Monday, December 19, 2016

⛔ ทูตรัสเซียประจำตุรกี ถูกมือปืนยิงตายระหว่างกล่าวสุนทรพจน์เปิดนิทรรศการภาพถ่ายที่กรุงอังการ่า



เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2559 นายอันเดร คาร์ลอฟ Andrey Karlov เอกอัครราชทูตรัสเซีย ประจำตุรกี วัย 62 ปี ถูกมือปืนยิงเข้าที่หลังหลายนัดระหว่างที่เพิ่งกำลังกล่าวสุนทรพจน์เปิดนิทรรศการภาพถ่าย ที่กรุงอังการาเมืองหลวงตุรกี ซึ่งสถานฑูตรัสเซียรับเป็นเจ้าภาพจัดงาน


มือปืนได้รัวกระสุนหลายนัดใส่นายคาร์ลอฟ ทำให้เขาต้องล้มฟุบลงกับพื้นนอนแน่นิ่ง ทำให้บาดเจ็บสาหัส และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล มือปืนที่ใส่สูทสีดำได้ตะโกนเป็นภาษาตุรกีว่า ”อย่าลืมอเลปโป อย่าลืมอเลปโป ใครก็แล้วแต่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารพี่น้องอย่างโหดร้าย ต้องถูกเอาคืน ทีละคน ความตายเท่านั้นที่จะนำผมออกไปจากที่นี่ได้“ จากนั้นมือปืนได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญฆาตกรรม ณ ที่เกิดเหตุ และมีผู้บาดเจ็บ 3 คนหนึ่งใน 3 ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว


มือปืนเป็นตำรวจปราบจราจลประจำเมืองหลวงชื่อ Melih Gokcek ชาวตุรกีวัย 22 ปี โดยเขาไม่ได้ไปทำงานในวันที่เกิดเหตุ นายกเทศมนตรีกรุงอังการ่ากล่าว นาย Gokcek ได้โชว์หลักฐานกับผู้ดูแลงานว่าเขารับหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดให้กับท่านทูต ก่อนที่นาย คาร์ลอฟ จะเริ่มปราศรัยเปิดงานนิทรรศการเพียงไม่กี่นาที


ส่วนเรื่องการเจรจาเรื่องสถานการณ์ในซีเรีย ระหว่างตุรกี รัสเซียและอิหร่าน ที่จะเกิดขึ้นวันนี้ในกรุงมอสโก จะยังคงดำเนินต่อไป สำนักข่าวอินเตอร์แฟ็กซ์โดยอ้างจากนาย Leonid Slutsky สมาชิกรัฐสภาอาวุโสของรัสเซีย


💔ชาวโรฮิงญาเสียชีวิต 1 คนจากการที่ตำรวจชายแดนพม่าหลายนายเปิดฉากกราดยิงใส่ประชาชนผู้บริสุทธิ์

19/12/2016



ตำรวจชายแดนพม่าหลายนายบุกเข้าไปในหมู่บ้าน Du Chira Dan (Kilai Daung) ทางตอนใต้ของมองดอว์ รัฐยะไข่ จากนั้นได้เปิดฉากกราดยิงชาวโรฮิงญาที่เป็นชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ ส่งผลให้นายฮามิต ลูกชายของนูรฺเราะฮฺมัต วัย 55 ปีเสียชีวิตตอน 9.30 น. ในวันนี้ 19/12/16


ที่มา –
Arakan Times

Sunday, December 18, 2016

แนวร่วมธรรมกาย ปลุกปั่นความเกลียดชังระหว่างศาสนา

จะบิดเบือนอะไร ก็ไม่ชั่วร้ายเท่ากับบิดเบือนว่าคนต่างศาสนาบงการให้จับกุมธัมมชโย

แนวร่วมธรรมกายกำลังปลุกระดมบิดเบือนคะนองปาก จับแพะชนแกะ กล่าวเท็จว่าผู้นำศาสนาอื่นอยู่เบื้องหลังบงการจับกุมธัมมชโย เพื่อล้มพระพุทธศาสนาในบั้นปลาย

แล้วก็กล่าวเท็จต่อไปว่า หากดำเนินคดีกับธัมมชโย ต่อไป พระและวัดทั่วประเทศก็จะถูกดำเนินคดีรับของโจรกันหมด เพราะไม่มีใครถามคนเอาเงินมาบริจาคว่าเอามาจากไหน สุจริตหรือไม่?

