ายต่างสูญเสียเหมือนกันทั้ง
สิ้น ในขณะที่ที่ผ่านมาคนต่างศาสนิกอยู่ร่วมกันได้


“ การแก้ปัญหาในพื้นที่ ไม่สามารถใช้ความรุนแรงได้หรอกครับ ต้อง
อาศัยความเข้าใจกัน การคุยกันมากกว่า ในประเด็นความรุนแรงใน
พื้นที่ คนมุสลิมเห็นชอบด้วยทุกคนหรือไม่ มันก็คงไม่ใช่เช่นกัน คน
มุสลิมส่วนใหญ่ เขาก็ต้องการอยู่ร่วมกันด้วยความสงบ ทำมาหากินกัน
แบบปกติ เหมือนกันครับ” รักชาติ สุวรรณ คนพุทธในพื้นที่จากเครือ
ข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพเขียนไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว


“พระผู้ใหญ่ เคยบอกว่า ทำไมเราไม่รักษาประเพณี วัฒนธรรมของคน
พุทธไว้ให้เหนียวแน่น เรื่องนี้ต่างหากที่จะรักษาพุทธศาสนาไว้ใน
พื้นที่ แต่ก็ยังคงมีพระภิกษุอีกกลุ่มที่กำลังโหยหาความขัดแย้ง โดย
การอ้างว่า มุสลิม หรืออิสลาม มาทำร้ายคนพุทธ หรือพยายามเชื่อม
โยงไปถึงภาครัฐในกรณีวัดธรรมกาย ด้วยซ้ำไป พยายามยกเรื่องราว
ของรัฐอุ้มชูอิสลามมากกว่าพุทธ” เขาบอกว่าไม่มีทางที่คนต่างศาสนา
จะทำลายศาสนาพุทธได้ แต่คนพุทธต่างหากที่จะทำลายศาสนาตัว
เอง


ที่มาและภาพ -
https://www.facebook.com/BBCThai/posts/1805123346375364
_______________________________________

โพสต์ในเฟสบุ๊กส์ส่วนตัวของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ร้อยโท ดร. บรรจบ 
บรรณรุจิ ประธานคณะกรรมการรณรงค์พระพุทธศาสนาเป็นศาสนา
ประจำชาติ และเป็นแกนนำที่พยายามผลักดันให้ศาสนาพุธเป็น
ศาสนาประจำชาติในไทย

*************************************


เรื่อง พระมหาอภิชาตถูกร้องเรียน
เรียน พี่น้องชาวพุทธทุกท่าน


จากสถานการณ์ที่เกืดขึ้นรุมเร้าบุคลากรและสถาบันพระพุทธศาสนา
อย่างที่ท่านทั้งหลายทราบมาแล้วนั้น สมาพันธ์ชาวพุทธแห่ง
ประเทศไทยเฝ้าติดตามด้วยความเป็นห่วง เพราะตลอดเวลาที่ผ่าน
มา สถาบ้นพระพุทธศาสนาของไทยเราไม่เคยพบกับแรงบีบคั้นเช่นนี้
มาเลย แต่ไม่เป็นไร ทุกอย่างคือบทเรียนที่เรายังโชคดีที่เรียนรู้ได้ทัน 
และมั่นใจว่าแก้ไขได้แน่


บัดนี้ เป็นที่รู้กันว่าสถาบันพระพุทธศาสนามีภัย แต่ก็สรุปว่า เรามีภัย 
๒ ภัย คือ ๑. ภัยภายในซึ่งเกิดจากบุคลากรพุทธเอง ๒. ภัยภายนอก
ซึ่งเกิดจากบุคคลอื่นศาสนาอื่นลัทธิอื่น และสรุปตรงกันว่า ภัยภายใน
เราสามารถแก้ไขได้ แต่ภัยภายนอกเป็นภัยที่เราต้องรีบรู้ทันและ
ป้องกันให้ได้ ซึ่งก็ไม่ยากอะไรหากเรามีใจเป็นหนึ่งเดียวเพื่อพระพุทธ
ศาสนา


เรากำลังแบ่งภัยภายนอกเป็นกลุ่ม ๆ เช่นกลุ่มทำลายบุคลากรของ
พระพุทธศาสนา ด้วยการชวนทะเลาะ ใส่ร้าย ด่าทอ
แบบหยาบคาย และข่มขู่ เพื่อให้เกิดความกลัว อย่างที่คนกลุ่มหนึ่ง
กำลังทำอยู่


กลุ่มทำลายสถาบันพระพุทธศาสนา ด้วยการทำลายความน่าเชื่อของ
สถาบัน เช่น ลงภาพพระไม่เหมาะสม การเหยียบย่ำรูปเคารพ เช่น 
เหยียบพระพุทธรูป โพสต์ภาพพระถูกฝรั่งถีบหน้า ซึ่งเราก็รู้ว่าในชีวิต
จริงๆไม่มีฝรั่งคนไหนกล้าทำกับพระในพระพุทธศาสนาอย่างนั้น
หรอก เพราะใจฝรั่งไม่หยาบช้าพอ


