Thursday, May 19, 2016

ไฟไหม้วอดมัสยิดในจีลองออสเตรเลีย

18/05/16




เหตุการณ์ลอบวางเพลิงมัสยิดในจีลอง รัฐวิกตอเรีย เกิดขึ้นเมื่อวัน


พุทธที่ 18/05/16เวลาตี 2.10 ผู้อาศัยอยู่บริเวณมัสยิดเล่าให้ฟังว่า 

พวกเขาต้องผวาตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงเหมือนระเบิดลูกใหญ่ก่อนที่

ไฟจะเริ่มไหม้มัสยิด “ท้องฟ้ากลายเป็นสีส้มเข้ม ไฟไหม้ในช่วงชั่วโมง

แรกเป็นไปอย่างบ้าคลั่ง มีควันเยอะมากและไฟยังคุอยู่อย่างนั้น ไฟ

ไหม้ลามไปถึงไหม้หลังคามัสยิด” ชาวบ้านกล่าวกับสถานีวิทยุ3AW




“ชาวบ้านแถวนั้นต่างวิ่งเข้าไปในบ้านแล้วต่างก็หยิบสายยางออกมา 


แต่ไฟไหม้ลามใหญ่โต พวกเขาตระหนักว่าสายยางคงทำอะไรไม่ได้

ในเวลานั้น” แพท มิชเชลล์ Pat Mitshell กล่าวกับสำนักข่าว Fairfax 

จากที่เกิดเหตุ




รถดับเพลิง 7 คันหยุดไฟเอาไว้ได้ในที่สุด แต่มัสยิดได้ถูกเพลิงเผา

ผลาญเป็นเถ้าถ่าน นายมาร์ค ซิงกินซัน เจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิง

กล่าวกับสำนักข่าว Herald Sun ว่า มัสยิดได้รับความเสียหายจาก

เพลิงไหม้เป็นอย่างมาก “มีเพียงฝาผนังอย่างเดียวที่ยังคงเหลืออยู่” 





มีพยานเห็นชายใส่เสื้อฮูดคนหนึ่งทำตัวมีพิรุธน่าสงสัยอยู่บริเวณหน้า

มัสยิด ก่อนที่จะขับรถยี่ห้อโฮลเด้นคอมมานดอร์หนีไปด้วยความเร็ว




นายมูฮัมหมัด รามซาน Mohammad Ramzan อีหม่ามมัสยิดและ


ครอบครัวอาศัยอยู่ติดกับมัสยิดวิ่งหนีออกมาทัน โดยที่ภรรยาของอี

หม่ามรีบปลุกเขาเมื่อนางสะดุ้งตื่นได้เสียงเหมือนฟ้าผ่าที่มาจาก

สยิด “เราจึงมองออกมาข้างนอกแล้วเห็นไฟกำลังไหม้มัสยิด” อีหม่า

มมูฮัมหมัดกล่าว




มัสยิดในจีลอง เป็นมัสยิดแห่งเดียวที่มุสลิมที่อาศัยในเมืองนี้ใช้เป็นที่


ปฏิบัติศาสนกิจ และมัสยิดแห่งนี้ได้ซื้อต่อมาจากโบสถ์เมื่อ 23 ปีที่

แล้ว ทางอีหม่ามมูฮัมหมัดกล่าวกับ Ten Eyewitness News 

Melbourne ว่าเพิ่งเสร็จสิ้นการซ่อมแซมมัสยิดไปไม่นานมานี้เอง ใช้

เงินไป30,000 ออสเตรเลียดอลลาห์ ที่ได้มาจากเงินบริจาคของชา

มุสลิมที่อาศัยอยู่ในรอบๆ บริเวณนั้น




“จีลองเป็นเมืองที่เงียบสงบ มีความปรองดองกัน ชุมชนที่นี่ต่างดีต่อ


กันเสมอมา ผมอาศัยอยู่ในจีลองมา 4 ปีแล้ว และมัสยิดนี้มีอายุได้ 

23 ปี ไม่มีเหตุการณ์ร้ายใดๆ เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้” อีหม่ามมูฮัมหมัด