ประเด็นหลังนี้ เคยพูดไปหลายครั้งแล้วว่า มั่วซั่วมาก

ศาลอาญาออกหมายจับ คดีฟอกเงิน รับของโจร ไม่ใช่เพราะธัมมชโยไม่ถามนายศุภชัยว่าเอาเงินมาจากไหน แต่เพราะมีพฤติการณ์ เส้นทางการเงิน รับ-จ่ายเงินจำนวนมาก บ่อยครั้ง

บางวัน เช็คฉบับละร้อยล้านบาทหลายครั้ง

โดยธัมมชโยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายศุภชัย ถึงขนาดมีชื่อเรียกกันเฉพาะ .

ที่สำคัญ คือ ธัมมชโยเป็นคนตั้งนายศุภชัยเป็น “ไวยาวัจกร” ของวัดเอง

นั่นเป็นคดีอาญาที่ยอมความไม่ได้ แม้จะคืนเงินแล้ว ก็ต้องดำเนินคดีต่อไป เหมือนธนาคารถูกปล้น แม้ได้เงินคืน ก็ต้องดำเนินคดีอาญาต่อเช่นกัน

ข้อน่าสนใจอีกประการ คือ แนวร่วมธรรมกาย ทำไมถึงปลุกระดมสร้างความเกลียดชังไปถึงศาสนาอื่นอย่างไม่มีความละอายเอาเสียเลย?

1) ล่าสุด ปรากฏว่า แนวร่วมของธรรมกายได้มีการอ้างพระวีระธู จากวัดมะโซเย็ง เมียนมา อัดคลิปแสดงความเห็นมายังนายกฯ พลเอกประยุทธ์ ในเชิงกดดัน มิให้เข้าจับกุมธัมมชโย

บางตอนในคลิป พระวีระธู ระบุว่า “...วันนี้อาตมาได้รับทราบข่าวเกี่ยวกับเรื่องราวของวัดพระธรรมกาย ซึ่งอาตมาได้เฝ้าติดตามมาโดยตลอดและได้ทราบจากข่าวว่าทางราชการของประเทศไทยจะบุกเข้าไปจับตัวหลวงพ่อธัมมชโย แห่งวัดพระธรรมกาย หลังจากความพยายามครั้งที่แล้วไม่สำเร็จ โดยในครั้งนี้ได้มีการเพิ่มสรรพกำลังและความพยายามที่จะมาจับตัวหลวงพ่อให้ได้ ทั้งยังพยายามขัดขวางมิให้สาธุชนที่มีความเป็นห่วงเป็นใยในตัวหลวงพ่อได้เดินทางมาวัดโดยสะดวก มีการสนธิกำลังทั้งตำรวจทหารและสุนัขตำรวจเข้ามาจัดการ...

...สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้อาตมา รู้สึกสงสัยอยู่ว่ามีใครบงการอยู่เบื้องหลังหรือไม่

เรื่องนี้ใคร่ขอให้ ทางฝ่ายรัฐบาลและผู้ที่เป็นผู้บริหารในสถาบันหลักของประเทศไทยอย่าได้ปล่อยปละละเลยจนทำให้ศาสนาพุทธสูญสลายไปจากแผ่นดินไทย

ตัวอาตมาเองและคณะสงฆ์เมียนมาก็ได้ทำหน้าที่ปกป้องรักษาพระพุทธศาสนามาด้วยความสงบ ภายใต้กฎหมายเพื่อให้เกิดความสงบร่มเย็นแก่ทุกคน อาตมาเองก็ยึดมั่นเช่นนั้น

สำหรับพุทธศาสนิกชนชาวไทยพร้อมใจกันมาปกป้องพระพุทธศาสนาและวัดพระธรรมกาย ก็ขอให้ทุกท่านทำหน้าที่อย่างเต็มที่...”