กลุ่มทำลายความสามัคคี ด้วยการรักษาความแตกต่างของศาสนาตน
ที่เรียกว่า "อัตลักษณ์" ไว้เพื่อใช้อ้างให้เกิดความแตกแยก เพราะหาก
เราคัดค้านหรือไม่ยอมเขาจะจับมือกับนักสิทธิมนุษยชนอ้างสิทธิขั้น
พื้นฐานทันที โดยที่เขาไม่เคยคิดว่า สังคมเราซึ่งส่วนใหญ่คือสังคม
ของคนพุทธก็มีสิทธิขั้นพื้นฐานเหมือนกัน แต่แปลกนะ เวลาเขาอ้าง
เราฟัง แต่เวลาเราอ้างบ้างเขาไม่ฟัง เมื่อก่อนสงสัยว่าทำไม แต่เดี๋ยว
นี้เข้าใจแล้วว่า ถ้าเขาฟัง ก็สร้างความแตกแยกไม่ได้ ดังนั้นเขาต้อง
ไม่ฟังลูกเดียว ยิ่งกว่านั่น เขายังะยายามทำลายวัฒนธรรมของชาติ 
เช่น การเคารพพระราชานุสาวรีย์ โดยอ้างว่าขาทำไม่ได้เพราะปิด
หลักศาสนา แต่น่าประหลาด มหาวิทยาลัยของรัฐหลายแห่ง และ
ทหารในฐานะเป็นทหารของพระราชากลับไม่สนใจในเรื่องนี้ แปลกใจ
จริง ๆ

กลุ่มกดชาวพุทธให้ต่ำ ด้วยการหยิบยกพฤติกรรมขาดศีลธรรมมา
ประจานเช่น การมีอบายมุข การมีโสเภณี และเยาะเย้ยว่านี่หรือสังคม
พุทธ โดยลืมนึกไปว่าพฤติกรรมเลวร้ายเช่นนั้น คนศาสนาของเขาก็
ทำ คนของเขาที่ขายตัวก็มี ชายชาวพุทธหลายคนก็เคยใช้บริการทาง
เพศของหญิงศาสนิกของเขา คนของเขาที่กืนเหล้าเมายาหัวราน้ำก็มี 
แต่เขาจะละเว้นไม่พูดถึงเลย


กลุ่มใช้คำสอนพุทธย้อนศรพุทธ ด้วยการตอกย้ำเวลาที่ชาวพุทธมี
ปฏิกิริยาโต้ตอบเขาแบบแรงๆ เขาจะบอกว่านั่นไม่ใช่วิธีการของพุทธ 
ถ้าเป็นของพุทธต้องไม่รุนแรง แต่สำหรับเขา เมื่อมีการใช้ความรุนแรง
เกิดเขึ้น บ่อยครั้งที่มีบาดเจ็บล้มตาย พอเราประท้วงหรือสอบถามไป 
ก็จะได้แต่คำตอบว่า นั่นไม่ใช่พวกเขา ศาสนาเขาสอนให้เมตตาแม้
กระทั่งต้นไม้ใบหญ้า ...เมตตายังไงถึงแผ่ไปไม่ถึงคนเลย เห็นต้นไม้
ใบหญ้าก็แหลกราญเพราะสงครามสู้รบกีนไม่เลิก ฆ่ากันเป็นว่า
เล่น..จึงทำให้พุทธต้องมาย้อนศรบ้างว่า...ที่ทำชั่วก็ไม่ใช่พุทธ เพราะ
พุทธสอนกันให้รังเกียจความชั่วแม่เล็กน้อยเท่าปลายเข็มก็ให้เห็นเป็น
ของใหญ่ดังก้อนเมฆ ...


สมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทยได้เรียนรู้กลุ่มต่างๆเหล่านี้มาก
พอ และเราก็มีกลุ่มคนที่จะทำบทบาทอย่างนี้แล้ว แต่เขายืนยันว่าจะ
ไมรังแกทำร้ายใคร ทำก็เพื่อให้พระพุทธศาสนาอยู่ได้อย่างมั่นคงและ
สง่างาม


กรณีของพระมหาอภิชาตซึ่งเป็นพระสงฆ์ของพระพุทธศาสนา สมา
พันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทยก็ติดตามสถานการณ์ด้วยความห่วงใย 
ซึ่งก็หวังว่าพี่น้องชาวพุทธคงจะเข้าใจท่านว่าแม้จะเป็นพระสงฆ์ แต่
ท่านก็ยังเป็นปุถุชน ที่แม้จะกำลังเดินตามทางพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสู่
การละโลภโกรธหลงแต่ด้วยเหตุที่ยังตัดรักอาลัยไม่ขาด จึงอดหวั่น
ไหวไม่ได้ ในการจากไปของญาติเพราะการก่อการร้ายในศาสนาจน
ต้องระบายความเจ็บปวดออกมาให้ฝ่ายก่อการได้ทราบ


พระมหาอภิชาตเป็นพระดี ไม่ขัดขืนผู้บังคับบัญชาคือเจ้าอาวาส ไม่
เป็นปฏิปักษ์ต่อราชการ และที่สำคัญคือไม่ตีโพยตีพายฟ้องใคร 
ยอมรับคำเตือน และการกล่าวหาโดยดุษณีย์ ทั้งๆที่เจ็บปวด สมาพันธ์
ชาวพุทธแห่งประเทศไทย


จึงขอให้กำลังใจและขอยืนยันว่า จะไม่ทอดทิ้งท่านให้โดดเดี่ยว 
เพราะท่านคือเพชรแท้ของชาวพุทธไทยยุคปัจจุบัน
เราไม่ทิ้งกัน


สมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย
๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๙

“ปทท.ไทย อีก 3 เดือนเราเจอกัน” ทหารยิวโพสต์ในอินสตาแกรม

  ทหารอิสราเอลโพสต์รูปเซลฟี่ในอินสตาแกรม ที่ถ่ายหน้าบ้านของเศรษฐีในกาซ่าที่พวกมันจุดไฟเผา ในพื้นที่มูซาเบะฮ์ ตอนเหนือของราฟะฮ์ พร้อมแคปชั่น ...