กล่าว




อีหม่ามมูฮัมหมัดกล่าวต่อไปว่า “ทางมัสยิดได้รับความช่วยเหลือ


อย่างท่วมท้น” ทั้งเพื่อนบ้านที่เป็นต่างศาสนิกเข้ามาถามตลอดว่า

พวกเขาจะช่วยอะไรได้บ้าง ส่วนหัวหน้าบาทหลวง บีชอบฟิลิปส์ ฮัก

กิ๊นส์ Bishop Philip Huggins โบสถ์นิกายแองกลิกันได้บอกกับอี

หม่ามมูฮัมหมัดว่า “จะเปิดโบสถ์ที่นิวทาวน์ ให้มุสลิมใช้ละหมาดวัน

ศุกร์ ถ้ามุสลิมต้องการสถานที่ และหวังที่จะช่วยเหลือมากกว่านี้” 




บิชอบฮักกิ๊นกล่าววา “ทางโบสถ์ต้องการช่วยเหลือเพื่อนชาวมุสลิม


ของเราที่ยังคงยืนหยัดที่จะปฏิบัติศาสนกิจต่อไป”




ทางหัวหน้าบาทหลวงปีเตอร์ มาร์ติน Bishop Peter Martin จาก


โบสถ์เซนต์เจมส์และเซนต์จอห์น St.James and St.Johnในควีนส์

ลิฟ Queenscliff ได้แสดงเจตจำนงเช่นเดียวกันที่จะให้ความช่วย

เหลือต่ออีหม่ามมูฮัมหมัด ถ้าเขาต้องการ





“ไฟไหม้มัสยิดครั้งนี้เป็นหนึ่งในเหตุการณ์การลอบวางเพลิงศาสน

สถานที่เกิดขึ้นในบริเวณนี้ มีการลอบวางเพลิงโบสถ์มาแล้ว 5 แห่ง

ตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว... เราเชื่อว่าไฟไหม้ทั้งหมดมีความเชื่อม

โยงกันหมด” สารวัตรสอบสวนเกรเเฮม แบงส์ Graham Banks กล่าว



สารวัตรแบงส์เชื่อว่าคนร้ายเข้าใจผิดว่ามัสยิดเป็นโบสถ์ แต่ไม่ได้

ทราบเลยว่านี้เป็นมัสยิด” สารวัตรแบงส์กล่าว




แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เป็นครั้งแรกที่มัสยิดในออสเตรเลียถูกลอบวาง

เพลิง เคยมีหลายเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนหน้านี้แล้ว เช่นเดือนที่แล้ว 

29/04/2016 ศูนย์การเรียนการสอนศาสนาอิสลามของยูเอ็มเอ 

United Muslims of Australia ถูกลอบวางเพลิงที่ลาเคมบ้า 

Lakemba ซิดนีย์ Sydney ตอนนี้ยังไม่มีข่าวเพิ่มเติมว่าจับคนร้ายได้

แล้วหรือไม่ และปีที่แล้ว วันที่ 17 เมษายน 2015 มัสยิดแห่งเดียวใน

ทูวูมบ๊า Toowoomba ที่รัฐควีนสแลนด์ ดาลิ้ง ดาวส์ Queensland's 

Darling Downs เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ๋ ก่อให้เกิดความเสียหาย

อย่างมาก 



ที่มา –
1. Church arsonist ‘hit Geelong mosque by mistake’
http://www.theaustralian.com.au/news/nation/church-arsonist-hit-geelong-mosque-by-mistake/news-story/d2b9860e7a1dfd1fec5a4cea0e76bf0a
2. Geelong's Muslims get prayer space after fire guts mosque
http://www.bendigoadvertiser.com.au/story/3914192/geelongs-muslims-get-prayer-space-after-fire-guts-mosque/ 
3. Evacuations as Lakemba Islamic centre destroyed by fire
http://www.dailytelegraph.com.au/news/nsw/evacuations-as-lakemba-islamic-centre-destroyed-by-fire/news-story/4295e114391592da87bac85738dd952e
4. ไฟไหม้มัสยิดที่ทูวูมบ๊า(ออสเตรเลีย) เชื่อถูกลอบวางเพลิง
https://www.facebook.com/muslim.aof/posts/1439069573054093 
5. Video: Ten News

Wednesday, May 18, 2016

ผู้ต้องหาคดีระเบิดราชประสงค์ปล่อยโฮพร้อมตะโกนออกมาต่อหน้าสื่อว่า “ผมไม่ใช่สัตว์ ผมเป็นคน ผมเป็นคน โปรดช่วยผมด้วย!”

