Wednesday, May 18, 2016

ผู้ต้องหาคดีระเบิดราชประสงค์ปล่อยโฮพร้อมตะโกนออกมาต่อหน้าสื่อว่า “ผมไม่ใช่สัตว์ ผมเป็นคน ผมเป็นคน โปรดช่วยผมด้วย!”

17 พฤษภาคม 2016
นายอาเดม คาราดัก หรือนายบิลาล มูฮัมหมัด หนึ่งในสองของมุสลิมชายชาวอุยกูร์จากจีนถูกกล่าวหาว่า เขาเป็นผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดราชประสงค์ปีที่แล้ว ได้ปล่อยโฮออกมาต่อหน้าสื่อและตะโกนว่า “ผมไม่ใช่สัตว์ ผมเป็นคน ผมเป็นคน โปรดช่วยผมด้วย” นายคาราดักอยู่ในสภาพโกนศีรษะ ตีตรวนที่ขา และไม่สวมรองเท้า ระหว่างที่ถูกคุมตัวขึ้นศาลทหารพร้อมกับนายยูซุฟู มีไรลี เมื่อวันอังคารที่ 17/05/16

 นายอาเดม คาราดักหรือนายบิลาล มูฮัมหมัด ผู้ต้องหาคดีระเบิดราชประสงค์ร่ำไห้พร้อมตะโกนออกมาว่า “ผมไม่ใช่สัตว์ ผมเป็นคน ผมเป็นคน โปรดช่วยผมด้วย” ขณะที่ถูกนำตัวขึ้นศาลทหารเมื่อวันที่ 17 พฤกษภาคม 2016 


เหตุระเบิดดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2015 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 20 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ 7 คน แยกเป็นชาวจีน 5 คน ชาวฮ่องกง 2 คน และบาดเจ็บกว่า 120 คน และไม่มีกลุ่มติดอาวุธใดๆ ออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ระเบิดในครั้งนี้


ตำรวจจึงจับกุมตัวผู้ต้องสงสัย 2 คนคือนายยูซูฟู มีไรลี และอาเดม คาราดัก ซึ่งทั้งคู่เป็นชาวอุยกูร์ และศาลอนุมัติหมายจับทั้งหมด 15 คน 8 คนในหมายจับเป็นชาวตุรกีหรืออาศัยอยู่ในตุรกี อ้างจากแถลงการณ์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ


ทางด้านนายคาราดักและนายมีไรลีให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา


ในศาลทหาร นายคาราดักร่ำไห้พร้อมยกเสื้อขึ้น และชี้ไปที่รอยแผลฟกช้ำ โดยให้การผ่านล่ามว่า เขาถูกเจ้าหน้าที่ซ้อมถึง 2 ครั้งในเดือนนี้ระหว่างถูกจำคุก


ผู้พิพากษากล่าวในศาลว่าจะมีการสอบสวนในเรื่องนี้ และจะรับพิจารณาคำขอจากทนายของนายคาราดักเพื่อย้ายเขาไปเรือนจำใหม่


นายชูชาติ กันภัย ทนายความของนายอาเดม คาราดัก กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ลูกความของตนโดนทรมานจนต้องรับสารภาพ ซึ่งเมื่อวันที่ 20-24 ก.ย. ปีที่แล้ว ในช่วงหัวค่ำจนถึงเช้าของอีกวันตลอดระยะเวลาดังกล่าว มีเจ้าพนักงานเข้ามาทำการสอบสวนนายคาราดักราว 10 นาย ได้สอบสวน และสอบถามให้เขารับว่าเป็นชายเสื้อเหลืองในภาพถ่าย เมื่อเขาปฏิเสธเขาถูกจับกรอกน้ำเย็นใส่จมูกหลายครั้ง ทำให้ทรมานมากแต่เขายังยืนยันปฏิเสธว่าไม่ใช่ชายเสื้อเหลือง มีการนำสุนัขทหารตัวใหญ่สีดำมาด้วย 1 ตัว และบังคับให้เปลือยกายและปิดตาเอาไว้ โดยมีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งได้จูงสุนัขตัวดังกล่าวมาใกล้ตัว และปล่อยให้สุนัขเห่ากรรโชกเสียงดังใส่ นอกจากนั้นยังมีการให้นายคาราดักแต่งตัวเลียนแบบชายเสื้อเหลืองตามภาพ และได้มีการบันทึกภาพไว้และบังคับให้รับสารภาพ รวมถึงมีการชกต่อยไปที่ท้องของเขาจนทำให้เขาเจ็บท้องเป็นอย่างมาก ด้วยความกลัวเขาจึงยอมรับว่าเป็นบุคคลตามภาพที่เจ้าหน้าที่เอามาให้ดู และเจ้าหน้าที่ยังมีการนำเอกสารมาให้นายคาราดักเซ็น โดยไม่มีการแปลอธิบายว่าเนื้อหาในเอกสารเป็นอย่างไร


ส่วนนายมีไรลีได้ขอความช่วยเหลือจากสื่อ “เราเป็นผู้บริสุทธิ์ ช่วยเราด้วย ช่วยเราด้วย สิทธิมนุษยชนอยู่ที่ไหน?” นายมีไรลีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อยขณะที่เขาถูกเจ้าหน้ากรมราชทัณฑ์นำ ตัวออกมาจากรถตู้ข้างหน้าศาลทหาร