2) ความจริง พระวีระธู มีความสัมพันธ์กับธรรมกายมานานแล้ว
เคยมารับรางวัลจากองค์กรพุทธโลกในไทย และได้ไปวัดพระธรรมกายด้วย
คนธรรมกายก็ยกย่องเชิดชู
ถือเป็นไอดอล
ถึงขนาดชื่นชมว่าได้ขึ้นปกนิตยสารไทม์
สะท้อนชัดเจนเลยว่า แก่นความคิดรุนแรง เชื้อปะทุความเกลียดชังต่างศาสนา มีอยู่ในแนวร่วมกลุ่มนี้

3) พระวีระธู เป็นใคร?
คือ พระที่อยู่ในปกไทม์ พาดหัวว่า “โฉมหน้าชาวพุทธผู้สร้างความหวาดกลัว : กองกำลังพระสงฆ์เติมเชื้อความรุนแรงต่อต้านมุสลิมในเอเชียได้อย่างไร”
เป็นพระสงฆ์ที่กระตุ้นให้เกิดความรุนแรง ต่อต้านมุสลิม

ขนานนามตัวเองว่าเป็น “บิน ลาเดน แห่งพม่า” นำเดินขบวนในมัณฑะเลย์ เพื่อสนับสนุนการส่งตัวชาวโรฮีนจาไปยังประเทศที่ 3 ของรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า
พระไพศาล วิสาโล เคยเล่าเรื่องพระวีระธู ในเฟซบุ๊ค Phra Paisal Visalo ความว่า

“ความขัดแย้งระหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิมในพม่า ซึ่งลุกลามกลายเป็นความรุนแรงจนมีคนตายกว่า 40 คน ขณะที่อีก 12,000 คนต้องอพยพหนีภัยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเหตุการณ์ที่ทั้งน่าเศร้าและน่าหวั่นวิตกมาก เพราะไม่เพียงเกิดจากความเคียดแค้นชิงชังที่สั่งสมกันมานานเท่านั้น หากยังเกิดขึ้นจากการปลุกระดมในนามของการปกป้องพุทธศาสนา

พุทธศาสนานั้นปฏิเสธความรุนแรงในทุกกรณี ยิ่งการฆ่าสังหารผู้คนแล้ว ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ก็ถือเป็นบาปทั้งสิ้น แต่กลับมีพระภิกษุจำนวนไม่น้อยเป็นแกนนำในการกระตุ้นให้เกิดความโกรธเกลียดชาวมุสลิม ถึงกับเรียกร้องให้ใช้ความรุนแรงกับคนเหล่านั้น องค์กรที่เป็นแกนหลักในเรื่องนี้เรียกตัวเองว่า “969” ซึ่งมีที่มาจากพุทธคุณ 9 ประการ ธรรมคุณ 6 ประการ และสังฆคุณ 9 ประการ แต่ผู้นำขององค์กรนี้คือ สยาดอ วีระธู กลับเรียกตนเองว่า “บินลาดินแห่งพุทธศาสนา”

ผู้นำของ 969 โจมตีว่าชาวมุสลิมเป็นชาวต่างชาติ (ส่วนใหญ่มีเชื้อสายอินเดีย จีนและบังกลาเทศ) ที่ครอบงำพม่าในทางเศรษฐกิจ และมีแผนที่จะครอบงำในทางวัฒนธรรมและการเมือง รวมทั้งมีแผนเอาศาสนาอิสลามมาแทนที่พุทธศาสนา หากชาวพุทธไม่ลุกขึ้นต่อต้านและจัดการกับชาวมุสลิม พม่าก็จะ “สิ้นชาติ” และพุทธศาสนาก็จะดับสูญ นอกจากการพิมพ์หนังสือ ผลิตวีดีโอ และซีดีปลุกระดมแล้ว พระภิกษุหลายรูปยังเดินสายปลุกระดมญาติโยม รวมทั้งรณรงค์ให้ไม่ซื้อสินค้าหรือทำการค้าขายกับชาวมุสลิมทั่วประเทศ โดยมีการนำป้าย 969 มาติดตามร้านค้าต่างๆ เพื่อเชิญชวนให้ชาวพุทธซื้อสินค้าจากร้านเหล่านี้เท่านั้น ตามคำขวัญที่ว่า “เชื้อชาติเดียวกัน ศาสนาเดียวกัน” ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยมีเสียงคัดค้านหรือทักท้วงจากผู้นำชาวพุทธในพม่าน้อยมาก...