17 พฤษภาคม 2016
นายอาเดม คาราดัก หรือนายบิลาล มูฮัมหมัด หนึ่งในสองของมุสลิมชายชาวอุยกูร์จากจีนถูกกล่าวหาว่า เขาเป็นผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดราชประสงค์ปีที่แล้ว ได้ปล่อยโฮออกมาต่อหน้าสื่อและตะโกนว่า “ผมไม่ใช่สัตว์ ผมเป็นคน ผมเป็นคน โปรดช่วยผมด้วย” นายคาราดักอยู่ในสภาพโกนศีรษะ ตีตรวนที่ขา และไม่สวมรองเท้า ระหว่างที่ถูกคุมตัวขึ้นศาลทหารพร้อมกับนายยูซุฟู มีไรลี เมื่อวันอังคารที่ 17/05/16

 นายอาเดม คาราดักหรือนายบิลาล มูฮัมหมัด ผู้ต้องหาคดีระเบิดราชประสงค์ร่ำไห้พร้อมตะโกนออกมาว่า “ผมไม่ใช่สัตว์ ผมเป็นคน ผมเป็นคน โปรดช่วยผมด้วย” ขณะที่ถูกนำตัวขึ้นศาลทหารเมื่อวันที่ 17 พฤกษภาคม 2016 


เหตุระเบิดดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2015 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 20 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ 7 คน แยกเป็นชาวจีน 5 คน ชาวฮ่องกง 2 คน และบาดเจ็บกว่า 120 คน และไม่มีกลุ่มติดอาวุธใดๆ ออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ระเบิดในครั้งนี้


ตำรวจจึงจับกุมตัวผู้ต้องสงสัย 2 คนคือนายยูซูฟู มีไรลี และอาเดม คาราดัก ซึ่งทั้งคู่เป็นชาวอุยกูร์ และศาลอนุมัติหมายจับทั้งหมด 15 คน 8 คนในหมายจับเป็นชาวตุรกีหรืออาศัยอยู่ในตุรกี อ้างจากแถลงการณ์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ


ทางด้านนายคาราดักและนายมีไรลีให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา


ในศาลทหาร นายคาราดักร่ำไห้พร้อมยกเสื้อขึ้น และชี้ไปที่รอยแผลฟกช้ำ โดยให้การผ่านล่ามว่า เขาถูกเจ้าหน้าที่ซ้อมถึง 2 ครั้งในเดือนนี้ระหว่างถูกจำคุก


ผู้พิพากษากล่าวในศาลว่าจะมีการสอบสวนในเรื่องนี้ และจะรับพิจารณาคำขอจากทนายของนายคาราดักเพื่อย้ายเขาไปเรือนจำใหม่


นายชูชาติ กันภัย ทนายความของนายอาเดม คาราดัก กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ลูกความของตนโดนทรมานจนต้องรับสารภาพ ซึ่งเมื่อวันที่ 20-24 ก.ย. ปีที่แล้ว ในช่วงหัวค่ำจนถึงเช้าของอีกวันตลอดระยะเวลาดังกล่าว มีเจ้าพนักงานเข้ามาทำการสอบสวนนายคาราดักราว 10 นาย ได้สอบสวน และสอบถามให้เขารับว่าเป็นชายเสื้อเหลืองในภาพถ่าย เมื่อเขาปฏิเสธเขาถูกจับกรอกน้ำเย็นใส่จมูกหลายครั้ง ทำให้ทรมานมากแต่เขายังยืนยันปฏิเสธว่าไม่ใช่ชายเสื้อเหลือง มีการนำสุนัขทหารตัวใหญ่สีดำมาด้วย 1 ตัว และบังคับให้เปลือยกายและปิดตาเอาไว้ โดยมีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งได้จูงสุนัขตัวดังกล่าวมาใกล้ตัว และปล่อยให้สุนัขเห่ากรรโชกเสียงดังใส่ นอกจากนั้นยังมีการให้นายคาราดักแต่งตัวเลียนแบบชายเสื้อเหลืองตามภาพ และได้มีการบันทึกภาพไว้และบังคับให้รับสารภาพ รวมถึงมีการชกต่อยไปที่ท้องของเขาจนทำให้เขาเจ็บท้องเป็นอย่างมาก ด้วยความกลัวเขาจึงยอมรับว่าเป็นบุคคลตามภาพที่เจ้าหน้าที่เอามาให้ดู และเจ้าหน้าที่ยังมีการนำเอกสารมาให้นายคาราดักเซ็น โดยไม่มีการแปลอธิบายว่าเนื้อหาในเอกสารเป็นอย่างไร