นายอาเดม คาราดัก (คนหน้า) ยูซุฟฟู มีไรลี (คนข้างหลัง) ถูกเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคน มาขึ้นศาลทหาร 


ทนายกล่าวว่ามีพยานมากกว่า 250 คนที่สามารถเรียกมาให้การกับศาลได้ และคดีนี้อาจจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้ หรืออาจจะต้องยืดยาวไปถึงปีหน้า


ทางด้านนายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงกรณีที่นายอาเด็ม คาราดัก ที่อ้างว่าเขาถูกซ้อม กล่าวว่าได้ตรวจสอบกับโรงพยาบาลราชทัณฑ์แล้วพบว่าไม่มีร่องรอยการทำร้ายร่าง กายแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ถ่ายภาพมาประกอบในการชี้แจงกับสื่อมวลชนครั้งนี้ แต่ยืนยันว่าตรวจโดยแพทย์กรมราชทัณฑ์


รักษาการอธิบดีกรมราชทัณฑ์กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการแสดงออกของนายอาเด็มเพื่อเรียกร้องความสนใจจาก สื่อมวลชนซึ่งอาจจะเรียกร้องไปถึงนักสิทธิมนุษยชนให้มาสนใจกรณีของตนเอง
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด นายคาราดักสร้างเรื่องขึ้นมาเอง และไม่มีเจ้าหน้าที่รายใดจะทำร้ายร่างกายผู้ต้องหา


ทางฝ่ายตำรวจเชื่อว่านายคาราดักคือชายเสื้อเหลืองมือวางระเบิด ที่ทางตำรวจได้หลักฐานจากกล้องวงจรปิด โดยที่กล่าวว่านายคาราดักนั่งอยู่ตรงม้านั่งและได้วางเป้เอาไว้ในศาลพระพรหม แล้วเดินออกจากศาลไปไม่นานก่อนที่จะเกิดระเบิดขึ้น

ตำรวจเชื่อว่านายคาราดักคือชายเสื้อเหลืองมือวางระเบิด ที่ทางตำรวจได้หลักฐานจากกล้องวงจรปิด โดยที่กล่าวว่านายคาราดักนั่งอยู่ตรงม้านั่งและได้วางเป้เอาไว้ในศาลพระพรหม แล้วเดินออกจากศาลไปไม่นานก่อนที่จะเกิดระเบิดขึ้น



ที่มา –
1. Thailand bomb suspect breaks down, tells media, 'I'm not an animal'
http://www.reuters.com/arti…/us-thailand-blast-idUSKCN0Y80FR
2. จำเลยคดีระเบิดแยกราชประสงค์ปฏิเสธทุกข้อหา ทนายแถลง
http://prachatai.com/journal/2016/02/64128
3. อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แถลงกรณีอาเด็ม คาราดัก ร้องเรียนต่อสื่อว่าถูกทำร้ายร่างกาย
https://www.facebook.com/BBCThai/photos/pcb.1774416136112752/1774416119446087/?type=3

Saturday, May 14, 2016

ฌอง-คล็อด แวนแดมม์ ดาราฮอลีวูดชื่อดัง กล่าวว่าเขาทานอาหารตามสุนนะฮฺศาสดามูฮัมหมัด (ซ้อลลอลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม)




ฌอง-คล็อด แวนแดมม์ Jean-Claude Van Damme พระเอกนักบู๊
ชื่อดังของวงการฮอลลีวูดถูกถามว่ารับประทานอาหารอย่างไรเขาถึงมี
สุขภาพดี เขาตอบว่าเขาเลือกทานอาหารตามแบบฉบับท่านศาสดา
มูฮัมหมัด (ซ้อลลอลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม)



ฌอง-คล็อด ได้สรรเสริญท่านศาสดามูฮัมหมัด (ซ้อลลอลลอฮุอะลัยฮิ
วะซัลลัม) ว่าท่านเป็นผู้ที่มีความเฉลียวฉลาดเป็นอย่างมาก และท่าน
สามารถล่วงรู้ถึงอนาคตว่าสิ่งใดบ้างที่ดีสำหรับร่างกายมนุษย์ พร้อม
กับแนะนำให้ผู้สัมภาษณ์กลับไปศึกษาเพิ่มเติม เพื่อที่จะได้เรียนรู้ถึง
สิ่งดีๆ มากมายที่อยู่ในศาสนาอิสลาม


