Friday, December 9, 2016

หญิงชาวเยอรมันถูกชายแปลกถีบหน้าคว่ำขณะเดินลงบันได


เหตุการณ์ความรุนแรงในครั้งนี้เกิดเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2559  ตอนเที่ยงคืน  โดยกล้องวงจรปิดของสถานีรถไฟใต้ดินของกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน จับภาพชายผู้ก่อเหตุที่แต่งกายด้วยเสื้อแจ็คเก็ตหนังและกางเกงยีนส์ ถือขวดเบียร์พร้อมสูบบุหรี่ ตั้งใจถีบผู้หญิงชาวเยอรมันคนหนึ่งไปที่หลังอย่างแรง ขณะที่เธอกำลังเดินลงบันไดรถไฟใต้ดินอยู่ ทำให้ตัวเธอถไลลงบันไดถึงพื้นด้านล่าง 


กลุ่มที่มาด้วยกับคนร้ายอีก 3 คนแค่ยืนมอง และไม่ได้มีการต่อว่าเพื่อนแต่อย่างใด ส่วนอีกคนในกลุ่มแค่ก้มหยิบขวดเบียร์ที่ตกตรงบันได  


มีผู้โดยสารอีกหลายคนที่เดินผ่านมารีบเข้ามาช่วยเหลือ และนำตัวเธอส่งโรงพยาบาล  ตำรวจได้ตรวจกล้องวงจรปิดกล่าวเพียงว่าหญิงผู้เคราะห์ร้ายอายุ 26 ปีและให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมชี้ตัวคนร้าย


ส่วนทางกลุ่มพวกขวาจัด และกลุ่ม Alt-Right ที่อยู่ทั่วยุโรปต่างพากันแชร์คลิปวีดีโอนี้กันอย่างแพร่หลาย พร้อมกล่าวโทษว่าคนร้ายเป็นผู้อพยพที่เป็นมุสลิม ทั้งๆ ที่คดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน และยังไม่ได้สรุปคดีแต่อย่างใด  ส่วนสำนักข่าวไดอารี่เมล์ ของอังกฤษพาดหัวข่าวว่าผู้ร้ายเป็นชาวเยอรมัน ไม่ใช่เป็นผู้อพยพ


ที่มา –
http://www.dailymail.co.uk/news/article-4011834/Horrifying-moment-German-thug-kicks-woman-sending-flying-eight-steps-flight-stairs-landing-face.html

Wednesday, December 7, 2016

⚠ +18 พลเรือนชาวซีเรียในอเลปโปตะวันออกเสียชีวิต 38 คน

+18 พลเรือนชาวซีเรียในพื้นที่ปิดล้อมของอเลปโปตะวันออกเสียชีวิต 38 คน บาดเจ็บมากกว่า 200 คน จากการโจมตีทางอากาศโดยรัสเซีย เมื่อวานนี้ 06/12/2016



ตอนนี้กองทัพรัสเซีย/ อัสซาด โจมตีทางอากาศในอเลปโปตะวันออกอย่างหนัก และกองกำลังพันธมิตรของอัสซาดได้รุกคืบเข้ามาในหลายพื้นที่ที่ฝ่ายต่อต้านปกครองอยู่ ซึ่งตอนนี้ฝ่ายต่อต้านมีพื้นที่ควบคุมเหลือเพียง 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น


การรุกคืบอย่างหนักของรัฐบาลอัสซาดและพันธมิตร ส่งผลให้พลเรือนชาวซีเรียที่ยังคงติดอยู่ในอเลปโปตะวันออกเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 150 คนและมีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 500 คนจากการที่โจมตีทางอากาศตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นมา


ล่าสุด ทางด้านกลุ่มติดอาวุธในอเลปโปตะวันออกได้ยื่นข้อเสนอต่ออัสซาด/ปูติน 4 ข้อด้วยกัน:

1. ให้มีการหยุดยิงติดต่อกันเป็นเวลา 5 วัน

2. อพยพผู้ป่วยที่ต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วนประมาณ 500 คน ภายใต้การดูแลกำกับของสหประชาชาติ เพื่อรับรองความปลอดภัยของพลเรือน
3. พลเรือนที่ต้องการเดินทางออกจากอเลปโปตะวันออกให้ลี้ภัยไปทางชานเมืองตอนเหนือของอเลปโป
4. เมื่อการช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรมเพื่อให้การบรรเทาทุกข์เสร็จสิ้นลง จะมีการนั่งโต๊ะเจรจาเกี่ยวกับอนาคตของเมือง


ที่มา –
http://www.aljazeera.com/…/government-forces-push-aleppo-ci…
Twitter ต่างๆของอเลปโป

Tuesday, December 6, 2016

ตำรวจชายแดนพม่ายิงชาวโรฮิงญา รวมทั้งเด็กทารกเสียชีวิตอย่างน้อย 43 คน

 💔 ตำรวจชายแดนพม่ายิงชาวโรฮิงญา รวมทั้งเด็กทารกเสียชีวิตอย่างน้อย 43 คน ระหว่างหลบหนีด้วยการใช้เรือข้ามไปยังฝั่งประเทศบังกลาเทศ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 4 ธ.ค. 2559