ส่วนนายมีไรลีได้ขอความช่วยเหลือจากสื่อ “เราเป็นผู้บริสุทธิ์ ช่วยเราด้วย ช่วยเราด้วย สิทธิมนุษยชนอยู่ที่ไหน?” นายมีไรลีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อยขณะที่เขาถูกเจ้าหน้ากรมราชทัณฑ์นำ ตัวออกมาจากรถตู้ข้างหน้าศาลทหาร


นายอาเดม คาราดัก (คนหน้า) ยูซุฟฟู มีไรลี (คนข้างหลัง) ถูกเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคน มาขึ้นศาลทหาร 


ทนายกล่าวว่ามีพยานมากกว่า 250 คนที่สามารถเรียกมาให้การกับศาลได้ และคดีนี้อาจจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้ หรืออาจจะต้องยืดยาวไปถึงปีหน้า


ทางด้านนายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงกรณีที่นายอาเด็ม คาราดัก ที่อ้างว่าเขาถูกซ้อม กล่าวว่าได้ตรวจสอบกับโรงพยาบาลราชทัณฑ์แล้วพบว่าไม่มีร่องรอยการทำร้ายร่าง กายแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ถ่ายภาพมาประกอบในการชี้แจงกับสื่อมวลชนครั้งนี้ แต่ยืนยันว่าตรวจโดยแพทย์กรมราชทัณฑ์


รักษาการอธิบดีกรมราชทัณฑ์กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการแสดงออกของนายอาเด็มเพื่อเรียกร้องความสนใจจาก สื่อมวลชนซึ่งอาจจะเรียกร้องไปถึงนักสิทธิมนุษยชนให้มาสนใจกรณีของตนเอง
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด นายคาราดักสร้างเรื่องขึ้นมาเอง และไม่มีเจ้าหน้าที่รายใดจะทำร้ายร่างกายผู้ต้องหา


ทางฝ่ายตำรวจเชื่อว่านายคาราดักคือชายเสื้อเหลืองมือวางระเบิด ที่ทางตำรวจได้หลักฐานจากกล้องวงจรปิด โดยที่กล่าวว่านายคาราดักนั่งอยู่ตรงม้านั่งและได้วางเป้เอาไว้ในศาลพระพรหม แล้วเดินออกจากศาลไปไม่นานก่อนที่จะเกิดระเบิดขึ้น

ตำรวจเชื่อว่านายคาราดักคือชายเสื้อเหลืองมือวางระเบิด ที่ทางตำรวจได้หลักฐานจากกล้องวงจรปิด โดยที่กล่าวว่านายคาราดักนั่งอยู่ตรงม้านั่งและได้วางเป้เอาไว้ในศาลพระพรหม แล้วเดินออกจากศาลไปไม่นานก่อนที่จะเกิดระเบิดขึ้น



ที่มา –
1. Thailand bomb suspect breaks down, tells media, 'I'm not an animal'
http://www.reuters.com/arti…/us-thailand-blast-idUSKCN0Y80FR
2. จำเลยคดีระเบิดแยกราชประสงค์ปฏิเสธทุกข้อหา ทนายแถลง
http://prachatai.com/journal/2016/02/64128
3. อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แถลงกรณีอาเด็ม คาราดัก ร้องเรียนต่อสื่อว่าถูกทำร้ายร่างกาย
https://www.facebook.com/BBCThai/photos/pcb.1774416136112752/1774416119446087/?type=3