ที่มา – The Deen Show

Saturday, May 7, 2016

กองทัพอิสราเอลทิ้งระเบิดถล่มฉนวนกาซ่าติดต่อกัน 4 วันแล้ว

กองทัพอิสราเอลทิ้งระเบิดถล่มฉนวนกาซ่า

ติดต่อกัน 4 วัน ทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิต 

1 คนและบาดเจ็บอีก 5 คน



7 พฤษภาคม 2016





ในตอนบ่ายของวันพุทธที่ 4 พฤษภาคม 2016 กองทัพอิสราเอลเริ่ม


ใช้รถถังยิงเข้ามาในฉนวนกาซ่า ซึ่งหอคอยที่ฮามาสใช้เฝ้าดูกองทัพ

อิสราเอลบริเวณพรมแดนที่ติดกับอิสราเอล ในชูจะอิยะฮฺ Shujaiyya 

ทางตะวันออกของฉนวนกาซ่าตกเป็นหนึ่งในเป้าหมายโจมตีของ

กองทัพอิสราเอล 




กระทรวงศึกษาธิการของฉนวนกาซ่าต้องรีบอพยพเด็กออกจากโรง

เรียนสองแห่งที่อยู่บริเวณ ซุบฮิ อบู คาช Subhi Abu Karsh และ

เบ็ท ดาจัน Beit Dajan หลังจากอิสราเอลยิงปืนใหญ่เข้ามา โดยทาง

กองทัพอิสราเอลได้อ้างว่า เป็นการตอบโต้ที่ฮามาสยิงปืนครกใส่รถ

ทหารอิสราเอล ขณะที่กองทัพกำลังเสาะหาถ้ำใหม่ๆ ที่ฮามาสขุด

เจาะยาวไปถึงอิสราเอล แต่กลับไม่มีกลุ่มใดๆ ออกมาแสดงความรับ

ผิดชอบว่ามีการยิงปืนครกโจมตีทหารอิสราเอล




ทั้งฮามาส อิสลามมิคญีฮาด และกลุ่มอื่นๆ ในฉนวนกาซ่าต่างออก

แถลงการณ์เตือนอิสราเอลว่าจะมีการตอบโต้ถ้าอิสราเอลยังคงโจม

ตีฉนวนกาซ่าต่อไปอีก




อิสราเอลยังใช้เครื่องบินรบโจมตีทางอากาศหลายครั้งในฉนวนกาซ่า


ต่อในช่วงเวลากลางคืน หนึ่งในเป้าหมายคือบริเวณท่าอากาศยานเก่า

ของฉนวนกาซ่า นายมูฮัมหมัด โอมาร์ Mohammed Omer นักคอลัม

นิสต์ชาวกาซ่าของสำนักข่าวมิดเด็ลอีสอาย กล่าวว่า “ครอบครัวใน

ฉนวนกาซ่านับร้อยครอบครัวต่างพากันหนีออกจากบ้าน นับเป็นภาพ

ที่ย้ำเตือนถึงเหตุการณ์สงครามในฉนวนกาซ่าเมื่อปี 2014”




วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม 2016 กลุ่มฮามาสและอิสลามิคญีฮาด


ได้ยิงปืนครกตอบโต้กองทัพอิสราเอลอย่างน้อย 10 ลูก ทาง

อิสราเอลยิงปืนใหญ่เข้ามายังฉนวนกาซ่าอีกหลายลูก โดยอ้างว่าพุ่ง

เป้าโจมตีไปที่ฮามาส แต่ได้สังหารนางซัยนาอฺ อัล-อามูร วัย 54 ปี 

Zeina Al-Amour ที่กำลังนั่งอยู่ในฟาร์มของนางเองที่คานยูนิส 

Khan Yunis ทางภาคใต้ของฉนวนกาซ่า และมีผู้บาดเจ็บอีก 4 คน 

ซึ่งเป็นผู้สูงวัยชื่อนายฮัสซัน ฮัสสะนีน Hassan Hassaneed อายุ 

65 ปีและเด็กอีก 3 คน ที่อาศัยอยู่ที่อัล-ไซตูน Al-Zaytoun 

Neighbourhood หลังจากกองทัพอิสราเอลใช้เครื่องบินรบถล่มร้าน

ผลิตเหล็กบริเวณดังกล่าว แต่อิสราเอลกล่าวหาว่าเป็นสถานที่ที่ผลิต

อาวุธของกลุ่มฮามาส 




ฝ่ายอิสราเอลออกแถลงการณ์ต่อสื่อในอิสราเอลว่า ทางกองทัพได้

ค้นพบถ้ำใหม่ที่ฮามาสขุดยาวไปถึงอิสราเอล แต่ทางฮามาสออกมา

ตอบโต้ทันทีว่า เป็นถ้ำเก่าที่ขุดใช้สมัยสงครามกาซ่าในปี 2014




กลุ่มอิสลามิกญิฮาดออกมาอ้างความรับผิดชอบเมื่อวันพฤหัสบดี ว่า


พวกเขาได้พุ่งโจมตีไปที่ทหารอิสราเอลด้วยปืนครกจำนวนห้าลูก

เหตุการณ์การปะทะกันระหว่างกลุ่มต่างๆ ในฉนวนกาซ่าและกองทัพ


อิสราเอลครั้งล่าสุดนี้ นับได้ว่าเป็นครั้งแรกตั้งแต่สงครามกาซ่าในปี 

2014




วันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม 2016 กองทัพอิสราเอลยังคงส่งเครื่องบินรบ