มีเรือลำเล็กอีก 2 ลำที่จุผู้โดยสารที่เป็นชาวโรฮิงญาเต็มลำหายไป โดยที่ตำรวจชายแดนที่ประจำอยู่บริเวณแม่น้ำ OoShyeKya เปิดฉากยิงใส่ประชาชนชาวโรฮิงญา ขณะที่เขาเริ่มล่องเรือหนีตายข้ามฝั่งไปยังประเทศบังกลาเทศ


Sunday, December 4, 2016

ออง ซาน ซูจีปฏิเสธถึงเรื่องชาวโรฮิงญาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ว่าถูกแต่งเรื่องขึ้นมาทั้งหมด



ในวันที่ 1 ธ.ค. 2016 ออง ซาน ซูจี เดินทางไปประเทศสิงคโปร์เพื่อชักชวนให้นักลงทุนชาวสิงคโปร์ไปลงทุนในพม่า  


ทั้งนี้ นางได้มีโอกาสพบปะประชาชนชาวพม่าที่ทำงาน และอาศัยอยู่ในสิงคโปร์อีกด้วย  โดยมีชาวพม่าถามความคิดเห็นของนางถึงเรื่องชาวโรฮิงญาว่าชาวโรฮิงญาแต่งเรื่องการที่พวกเขากำลังถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อยู่ในขณะนี้ว่าเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมา  ซึ่งนางซูจีเองก็เห็นด้วยด้วยกล่าวว่า ชาวโรฮิงญาแต่งเรื่องขึ้นมาเองทั้งหมด พร้อมมีการชักชวนให้ชาวพม่าออกมาตอบโต้ชาวโลกถึงเรื่องเหตุการณ์ที่ชาวโรฮิงญาถูกทหารพม่าฆ่า จับกุมและมีการทรมาน ข่มขื่นสตรีและเด็กสาว  เผาบ้านเรือนวอดหลายพันหลัง  และขโมยของมีค่าชาวโรฮิงญาว่า ไม่เป็นความจริงแต่ประการใด


รัฐบาลพม่าใช้สื่อของรัฐ และสื่อต่างๆ ในพม่าในการโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ ถึงกรณีเรื่องชาวโรฮิงญา เช่นพวกโรฮิงญาเผาบ้านตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจต่อชาวโลก  จับชาวโรฮิงญาผู้บริสุทธิ์แล้วบังคับให้ยืนถ่ายรูปพร้อมถือปืน พร้อมมีด บ้างก็จับชาวโรฮิงญาทั้งครอบครัวรวมทั้งเด็กเล็ก แล้วลงข่าวว่าจับผู้ก่อการร้ายชาวโรฮิงญาได้  และมีการประโคมข่าวในพม่าว่า เรื่องการข่มขื่นชาวโรฮิงญาโดยทหารพม่าไม่เป็นความจริงแต่ประการใด  


รัฐบาลพม่ามีความพยายามปิดข่าวของทุกๆ การกระทำที่โหดเหี้ยมของทหารและตำรวจชายแดนพม่าต่อชาวโรฮิงญา ด้วยการห้ามนักข่าวต่างประเทศเข้าไปทำข่าวในพื้นที่ที่เกิดเหตุ  แม้กระทั่งนักข่าวต่างประเทศชื่อ Fiona MacGregor ของสำนักข่าวเมียนมาร์ ไทมส์เอง ก็ถูกไล่ออกจากงานเมื่อเขียนข่าวถึงการที่ชาวโรฮิงญาถูกข่มขื่นในหม่องดอว์  หลังจากรัฐมนตรีประจำกระทรวงข่าวสาร  U Pe Myint ยกหัวถึงเมียนมาร์ ไทมส์ต่อว่าที่ปล่อยให้ MacGregor เขียนข่าวเรื่องชาวโรฮิงญาถูกทหาพม่ารุมข่มขื่น


ที่มา –
Reporter’s sacking followed MoI phone call, sparking press freedom fears
http://frontiermyanmar.net/en/news/reporters-sacking-followed-moi-phone-call-sparking-press-freedom-fears

Tuesday, November 29, 2016

"อองซาน ซูจี" เลื่อนเยือน "อินโดนีเซีย"



ไม่กล้าสู้หน้าชาวโลก!! "อองซาน ซูจี" เลื่อนเยือน "อินโดนีเซีย" ไม่มีกำหนด หลังถูกแรงกดดันจากทั่วโลก กรณีโรฮิงญา


เมื่อวันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2559 มีมุสลิมหลายพันคนจากหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศไทย บังกลาเทศ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ร่วมกันประท้วงต่อต้านรัฐบาลพม่าในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญาในหม่องดอว์ 
ล่าสุด นางออง ซาน ซูจี เลื่อนกำหนดการเดินทางไปเยียนอินโดนีเซียโดยไม่มีกำหนด หลังจากมีการชุมนุมประท้วงเกิดขึ้นในอินโดนีเซีย และการวางแผนระเบิดโจมตีสถานทูตเมียนมา ในกรุงจาการ์ตา ที่ตำรวจเพิ่งจะรวบตัวผู้ต้องสงสัยไปเมื่อไม่นานนี้
 