Saturday, May 14, 2016

ฌอง-คล็อด แวนแดมม์ ดาราฮอลีวูดชื่อดัง กล่าวว่าเขาทานอาหารตามสุนนะฮฺศาสดามูฮัมหมัด (ซ้อลลอลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม)




ฌอง-คล็อด แวนแดมม์ Jean-Claude Van Damme พระเอกนักบู๊
ชื่อดังของวงการฮอลลีวูดถูกถามว่ารับประทานอาหารอย่างไรเขาถึงมี
สุขภาพดี เขาตอบว่าเขาเลือกทานอาหารตามแบบฉบับท่านศาสดา
มูฮัมหมัด (ซ้อลลอลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม)



ฌอง-คล็อด ได้สรรเสริญท่านศาสดามูฮัมหมัด (ซ้อลลอลลอฮุอะลัยฮิ
วะซัลลัม) ว่าท่านเป็นผู้ที่มีความเฉลียวฉลาดเป็นอย่างมาก และท่าน
สามารถล่วงรู้ถึงอนาคตว่าสิ่งใดบ้างที่ดีสำหรับร่างกายมนุษย์ พร้อม
กับแนะนำให้ผู้สัมภาษณ์กลับไปศึกษาเพิ่มเติม เพื่อที่จะได้เรียนรู้ถึง
สิ่งดีๆ มากมายที่อยู่ในศาสนาอิสลาม


ที่มา – The Deen Show

Saturday, May 7, 2016

กองทัพอิสราเอลทิ้งระเบิดถล่มฉนวนกาซ่าติดต่อกัน 4 วันแล้ว

กองทัพอิสราเอลทิ้งระเบิดถล่มฉนวนกาซ่า

ติดต่อกัน 4 วัน ทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิต 

1 คนและบาดเจ็บอีก 5 คน



7 พฤษภาคม 2016





ในตอนบ่ายของวันพุทธที่ 4 พฤษภาคม 2016 กองทัพอิสราเอลเริ่ม


ใช้รถถังยิงเข้ามาในฉนวนกาซ่า ซึ่งหอคอยที่ฮามาสใช้เฝ้าดูกองทัพ

อิสราเอลบริเวณพรมแดนที่ติดกับอิสราเอล ในชูจะอิยะฮฺ Shujaiyya 

ทางตะวันออกของฉนวนกาซ่าตกเป็นหนึ่งในเป้าหมายโจมตีของ

กองทัพอิสราเอล 




กระทรวงศึกษาธิการของฉนวนกาซ่าต้องรีบอพยพเด็กออกจากโร

เรียนสองแห่งที่อยู่บริเวณ ซุบฮิ อบู คาช Subhi Abu Karsh และ

เบ็ท ดาจัน Beit Dajan หลังจากอิสราเอลยิงปืนใหญ่เข้ามา โดยทาง

กองทัพอิสราเอลได้อ้างว่า เป็นการตอบโต้ที่ฮามาสยิงปืนครกใส่รถ

ทหารอิสราเอล ขณะที่กองทัพกำลังเสาะหาถ้ำใหม่ๆ ที่ฮามาสขุด

เจาะยาวไปถึงอิสราเอล แต่กลับไม่มีกลุ่มใดๆ ออกมาแสดงความรับ

ผิดชอบว่ามีการยิงปืนครกโจมตีทหารอิสราเอล




ทั้งฮามาส อิสลามมิคญีฮาด และกลุ่มอื่นๆ ในฉนวนกาซ่าต่างออก

แถลงการณ์เตือนอิสราเอลว่าจะมีการตอบโต้ถ้าอิสราเอลยังคงโจม

ตีฉนวนกาซ่าต่อไปอีก




อิสราเอลยังใช้เครื่องบินรบโจมตีทางอากาศหลายครั้งในฉนวนกาซ่า


ต่อในช่วงเวลากลางคืน หนึ่งในเป้าหมายคือบริเวณท่าอากาศยานเก่า

ของฉนวนกาซ่า นายมูฮัมหมัด โอมาร์ Mohammed Omer นักคอลัม

นิสต์ชาวกาซ่าของสำนักข่าวมิดเด็ลอีสอาย กล่าวว่า “ครอบครัวใน

ฉนวนกาซ่านับร้อยครอบครัวต่างพากันหนีออกจากบ้าน นับเป็นภาพ

ที่ย้ำเตือนถึงเหตุการณ์สงครามในฉนวนกาซ่าเมื่อปี 2014”




วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม 2016 กลุ่มฮามาสและอิสลามิคญีฮาด


ได้ยิงปืนครกตอบโต้กองทัพอิสราเอลอย่างน้อย 10 ลูก ทาง

อิสราเอลยิงปืนใหญ่เข้ามายังฉนวนกาซ่าอีกหลายลูก โดยอ้างว่าพุ่ง

เป้าโจมตีไปที่ฮามาส แต่ได้สังหารนางซัยนาอฺ อัล-อามูร วัย 54 ปี 

Zeina Al-Amour ที่กำลังนั่งอยู่ในฟาร์มของนางเองที่คานยูนิส 

Khan Yunis ทางภาคใต้ของฉนวนกาซ่า และมีผู้บาดเจ็บอีก 4 คน 

ซึ่งเป็นผู้สูงวัยชื่อนายฮัสซัน ฮัสสะนีน Hassan Hassaneed อายุ 

65 ปีและเด็กอีก 3 คน ที่อาศัยอยู่ที่อัล-ไซตูน Al-Zaytoun 

Neighbourhood หลังจากกองทัพอิสราเอลใช้เครื่องบินรบถล่มร้าน

ผลิตเหล็กบริเวณดังกล่าว แต่อิสราเอลกล่าวหาว่าเป็นสถานที่ที่ผลิต

อาวุธของกลุ่มฮามาส 




ฝ่ายอิสราเอลออกแถลงการณ์ต่อสื่อในอิสราเอลว่า ทางกองทัพได้

ค้นพบถ้ำใหม่ที่ฮามาสขุดยาวไปถึงอิสราเอล แต่ทางฮามาสออกมา

ตอบโต้ทันทีว่า เป็นถ้ำเก่าที่ขุดใช้สมัยสงครามกาซ่าในปี 2014




กลุ่มอิสลามิกญิฮาดออกมาอ้างความรับผิดชอบเมื่อวันพฤหัสบดี ว่า


พวกเขาได้พุ่งโจมตีไปที่ทหารอิสราเอลด้วยปืนครกจำนวนห้าลูก

เหตุการณ์การปะทะกันระหว่างกลุ่มต่างๆ ในฉนวนกาซ่าและกองทัพ


อิสราเอลครั้งล่าสุดนี้ นับได้ว่าเป็นครั้งแรกตั้งแต่สงครามกาซ่าในปี 

2014




วันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม 2016 กองทัพอิสราเอลยังคงส่งเครื่องบินรบ


ถล่มฉนวนกาซ่าต่อ และทางฮามาสได้มีการยิงปืนครกตอบโต้กลับไป

ที่บริเวณชายแดนที่อยู่ติดกับอิสราเอล




มีชายวัยรุ่นชาวปาเลสไตน์บาดเจ็บ 1 คนจากที่ทหารอิสราเอลใช้กระ

สุนจริงยิงเข้าใส่ และมีผู้บาดเจ็บจากการหายใจติดขัดหลังจาก

กองทัพอิสราเอลได้ปาระเบิดแก๊สน้ำตาและยิงกระสุนจริงใส่กลุ่ม ที่

ออกมาประท้วงอิสราเอลจากการเป็นผู้ริเริ่มโจมตีฉนวนกาซ่าก่อน ซึ่ง

เกิดขึ้นที่บริเวณพรมแดนทางตะวันออกของฉนวนกาซ่าที่ติดกับเขต

ยึดครองอิสราเอล




ตอนเช้าตรู่ของวันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2016 กองทัพอิสราเอลยังคง

เดินหน้าใช้เครื่องบินรบทิ้งระเบิด2 ลูกลงบริเวณที่โล่งทางตะวันออก

ของคานยูนิส ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บแต่อย่างใด อ้างจากผู้เห็นเหตุกา