ถล่มฉนวนกาซ่าต่อ และทางฮามาสได้มีการยิงปืนครกตอบโต้กลับไป

ที่บริเวณชายแดนที่อยู่ติดกับอิสราเอล




มีชายวัยรุ่นชาวปาเลสไตน์บาดเจ็บ 1 คนจากที่ทหารอิสราเอลใช้กระ

สุนจริงยิงเข้าใส่ และมีผู้บาดเจ็บจากการหายใจติดขัดหลังจาก

กองทัพอิสราเอลได้ปาระเบิดแก๊สน้ำตาและยิงกระสุนจริงใส่กลุ่ม ที่

ออกมาประท้วงอิสราเอลจากการเป็นผู้ริเริ่มโจมตีฉนวนกาซ่าก่อน ซึ่ง

เกิดขึ้นที่บริเวณพรมแดนทางตะวันออกของฉนวนกาซ่าที่ติดกับเขต

ยึดครองอิสราเอล




ตอนเช้าตรู่ของวันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2016 กองทัพอิสราเอลยังคง

เดินหน้าใช้เครื่องบินรบทิ้งระเบิด2 ลูกลงบริเวณที่โล่งทางตะวันออก

ของคานยูนิส ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บแต่อย่างใด อ้างจากผู้เห็นเหตุกา

รณ์กล่าวกับสำนักข่ามาอั๊น Ma’an 



ส่วนทางกองทัพอิสราเอลออกแถลงการณ์ในวันเสาร์ (7/05/16) ว่า 

การทิ้งระเบิดสองลูกนี้เพื่อเป็นการตอบโต้ที่ฮามาสยิงจรวดเข้ามายัง

บริเวณทางตอนใต้ของอิสราเอล แต่ฮามาสเองกลับไม่ได้ออกมาอ้าง

ความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้แต่อย่างใด



ที่มา – 
1. Israeli jets carry out raids on Gaza
http://www.middleeasteye.net/news/israeli-jets-carry-out-raids-gaza-palestinian-ministry-1244524570
2. Four Palestinians wounded in Israeli strikes
http://www.daysofpalestine.com/news/four-palestinians-wounded-israeli-strikes/#sthash.S4FZl2sj.uxfs&st_refDomain=t.co&st_refQuery=/5lP2R69Wz8
3. Palestinian injured by Israeli gunfire on Gaza borders
http://english.palinfo.com/site/pages/details.aspx?itemid=78447#.VyzdLeig8NA.facebook 
4. Israeli forces continue airstrikes on Gaza for 4th consecutive day
http://www.maannews.com/Content.aspx?id=771425

Thursday, May 5, 2016

รัฐบาลซีเรียใช้เครื่องบินรบทิ้งระเบิดพุ่งเป้าโจมตีค่ายผู้ลี้ภัย สังหารประชาชนอย่างน้อย 30 คนในอิดลิบ

5/05/16



คลิปวีดีโอฉายให้เห็นเหตุโศกนาฎกรรม หลังจากเครื่องบินรบของรัฐบาลซีเรียพุ่งเป้าทิ้งระเบิดถล่มค่ายลี้ภัยคาร์มูนา Kamuna refugee camp  ที่มีชาวซีเรียที่กลายเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ ใกล้เมืองซาร์มาดา Sarmada ในอิดลิบ Idlib  ซึ่งอยู่บริเวณชายแดนตอนเหนือที่ติดกับพรมแดนประเทศตุรกี  เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2016 ทำให้ประชาชนเสียชีวิตอย่างน้อย  30 คนเสียชีวิต และอีกหลายสิบคนบาดเจ็บสาหัส ซึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บมีทั้งเด็ก สตรี และผู้พิการ



นายอะฮฺหมัด ชากิร Ahmed Shakir เจ้าหน้าที่กู้ภัยของซีเรีย Civil Defense Official กล่าวกับสำนักข่าว Anadolu Agency ว่าเครื่องบินรบของรัฐบาลซีเรียพุ่งเป้าโจมตีค่ายผู้ลี้ภัยคาร์มูนา ทำให้ไฟลุกไหม้เต้นท์ของผู้ลี้ภัย



 “ฝ่ายต่อต้านหลายคนเชื่อว่าการที่รัฐบาลซีเรียยังคงใช้ระเบิดถล่มโจมตีวันละหลายๆ ครั้งอย่างต่อเนื่อง เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่ารัฐบาลซีเรียไม่มีความจริงจังที่ต้องการหยุดสู้รบกับฝ่ายต่อต้าน”  Zeina Khodr ผู้สื่อข่าวของอัลญะซีเราะฮฺ ประจำภาคสนามในซีเรีย กล่าว



“ประชาชนเหล่านี้ (ผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ) พากันมาอาศัยอยู่ใกล้พรมแดนที่ติดกับประเทศตุรกี เพื่อแสวงหาความปลอดภัย  พวกเขาพากันคิดว่าถ้าเขามาพักอาศัยอยู่ติดกับพรมแดนมากเท่าใด พวกเขาก็จะมีความปลอดภัยในชีวิตมากยิ่งขึ้น”



ที่มาของข้อมูล -
http://aa.com.tr/en/world/syrian-regime-strikes-refugee-camp-kills-27/567363

Wednesday, April 27, 2016

ระเบิดพลีชีพหญิงโจมตีใกล้มัสยิดที่เมืองบุรซา ในตุรกี

27/04/2016



คลิปวีดีโอจากกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุระเบิดใกล้มัสยิดประวัติศาสตร์ Bursa Grand Mosque หรือ Ulu Cami เวลาประมาณ 17.25 น. ในวันที่ 27 เมษายน 2016  ทำให้มีผู้หญิงเสียชีวิต 1 ราย และผู้บาดเจ็บ 13 ราย และร้านค้าบริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหายเนื่องจากถูกแรงระเบิด