...ชาวมุสลิมนั้นเป็นชนส่วนน้อยมากๆ ในพม่า มีสัดส่วนแค่ 4% ของประชากร เป็นไปได้อย่างไรที่คนจำนวนน้อยนิดดังกล่าวจะมาทำลายพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาของคนส่วนใหญ่ หากพุทธศาสนาจะเสื่อมโทรมถดถอย ก็มิใช่เป็นเพราะคนอื่น แต่เป็นเพราะชาวพุทธด้วยกันเอง ข้อนี้พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้นานแล้วว่าหากพระสัทธรรมจะเสื่อมสูญก็เพราะพุทธบริษัททั้ง 4 ไม่ใส่ใจในการศึกษาและปฏิบัติพระสัทธรรม

...นี้ไม่ใช่ความรุนแรงครั้งแรกที่เกิดขึ้น ปลายปีที่แล้วก็มีเหตุจลาจลที่รัฐยะไข่ จนมีคนตายร่วม 180 คน ผู้คนนับแสนต้องพลัดที่นาคาที่อยู่ ความรุนแรงดังกล่าวลุกลามเพราะมีการจัดตั้งอย่างเป็นขบวนการเช่นเดียวกับความรุนแรงเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผู้รู้ในพม่าบอกว่า กลุ่มพระภิกษุสงฆ์ที่เป็นแกนนำในการก่อความรุนแรงดังกล่าวได้รับอิทธิพลจากพระภิกษุในศรีลังกาซึ่งใช้วิธีการเดียวกันกับชาวมุสลิมที่นั่น เชื้อแห่งความเกลียดชังนั้นแพร่หลายได้ง่าย หวังว่าชาวพุทธไทยจะมีภูมิต้านทานเชื้อดังกล่าวมากพอ จนไม่ถึงกับทำร้ายใครในนามของการปกป้องพุทธศาสนา และหากสามารถชักชวนพี่น้องชาวพุทธในพม่าให้กลับมามีสติและยุติความรุนแรงที่กระทำต่อพี่น้องชาวมุสลิม ก็ควรแก่การอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่ง...”

ปัจจุบัน โรฮีนจาในเมียนมาถูกฆ่าตายเป็นเบือ มากกว่าช่วงที่พระไพศาลเล่าไว้ข้างต้นเสียอีก
แต่พระรูปนี้ คือ ไอดอลของคนธรรมกาย

เป็นแนวร่วมของธรรมกายที่แสดงตัวออกมาล่าสุด

การใส่ร้ายป้ายสีศาสนาอื่นของแนวร่วมธรรมกายในบ้านเราเวลานี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการขบวนการปลุกระดมโดยพวกหัวรุนแรงที่กำลังดิ้นรนทำทุกอย่าง เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหาคดีฟอกเงินให้รอดพ้น ไม่ต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลยุติธรรมของไทย

ที่มา -
แนวร่วมธรรมกาย ปลุกปั่นความเกลียดชังระหว่างศาสนา
http://www.naewna.com/politic/columnist/27592

ชาวอเลปโปตะวันตกที่นับถือชีอะฮฺเฉลิมฉลองขณะที่มุสลิมในอเลปโปตะวันออกถูกเข่นฆ่า กำลังอดตาย



เมื่อฝ่ายรัฐบาลอัสซาดผู้นำทรราชของซีเรียได้ประกาศว่าพวกเขาสามารถยึดอเลปโปตะวันออกทั้งหมดได้จากฝ่ายต่อต้าน ประชาชนที่นับถือชีอะฮฺและภักดีต่อผู้นำทรราชในอเลปโปตะวันตก ต่างพากันเฉลิมฉลอง เต้นรำ สนุกสนาน บนความหายนะของมุสลิมสุนนีย์ที่ถูกเข่นฆ่า และผู้ที่ยังมีชีวิตรอดอยู่กำลังรอความตายจากอากาศที่หนาวเหน็บและกำลังอดตาย

เครดิต – เพจข้าคือพระยาโค มหาบุรุษแห่งการตื่นตัว By แอดมินเสื้อส้ม 
ที่มาคลิปวีดีโอที่แปลโดย - จะเชื่อนบีหรือภักดีกับอีหม่าม

Wednesday, December 14, 2016

จนตรอก! "ธรรมกาย" โบ้ย "ศาสนาอิสลาม" อยู่เบื้องหลังจับ "ธัมมชโย" ฟอกเงิน-รุกป่า

13 ธันวาคม 2559 22:17 น.