รณ์กล่าวกับสำนักข่ามาอั๊น Ma’an 



ส่วนทางกองทัพอิสราเอลออกแถลงการณ์ในวันเสาร์ (7/05/16) ว่า 

การทิ้งระเบิดสองลูกนี้เพื่อเป็นการตอบโต้ที่ฮามาสยิงจรวดเข้ามายัง

บริเวณทางตอนใต้ของอิสราเอล แต่ฮามาสเองกลับไม่ได้ออกมาอ้าง

ความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้แต่อย่างใด



ที่มา – 
1. Israeli jets carry out raids on Gaza
http://www.middleeasteye.net/news/israeli-jets-carry-out-raids-gaza-palestinian-ministry-1244524570
2. Four Palestinians wounded in Israeli strikes
http://www.daysofpalestine.com/news/four-palestinians-wounded-israeli-strikes/#sthash.S4FZl2sj.uxfs&st_refDomain=t.co&st_refQuery=/5lP2R69Wz8
3. Palestinian injured by Israeli gunfire on Gaza borders
http://english.palinfo.com/site/pages/details.aspx?itemid=78447#.VyzdLeig8NA.facebook 
4. Israeli forces continue airstrikes on Gaza for 4th consecutive day
http://www.maannews.com/Content.aspx?id=771425

Thursday, May 5, 2016

รัฐบาลซีเรียใช้เครื่องบินรบทิ้งระเบิดพุ่งเป้าโจมตีค่ายผู้ลี้ภัย สังหารประชาชนอย่างน้อย 30 คนในอิดลิบ

5/05/16



คลิปวีดีโอฉายให้เห็นเหตุโศกนาฎกรรม หลังจากเครื่องบินรบของรัฐบาลซีเรียพุ่งเป้าทิ้งระเบิดถล่มค่ายลี้ภัยคาร์มูนา Kamuna refugee camp  ที่มีชาวซีเรียที่กลายเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ ใกล้เมืองซาร์มาดา Sarmada ในอิดลิบ Idlib  ซึ่งอยู่บริเวณชายแดนตอนเหนือที่ติดกับพรมแดนประเทศตุรกี  เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2016 ทำให้ประชาชนเสียชีวิตอย่างน้อย  30 คนเสียชีวิต และอีกหลายสิบคนบาดเจ็บสาหัส ซึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บมีทั้งเด็ก สตรี และผู้พิการ



นายอะฮฺหมัด ชากิร Ahmed Shakir เจ้าหน้าที่กู้ภัยของซีเรีย Civil Defense Official กล่าวกับสำนักข่าว Anadolu Agency ว่าเครื่องบินรบของรัฐบาลซีเรียพุ่งเป้าโจมตีค่ายผู้ลี้ภัยคาร์มูนา ทำให้ไฟลุกไหม้เต้นท์ของผู้ลี้ภัย



 “ฝ่ายต่อต้านหลายคนเชื่อว่าการที่รัฐบาลซีเรียยังคงใช้ระเบิดถล่มโจมตีวันละหลายๆ ครั้งอย่างต่อเนื่อง เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่ารัฐบาลซีเรียไม่มีความจริงจังที่ต้องการหยุดสู้รบกับฝ่ายต่อต้าน”  Zeina Khodr ผู้สื่อข่าวของอัลญะซีเราะฮฺ ประจำภาคสนามในซีเรีย กล่าว



“ประชาชนเหล่านี้ (ผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ) พากันมาอาศัยอยู่ใกล้พรมแดนที่ติดกับประเทศตุรกี เพื่อแสวงหาความปลอดภัย  พวกเขาพากันคิดว่าถ้าเขามาพักอาศัยอยู่ติดกับพรมแดนมากเท่าใด พวกเขาก็จะมีความปลอดภัยในชีวิตมากยิ่งขึ้น”



ที่มาของข้อมูล -
http://aa.com.tr/en/world/syrian-regime-strikes-refugee-camp-kills-27/567363

“ปทท.ไทย อีก 3 เดือนเราเจอกัน” ทหารยิวโพสต์ในอินสตาแกรม

  ทหารอิสราเอลโพสต์รูปเซลฟี่ในอินสตาแกรม ที่ถ่ายหน้าบ้านของเศรษฐีในกาซ่าที่พวกมันจุดไฟเผา ในพื้นที่มูซาเบะฮ์ ตอนเหนือของราฟะฮ์ พร้อมแคปชั่น ...