นาย Mehmet Müezzinoğlu รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า มีพลเรือน 13 ราย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากเหตุระเบิดซึ่งก่อเหตุโดยมือระเบิดหญิงที่เสียชีวิตในเหตุระเบิด


ขณะนั้นมีผู้คนที่มาร่วมละหมาดญะนาซะฮฺถึง 700 คน ที่มัสยิด Bursa Grand Mosque ซึ่งเป็นงานศพของนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง
ของบุรซา


แหล่งข่าวตำรวจกล่าวกับผู้สื่อข่าวตรงบริเวณที่เกิดเหตุว่า มือระเบิดพลีชีพหญิงอายุ 25 ปี และเป็นไปได้ที่ระเบิดทำงานก่อนเวลาที่กำหนดไว้ ทำให้มีจำนวนผู้บาดเจ็บไม่มากนัก


ซึ่งเหตุระเบิดที่ตุรกีในครั้งนี้นับเป็นระเบิดครั้งที่ 5 ของปีนี้แล้ว และระเบิดที่บุรซาได้เกิดขึ้นภายใน 20 ช.ม. หลังจากสถานฑูตสหรัฐในตุรกีได้มีการออกคำเตือนพลเมืองของตนที่อาศัยอยู่ในตุรกี ซึ่งทางการสหรัฐได้อ้างว่าได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวกรองที่น่าเชื่อถือได้

ที่มา –


Saturday, April 23, 2016

พระสงฆ์ไทยใช้โซเชียลมีเดียเทศน์สอนชาวพุทธให้ใช้ความรุนแรงต่อชาวมุสลิม

เณรรูปหนึ่งกำลังยืนมองภาพต่างๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายโดยกล่าวหาว่าชาวมุสลิมนั้นเป็นผู้สังหารโหดชาวพุทธในจังหวัดภาคใต้ ประเทศไทย และภาพหลายนี้ได้มีการจัดแสดงไว้บนบอร์ดที่มันฆะเลย์ ในเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2015


โดย: ABBY SEIFF AND RIN JIRENUWAT
แปลอย่างละเอียดโดย: มุสลิมะฮ ออสเตรเลีย


24/04/2016


พระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท วัย 30 ปี เป็นหัวหน้าพระวิทยากรประจำ
วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม หรือเป็นที่รู้จักในนาม "The Marble 
Temple” ในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยพระมหาอภิชาติพยายาม
ฝืนยิ้ม ขณะที่อธิบายว่าเขาต้องโมโหมากแค่ไหน พระอภิชาติที่
หน้าตายังดูเด็กกว่าวัย ได้ดึงเอกสารต่างๆ ออกมา และกางออกวาง
เต็มโต๊ะ คนที่นั่งอยู่ข้างๆ พระก็คือเพื่อนที่พระเรียกมานั่งด้วย ในขณะ
ให้สัมภาษณ์ พร้อมถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกด้วยมือถือที่มีราคาแพงเลยที
เดียว



“นี้” พระอภิชาติกล่าวพร้อมใช้นิ้วแตะรั่วๆ ไปที่กระดาษเหล่านั้น ซึ่ง
เป็นรูปของพระ 20 รูปที่ถูกฆ่าและอีก 24 รูปที่ได้รับบาดเจ็บตั้งแต่ปี 
2007 จากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดสามชายแดนภาคใต้ เมื่อ
กลุ่มแบ่งแยกแผ่นดินได้ออกปฏิบัติการในบริเวณพื้นที่รอยต่อไทย-
มาเลเซีย ที่เริ่มขึ้นนับตั้งแต่ปี 2004 ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 6,500 คน ซึ่งผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม แม้สถิติผู้เสียชีวิตที่
เปรียบเทียบชาวมุสลิมกับชาวพุทธมีความแตกต่าง แต่พระรูปนี้ก็ไม่
ได้ให้ความสนใจในสถิตินี้ “การเสียชีวิตของพระ 1 รูป สมควรมองว่า
เป็นการโจมตีทางศาสนา” พระอภิชาติอธิบาย “อาตมาเคยเครียดมา
ก่อน เมื่อทราบเรื่องพระสงฆ์ถูกฆ่าและบาดเจ็บ” “ตอนนี้มันผ่านจุดนั้น
ไปแล้ว ไม่เครียดอีกต่อไป แต่เป็นการแก้แค้นแทน นี้คือทำไมอาตมา
ถึงพูดไปอย่างนั้นเกี่ยวกับเรื่องเผ่ามัสยิด: เพราะอาตมาต้องการแก้
แค้น”



เมื่อปลายปีของปีที่แล้ว พระมหาอภิชาติได้กลายเป็นประเด็นให้พูด
ถึง หลังจากได้เรียกร้องให้สาวกของเขาเผ่ามัสยิด 1 หลังสำหรับพระ 
1 รูปที่ถูกฆ่าในภาคใต้ รัฐบาลไทยได้ทำการปิดเฟสบุ๊กส์พระอภิชาติ
ในทันที แต่นั้นเป็นการทำให้เพิ่มความนิยมให้พระกับรูปนี้มากยิ่งขึ้น 
ภายในไม่กี่เดือนมีคนติดตามหลายพันคนในเฟสบุ๊กส์ของเขา ทุกๆ 
สมาชิกแฟนเพจหนึ่งคนตำหนิพระด้วยการไม่เห็นด้วยกับความคิด จะ
มีสมาชิกอีกสองคนที่ร่วมกันให้กำลังใจให้เขาสู้อีกต่อไป