พบกลุ่มผู้สนับสนุนวัดพระธรรมกาย และพระธัมมชโย กล่าวหาในโซเชียล ศาสนาอิสลามอยู่เบื้องหลังตำรวจ-ดีเอสไอ จับกุมคดีฟอกเงินและบุกรุกป่า ระบุ ทำลายพระพุทธศาสนา


วันนี้ (13 พ.ย.) สำนักข่าวเดอะพับลิคโพสต์ รายงานว่า จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้เตรียมการที่จะจับกุมพระเทพญาณมหามุณี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์ วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหาร่วมกับฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน และรับของโจร รวมทั้งคดีบุกรุกป่าสงวน ที่ อ.ภูเรือ จ.เลย และ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา


พบว่า กลุ่มลูกศิษย์พระธัมมชโยได้ส่งข้อความและแบนเนอร์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์จำนวนมาก โดยกล่าวหาว่า ศาสนาอิสลามอยู่เบื้องหลังในการจับพระธัมมชโย สั่งตำรวจลุยวัด เพื่อปลุกกระแสความเกลียดชังต่อมุสลิม และกล่าวหาเจ้าหน้าที่ว่าดำเนินการเพื่อทำลายพุททธศาสนา นอกจากนี้ ยังพาดพิงไปถึง นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย, นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน, จุฬาราชมนตรี อีกด้วย


ที่มา -
จนตรอก! "ธรรมกาย" โบ้ย "ศาสนาอิสลาม" อยู่เบื้องหลังจับ "ธัมมชโย" ฟอกเงิน-รุกป่า
http://manager.co.th/HotShare/ViewNews.aspx…

Tuesday, December 13, 2016

💔 ทั้งผู้หญิงและเด็กๆ ถูกเผาทั้งเป็น บางครอบครัวยอมฆ่าตัวตายแทนการจำนนต่อกองกำลังอัสซาด

โฆษกสำนักงานข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติเพื่อสิทธิมนุษยชนกล่าวว่าได้รับข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ว่ามีประชาชนในอเลปโปตะวันออก 82 คนถูกยิงตายคาที่ และมีรายงานเพิ่มเติมมาว่าทั้งผู้หญิงและเด็กๆ ถูกเผาทั้งเป็น บางครอบครัวยอมฆ่าตัวตายแทนการจำนนต่อกองกำลังอัสซาด




13/12/16

กองกำลังชีอะฮฺที่ภักดีต่ออัสซาดบุกเข้าไปยังบ้านเรือนของประชาชนในอเลปโปตะวันออก และยิงประชาชนที่หลบอยู่ในบ้านตายคาที่ รวมทั้งเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่เป็นผู้หญิงและเด็กๆ นาย Rupert Colville หนึ่งในโฆษกของสำนักงานข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติเพื่อสิทธิมนุษยชนกล่าว


นาย Colville ได้บรรยายถึงเหตุการณ์ในอเลปโปตะวันออกว่าเป็นการ “ล้มสลายของมนุษยชาติอย่างแท้จริง” ระหว่างฝ่ายต่อต้านที่พยายามสู้กองกำลังอัสซาดอย่างยิบตา และทางยูเอ็นได้รับรายงานเพิ่มเติมมาว่า ทั้งผู้หญิงและเด็กๆ ถูกเผาทั้งเป็นในขณะที่บางครอบครัวเลือกที่จะฆ่าตัวตายแทนการยอมจำนนต่อกองกำลังอัสซาด