นางอองซาน ซูจี เจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติซึ่งเพิ่มสูงขึ้นจากสิ่งที่เจ้าหน้าที่สหประชาชาติกล่าวว่าเป็นการเริ่มต้นของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์


รัฐบาลของเธอ ปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านั้น โดยระบุว่ากองทัพกำลังตามล่าผู้ก่อการร้ายที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีรุนแรงกับด่านชายแดนตำรวจเมื่อเดือนก่อน


ผู้สื่อข่าวต่างชาติ ผู้สืบสวนอิสระ องค์กรเอ็นจีโอ และการช่วยเหลือทางด้านอาหาร ยารักษาโรค ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ทางเหนือของรัฐยะไข่ติดชายแดนบังกลาเทศ

 ที่มา – 
1. วีดีโอ AJ+
2. ไม่กล้าสู้หน้าชาวโลก!! "อองซาน ซูจี" เลื่อนเยือน "อินโดนีเซีย" ไม่มีกำหนด หลังถูกแรงกดดันจากทั่วโลก กรณีโรฮิงญา
http://inter.tnews.co.th/contents/214937/

Saturday, November 26, 2016

หญิงโรฮิงญากล่าวว่าพวกเขาถูกข่มขื่น



หญิงชาวโรฮิงญาที่หลบหนีออกมาได้จากหม่องดอว์ได้เล่าประสบการณ์อันโหดร้ายว่า นางถูกข่มขื่นและต้องตกเลือด นางเล่าต่อว่าญาติของนางก็ถูกทหารพม่าข่มขื่นและถูกฆ่าตาย ส่วนหญิงวัยกลางคนอีกคนได้เล่าว่า ทหารได้ข่มขื่นลูกสาวของนางและถูกฆ่าตาย ทหารอีก 7 นายยังพยายามข่มขื่นนางเช่นกัน แต่นางรอดพ้นเงื้อมมือพวกทหารมาได้


มีหญิงชาวโรฮิงญาหลายสิบคนที่ถูกทหารพม่าข่มขื่นในหม่องดอว์ แต่ทางรัฐบาลพม่าออกมาปฏิเสธว่ากองทัพไม่ได้มีการข่มขื่น ฆ่าและทรมานชาวโรฮิงญาผู้บริสุทธิ์ และไม่ได้เผาบ้านเรือนชาวโรฮิงญา


"นายจอห์น แม็คคิสซิค เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR ตำหนิ


เมียนมาร์ว่า รัฐบาลกำลังกวาดล้างชาวโรฮิงญาไปจากดินแดนของตัวเอง ในปฏิบัติการตอบโต้ที่เป็นการร่วมมือกันระหว่างทหารและตำรวจชายแดน หลังเกิดเหตุโจมตีฐานรักษาการณ์ชายแดน 3 แห่ง ในเมืองหม่องดอว์เมื่อเดือนตุลาคม นอกจากนี้ยังมีการเข่นฆ่าผู้ชายและเด็ก ข่มขืนเด็กผู้หญิง เผาและปล้นบ้านเรือน บีบให้คนจำนวนมากต้องหนีตายข้ามแม่น้ำเข้าไปในบังคลาเทศ"


ที่มา –
1. คลิปวีดีโอ AJ+
2. "ยูเอ็น ชี้เมียนมาร์ ล้างเผ่าพันธุ์ "โรฮิงญา"" http://www.nationtv.tv/main/content/foreign/378524978/

Friday, November 25, 2016

คลิปประท้วงหน้าสถานฑูตพม่าในไทย



วันนี้มีการประท้วงหน้าสถานฑูตพม่าจัดโดยสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของสำนักจุฬาราชมนตรี  ซึ่งมีพี่น้องชาวโรฮิงญาและมุสลิมที่อยู่ในไทยร่วมใจกันมาประท้วงตอนประมาณ 14.00 น. เพื่อเป็นการเรียกร้องรัฐบาลพม่าให้หยุดฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญาในหม่องดอว์ 

ไม่ใช่แค่ที่ประเทศไทยเท่านั้นที่มีการจัดประท้วง แต่มีอีกหลายประเทศที่ได้มีจัดการประท้วงพร้อมเพียงกัน ไม่ว่าจะเป็นประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส อังกฤษ ตุรกี สหรัฐอเมริกา อินเดีย คูเวต ปากีสถาน อียิปต์ ปาเลสไตน์ บาห์เรน และเยเมน

ที่มาคลิปและข้อมูลข่าว – PPtv Thailand


“ปทท.ไทย อีก 3 เดือนเราเจอกัน” ทหารยิวโพสต์ในอินสตาแกรม

  ทหารอิสราเอลโพสต์รูปเซลฟี่ในอินสตาแกรม ที่ถ่ายหน้าบ้านของเศรษฐีในกาซ่าที่พวกมันจุดไฟเผา ในพื้นที่มูซาเบะฮ์ ตอนเหนือของราฟะฮ์ พร้อมแคปชั่น ...