พระมหาอภิชาติกล่าวว่า เขาเรียนด้านการสื่อสารจากมหาวิทยาลัย 
แต่ใช้ทักษะการสื่อสาร ด้วยการเขียนข้อความที่ก่อให้เกิดความ
เกลียดชัง ซึ่งในหน้าเฟสบุ๊กส์ของพระมหาอภิชาติเต็มไปด้วยภาพที่
น่าสยดสยอง ที่มีจุดประสงค์เพื่อโชว์ภาพชาวพุทธถูกฟันศีรษะด้วย
มีดอีโต้ ถูกเผา และถูกยิงด้วยกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลในสามจังหวัด
ชายแดนภาคใต้ รูปหลายรูปเป็นเหตุการณ์หลายปีมาแล้ว ที่ปรากฏ
เป็นข่าวตามหน้าหนังสือท้องถิ่นและหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ แต่พระ
มหาอภิชาติกล่าวกับเราว่าเขาได้รูปภาพและข้อมูลเหล่านี้แต่เพียงผู้
เดียว และกล่าวว่ารูปเหล่านี้เขาได้มาจากเจ้าหน้าที่ข่าวกรองนาย
หนึ่ง (แต่ภาพเหล่านี้ปรากฏในเว็ปเพจที่สร้างขึ้นมาเพื่อต่อต้านชาว
มุสลิมที่มีการแชร์กันมาเป็นเวลายาวนานแล้ว) เขายังได้ต่อว่าสื่อ
กระแสหลักในไทยว่าพยายามปกปิดความเป็นจริง ไม่ค่อยเสนอข่าว
พระสงฆ์และชาวพุทธที่ถูกสังหารใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้



“สิ่งที่อาตมาต้องการทำก็คือปลุกชาวพุทธที่กำลังหลับไหล และคิด
ว่าทุกอย่างสวยงามนั้น อาตมาต้องการให้พวกเขารับรู้ว่ากำลังเกิด
อะไรขึ้น ชาวมุสลิมไม่ได้พยายามที่จะบุกรุกสามจังหวัดชายแดนภาค
ใต้เท่านั้น พวกเขากำลังพยายามที่จะยึดครองทั้งประเทศ” พระมหา
อภิชาติกล่าว



ผู้เป็นไอดอลของพระอภิชาติคือพระวีระธุ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการจราจล
เข่นฆ่าชาวโรฮิงยาในปี 2012-2013 “มีการต่อต้านมุสลิมมากขึ้นใน
ไทย” “สิ่งนี้ไม่ใช่เป็นแมลงสกปรกๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ก้อนหิน แต่มันได้
กลายเป็นกระแสหลักไปแล้ว” แอนโธนี่ ดาวิส (Anthony Davis) นัก
วิเคราะห์ด้านความมั่นคงของ IHS-Jane’s กล่าว



พระสงฆ์ในไทยหาแนวร่วมมากขึ้น ซึ่งเป็นการร่วมมือกับพระสงฆ์ใน
ศรีลังกาและเมียนมาร์ – ทั้งสองประเทศที่มีความเป็นพุทธชาตินิยม
จัด มีการต่อต้านมุสลิมด้วยการใช้ความรุนแรง และในเดือนกุภาพันธ์
ของปีนี้ ชาวไทยพุทธได้มีการจัดงานประชุมในหัวข้อ “วิกฤตพระพุทธ
ศาสนาในเวทีโลก” “Crisis in the Buddhist World” พระสงฆ์ชาวศรี
ลังกาได้กล่าวปราศรัยถึงภัยคุกคามต่อศาสนาพุทธในอนาคต ขณะที่
ประธานของกลุ่มมาบาธา คือพระภัททันตะ ติโลกาภิวังสา และมีพระวี
ระธุเป็นหนึ่งในแกนนำคนสำคัญของกลุ่มมาบาทา โดยพระภัททันตะ
ได้มีการปราศรัยในหัวข้อเรื่องการใช้กฏหมายเพื่อนำมาปกป้องและ
ส่งเสริมพุทธศาสนา ก่อนที่จะได้รับรางวัลผู้นำพุทธโลก



“เรามีความกังวลถึงพวกมุสลิมที่บุกรุกเข้ามาในประเทศไทย” 
ผศ.ร.ท.ดร.บรรจบ บรรณรุจิ Banjob Bannaruji จากมหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และเป็นประธานคณะกรรมการรณรงค์
ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ซึ่งเมื่อปีที่แล้วที่รัฐบาลเตรียมร่าง
รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ล่าสุด ดร.บรรจบ ได้ผลักดันความคิดที่มีมานาน
แล้ว เข้าไปไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ “เรากำลังถูกชาวมุสลิมคุกคาม
อย่างมากเพราะศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่เป็นอันตรายในมุมมอง
ของผม” ดร.บรรจบกล่าว