โฆษกสำนักงานข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติเพื่อสิทธิมนุษยชนกล่าวว่า ประชาชนในอเลปโปตะวันออก 82 คนถูกยิงตายคาที่ รวมทั้งผู้หญิง 11 คนและเด็กๆ อีก 13 คน


ประชาชนนับแสนคนติดอยู่ในอเลปโปตะวันออกที่เหลือพื้นที่เพียงน้อยนิดที่ฝ่ายต่อต้านยังคงปกครองอยู่ และตอนนี้ถูกกองทัพอัสซาดและพันธมิตรโจมตีทางอากาศอย่างหนักในขณะที่ทหารอัสซาดและกองกำลังที่ภักดีต่ออัสซาดรุกคืบเข้ามาทางพื้นดินในพื้นที่ที่ฝ่ายต่อต้านปกครองอยู่อย่างหนัก
ทั้งทางยูเอ็นและคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศวอนฝ่ายพันธมิตรรัสเซียให้หยุดสังหารถล่มอเลปโปตะวันออกและอนุญาตให้ประชาชนลี้ภัยออกไปได้อย่างปลอดภัย


“เราได้รับรายงานถึงเหตุการณ์ที่เลวร้าย เมื่อเย็นวานนี้ มีศพหลายศพนอนตายอยู่กลางถนน ชาวอเลปโปไม่สามารถนำศพไปฝังได้ เพราะมีการโจมตีทางอากาศอย่างหนัก และเกรงถูกลอบยิงโดยมือปืนสไนเปอร์ของกองกำลังอัสซาด” นาย Colville กล่าว


ที่มา-
Aleppo Civilians Killed in 'Complete Meltdown of Humanity': U.N.
http://www.nbcnews.com/…/aleppo-civilians-killed-complete-m…
Aleppo battle: UN says 82 civilians shot on the spot
http://www.nbcnews.com/…/aleppo-civilians-killed-complete-m…


“ผมกำลังรอความตายหรือถูกทหารอัสซาดจับตัว..."

“ผมกำลังรอความตายหรือถูกทหารอัสซาดจับตัว ช่วยขอดุอาให้ผมและโปรดอย่าลืมเราในดุอาของพวกท่านด้วยครับ” ช่างภาพจากอเลปโปตะวันออก

 หนูน้อย Bana Alabed ที่ถูกสัมภาษณ์โดยสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น และมีผู้ติดตามทวิตเตอร์ถึง
 244,378 คน ที่ทวิตเล่าเหตุการณ์เลวร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอเลปโปตะวันออกได้โพสต์ข้อความทวิตเตอร์สุดท้ายเมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้วว่า “คุณพ่อของหนูบาดเจ็บในตอนนี้ หนูร้องไห้เสียใจ – Bana”

 แม่ของหนูน้อย Bana ได้โพสต์ทวิตเมื่อ 19 ช.ม.ที่ผ่านมา “ข้อความสุดท้าย – ฉันรู้สึกเศร้าใจมากๆ ที่ไม่มีใครในโลกนี้ที่ช่วยเหลือเราได้เลย ไม่มีใครพาฉันและลูกสาวของฉันลี้ภัยออกจากที่นี้ไปได้ ลาก่อน – ฟาติมะฮฺ #อเลปโป


 นักข่าวชาวอเมริกันที่รายงานข่าวจากอเลปโปตะวันออกทวิต
ข้อความ “บางที นี่อาจจะเป็นข้อความสุดท้ายของผมจากอเลปโปตะวันออก กองกำลังอัสซาดกำลังบุกเข้ามาและระเบิดที่ทำลายบังเกอร์ใต้ดินมีการถล่มอย่างต่อเนื่อง


 รัฐบาลอัสซาดได้บังคับประชาชนที่อพยพหนีมาจากอเลปโปตะวันออกให้ต่อสู้กับฝ่ายต่อต้านในอเลปโปตะวันออก
 ผู้นำมุสลิมทั่วโลกต่างเงียบงันต่อการที่พี่น้องในอเลป
โปตะวันออกถูกอัสซาดและแก๊งค์สังหารฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

 แปลกใจมั้ยว่าทำไมไม่มีผู้นำชาติใดๆ รวมทั้งผู้นำมุสลิม และยูเอ็น เข้ามาแทรกแซงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในอเลปโปในตอนนี้ นี้คือพาดหัวหนังสือพิมพ์เมื่อปี 2013 3 ปีที่แล้ว ที่พาดหัวว่า "รัฐบาลอิสราเอลกล่าว่าอัสซาดต้องอยู่ต่อไป" คือบอสใหญ่สั่งมา
 
กองกำลังอัสซาดและพันธมิตรกำลังรุกคืบใกล้ยึดอเลปโปตะวันออกจากฝ่ายต่อต้านเกือบหมดแล้ว ประชาชนจำนวนมากที่ยังติดในอเลปโปตะวันออกหรือผู้ที่ไม่ต้องการอพยพออกจากพื้นที่ที่ฝ่ายต่อต้านปกครองอยู่ต่างพากันหวาดกลัวว่า พวกเขากำลังรอความตาย หรือไม่ก็ต้องถูกจับกุมโดยทหาร/กองกำลังที่ภักดีต่ออัสซาด ซึ่งนั้นหมายถึงการถูกทารุณต่างๆ และเสียชีวิตอย่างทรมาน


“ผมกำลังรอความตายหรือต้องถูกจับกุมโดยทหารของอัสซาด.... โปรดขอดุอาให้ผมและอย่าลืมพวกเราในดุอาของพวกท่านด้วยครับ” อามีน อัล-ฮาลาบีย์ ช่างภาพที่โพสต์รูปสงครามในอเลปโปตะวันออกได้โพสต์ข้อความสุดท้ายในเฟสบุ๊กส์ส่วนตัว


นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ เพียงแค่ออกมาพูดลอยๆ แสร้งแสดงความห่วงกังวลต่อกรณีที่มีรายงานข่าวว่ามีการใช้ความรุนแรงต่อประชาชน เป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง เด็กๆ และผู้สูงอายุ ในเมืองอเลปโป


สำหรับประชาชนที่ตัดสินใจอพยพออกไปอยู่พื้นที่ที่อัสซาดปกครองอยู่หายตัวไปจำนวนมาก ญาติๆ ไม่สามารถติดต่อพวกเขาได้อีกเลย และอัสซาดได้บังคับมุสลิมชายบางส่วนให้กลายเป็นนักรบของตนจับอาวุธต่อสู้กับฝ่ายต่อต้านอัสซาด


หนูน้อย Bana Alabed ที่ถูกสัมภาษณ์โดยสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น และมีผู้ติดตามทวิตเตอร์ถึง 244,378 คน ที่ทวิตเล่าเหตุการณ์เลวร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอเลปโปตะวันออกได้โพสต์ข้อความทวิตเตอร์สุดท้ายเมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้วว่า “คุณพ่อของหนูบาดเจ็บในตอนนี้ หนูร้องไห้เสียใจ – Bana”


ส่วนแม่ของบาน่าทวิตเมื่อ 19 ช.ม.ที่ผ่านมา “ข้อความสุดท้าย – ฉันรู้สึกเศร้าใจมากๆ ที่ไม่มีใครในโลกนี้ที่ช่วยเหลือเราได้เลย ไม่มีใครพาฉันและลูกสาวของฉันลี้ภัยออกจากที่นี้ไปได้ ลาก่อน – ฟาติมะฮฺ #อเลปโป


นักข่าวชาวอเมริกันที่รายงานข่าวจากอเลปโปตะวันออกทวิตข้อความ “บางที นี่อาจจะเป็นข้อความสุดท้ายของผมจากอเลปโปตะวันออก กองกำลังอัสซาดกำลังบุกเข้ามาและระเบิดที่ทำลายบังเกอร์ใต้ดินมีการถล่มอย่างต่อเนื่อง


“ปทท.ไทย อีก 3 เดือนเราเจอกัน” ทหารยิวโพสต์ในอินสตาแกรม

  ทหารอิสราเอลโพสต์รูปเซลฟี่ในอินสตาแกรม ที่ถ่ายหน้าบ้านของเศรษฐีในกาซ่าที่พวกมันจุดไฟเผา ในพื้นที่มูซาเบะฮ์ ตอนเหนือของราฟะฮ์ พร้อมแคปชั่น ...