ประชากรไทยประมาณ 94 เปอร์เซ็นต์นับถือศานาพุทธ และมีเพียง 4 
เปอร์เซ็นต์ที่นับถือศาสนาอิสลาม และก็มีอีกหลายคนที่เชื่ออย่างเขา 
ดร.บรรจบเชื่อว่ามันมีความไม่ชอบมาพากลที่มุสลิมในประเทศไทย
ต้องการขยายศาสนาอิสลามไปทั่วประเทศ โดยเขาอ้างว่ามีการ
ลักลอบมุสลิมชาวโรฮิงญาและชาวบังคลาเทศเข้ามาในประเทศไทย 
แล้วซุกซ่อนพวกเขาไว้ในมัสยิดทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “ทำไม
นะหรือ? เพราะพวกมุสลิมต้องการเพิ่มจำนวนประชากรของเขาที่นี่” 
ดร.บรรจบอธิบาย (ในขณะที่มุสลิมจากเมียนมาร์และบังคลาเทศได้
เข้ามาในแผ่นดินไทย ก็เพราะพวกเขาถูกเรือแวะเข้าไทย และนำมา
กักขังในค่ายต่างๆ ใกล้ชายแดนไทย โดยพวกค้ามนุษย์ที่ต้องการ
ข่มขู่เรียกค่าไถ่ก่อนที่จะขายพวกเขาต่อไปเป็นทาสแรงงาน หรือ
อนุญาตให้พวกเขาเดินทางต่อไปที่ประเทศมาเลเซีย)



นอกเหนือจากการ “บุกรุก” ดร.บรรจบ แสดงความไม่พอใจกับปัญหา
ที่เกิดขึ้นประจำวันที่ก่อขึ้นโดยชาวมุสลิม มัสยิดก็มีการสร้างมากขึ้น 
เด็กเริ่มเรียกร้องสิทธิในการปฏิบัติศาสนาในระหว่างเวลาเรียน และอีก
หลายๆ อย่างที่ทำลายประเพณีเก่าแก่ (เช่นกรณีเด็กในมหาลัย ขอ
ละเว้นที่จะไม่ไหว้รูปปั้นของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่
หัวและพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้า “ผมไม่รู้ว่าทำไมมุสลิมถึง
ถูกสั่งสอนมาให้เป็นคนใจแคบอย่างนี้” ดร.บรรจบ กล่าว



ผมได้เดินทางไปยังสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผมได้พูดคุยกับ
เด็กนักเรียน พวกเขาต่างรับทราบถึงเรื่องพระมหาอภิชาติ และรู้สึก
กังวล “ผมกลัวว่าถ้าพระสงฆ์หรือคนพุทธเผ่ามัสยิด มันจะเกิดปัญหา
ขึ้นมา เราทั้งหมดต่างกลัวถึงการขัดแย้งทางศาสนาที่กำลังจะเกิดขึ้น 
ทั้งชาวพุทธและชาวมุสลิมจะฆ่ากันเอง” นักศึกษาศาสนาจากจังหวัด
ปัตตานีวัย 25 ปี ที่ไม่ประสงค์ออกนามเพื่อความปลอดภัย



นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงหลายคนต่างมีความกังวลเหมือนๆ กัน 
ศาสตราจารย์ซาคารี อาบูซา (Zachary Abuza) ศาสตราจารย์จาก 
National War College ในกรุงวอชิงตันดีซี ที่มีความเชี่ยวชาญทาง
ด้านการเมืองในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเขากล่าวว่า ชาว
พุทธสุดโต่งมีจำนวนมากขึ้น และกระทบอย่างรุนแรงต่อกลุ่มที่ถูก
ทอดทิ้งอยู่แล้ว” “ในปัตตานีมีชุมชนใหญ่ของชาวโรฮิงญา (ที่หลบหนี
มาจากเมียนมาร์) และผมคิดว่าพวกเขาก็รับทราบถึง....ในเหตุการณ์ที่
ชาวพุทธหัวรุนแรงและมีการปลุกปั่นให้ใช้ความรุนแรง และผมคิดว่า
พวกเขาก็กังวลกับปัญหาภาคใต้” ศาสตราจารย์ซาคารีกล่าว


นายปราโมทย์ สมะดี เป็นหนึ่งในหัวหน้าชุมชนมุสลิมและดำรง
ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีไวท์ชาแนล สถานีเคเบิ้ลทีวีมุสลิมในไทย
กล่าว “คนธรรมดาสามัญชนต่างหวาดกลัวต่อทัศนะคติเหล่านี้” แต่
เขายืนยันว่าความกังวลเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับชาวมุสลิมอีกหลายๆ 
กลุ่ม “มุสลิมอีกหลายๆ กลุ่ม, คนที่มีการศึกษา นักวิชาการต่างๆ พวก
เขาไม่ได้กังวลถึงเรื่องนี้แต่อย่างใด.... ชาวมุสลิมในประเทศนี้มี
ประวัติศาสตร์และมีวัฒนธรรมที่ยาวนาน พวกเรามีบทบาทสำคัญยิ่ง
ในการช่วยสร้างประวัติศาสตร์ในไทยด้วยเช่นกัน....มันมีบริบทและมี
ปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้แตกต่างจากประเทศเมียนมาร์"


ชาวพุทธมีความกังวลกับเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน “มีคนหลายคนที่อ้างตัวว่า
เป็นชาวพุทธ แต่พวกเขากลับไม่เอาไหน” นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ 
Sulak Sivaraksa เป็นปราชญ์ชาวพุทธที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง และเป็น
ผู้วิจารณ์พวกที่นิยมใช้ความรุนแรงอย่างเปิดเผย เขาแนะนำพระมหา
อภิชาติว่า “ เขาสมควรเลิกเป็นพระไปซะ เลิกนับถือศาสนาพุทธ 
พระพุทธเจ้าสั่งสอนปราศจากการใช้ความรุนแรง ให้มีความรัก ความ
เมตตา และความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น…. เมื่อใดที่ทำให้ชาวพุทธไป
ผนวกกับลัทธิและนำมันไปผูกติดไว้กับชาตินิยม กับเชื้อชาติ นั่น
แหละที่ถือว่าเป็นอันตรายอย่างมาก”



จากการที่รัฐบาลและชาวพุทธบางคนได้ประณามความคิดเห็นของ
พระมหาอภิชาติที่มีแต่ความเกลียดชังต่อชาวมุสลิม นับเป็นเรื่องที่น่า
ยินดีอย่างยิ่ง นายสะมะดีซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำของชาวมุสลิมกล่าว แต่
คำพูดวิจารณ์อย่างรุนแรงมีการแพร่กระจายอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น
ในเฟสบุ๊กส์ ทวิตเตอร์ และพันธุ์ทิพย์ ที่เป็นเว็ปไซต์ที่มีความนิยมมาก
ที่สุดในประเทศไทย ชาวพุทธจำนวนมากที่เข้าไปร่วมเสวนา “ปัญหา
ที่เกี่ยวกับชาวมุสลิม” ซึ่งมีเฟสบุ๊กส์เพจหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “เปิดโปงอัปรีย์
พาล อภิบาลคุณธรรม” มีสมาชิกเพจอยู่ 18,000 คน โพสต์
โฆษณาชวนเชื่อต่างๆ นานาๆ ที่เป็นการต่อต้านชาวมุสลิม มีการเรียก
ร้องให้หยุดสนับสนุนสินค้าฮาลาล ส่วนเฟสบุ๊กส์เพจที่ชื่อ “กลุ่มต่อ
ต้าน มุสลิมหัวรุนแรง 3 จังหวัดชายแดนใต้” ที่มีสมาชิกในปัจจุบัน 
9,000 คน ที่มีการโพสต์ข้อความต่างๆ เพื่อเอาใจแฟนเพจที่ร่วมกัน
ต่อต้านชาวมุสลิม และมีผู้กดไลค์ 25,000 คนที่เฟสบุ๊กส์เพจ “ศูนย์
พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย” ซึ่งเพจนี้มีส่วนผลักดันให้
หยุดแผนการสร้างนิคมอุตสาหกรรมฮาลาล และต้องย้ายออกไปจาก
เชียงใหม่



เรื่องการต่อต้านมุสลิมทั้งหมดนี้ ทำให้พระมหาอภิชาติอยู่ในสถานะที่
ได้ค่อนข้างได้เปรียบ ซึ่งเขาอ้างว่า ชาวพุทธทั่วประเทศล้วนแล้วแต่มี
ความกระตือรืนร้นที่จะเชื่อฟังทุกๆ คำพูดของเขา



เมื่อผมถามพระมหาอภิชาติว่าจะทำอะไรในก้าวต่อไป? เขาตอบอย่าง
หน้าตาเฉย แต่ล่ามของผมกลับพูดจาแบบตะกุกตะกักกับผมว่า 
“แผนการต่อไปคือการเตรียมน้ำมันใส่ในขวดเอาไว้ เพื่อใช้เป็นระเบิด
ในการเผ่าไหม้” พระมหาอภิชาตกล่าว “มันไม่ใช่แค่อาตมาเท่านั้นนะ 
แต่ชาวพุทธจากทั่วประเทศกำลังจะทำมันด้วยเช่นกัน เพื่อจะโยนมัน
ไปที่ไหนสักแห่ง ไม่มีใครรู้ว่าที่ไหน อาตมาแค่รอเวลาที่จะมีพระภิกษุ
สงฆ์อีกหนึ่งรูปเสียชีวิต ณ ตอนนี้ อาตมาแค่กำลังเผยแพร่อุดมการณ์
ของอาตมาในโลกโซเชียลมีเดียไปพลางๆ ก่อน"
                                   
                                     ______________________________________

ที่มาและรูปภาพ - 
A Thai Monk Is Using Social Media to Preach Violence Against Muslims
http://www.newsweek.com/…/thailand-monk-apichart-social-med…

“ปทท.ไทย อีก 3 เดือนเราเจอกัน” ทหารยิวโพสต์ในอินสตาแกรม

  ทหารอิสราเอลโพสต์รูปเซลฟี่ในอินสตาแกรม ที่ถ่ายหน้าบ้านของเศรษฐีในกาซ่าที่พวกมันจุดไฟเผา ในพื้นที่มูซาเบะฮ์ ตอนเหนือของราฟะฮ์ พร้อมแคปชั่น ...