Friday, September 21, 2018

แพทย์ในอิดลิบของซีเรียประท้วงการบุกโจมตีโดยรัฐบาลบัชชาร อะสัด และรัสเซียต่อโรงพยาบาลและศูนย์สุขภาพหลายแห่งในพื้นที่



บุคลากรทางการแพทย์ในจังหวัดอิดลิบของซีเรียประท้วงการบุกโจมตีโดยรัฐบาลบัชชาร อะสัด และผู้สนับสนุนอย่างรัสเซียต่อโรงพยาบาลและศูนย์สุขภาพหลายแห่งในพื้นที่


เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน 2018 แพทย์ พยาบาลและคนขับรถพยาบาลกว่า 500 คน รวมตัวกันหน้าโรงพยาบาล ATME ในเมืองอิดลิบใกล้กับชายแดนซีเรีย-ตุรกี พวกเขาตะโกนสโลแกนและยืนถือป้ายช้อความที่เขียนว่า “คนทำงานสาธารณสุขไม่ได้อยู่คนเดียว”, “ผู้ก่อการร้ายฆ่าหมอ พุ่งเป้าโจมตีโรงพยาบาล”


ดร.มุนา หัตตาบ บอกกับอนาโดลูว่า “เราไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย, เราเป็นหมอและบุคลากรสาธารณสุข” ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Anadolu Agency ของตุรกี


มุหิบ กัดดูร ผู้จัดการโรงพยาบาล ATME กล่าวว่า “หมอเป็นสัญลักษณ์ของการปฏิวัติ เราเป็นส่วนหนึ่งของภาคสาธารณสุขนานาชาติ การปกป้องคุ้มครองพวกเราถือเป็นความรับผิดชอบของประชาคมนานาชาติ เราอยู่ที่นี่เพื่อช่วยเหลือผู้คน”


อิบรอฮีม ติลาส หมออีกคนหนึ่ง เรียกร้องให้รัฐบาลอะสัดยุติการโจมตีทางอากาศ


จังหวัดอิดลิบ ตั้งอยู่ใกล้กับชายแดนตุรกี มีชาวซีเรียอาศัยอยู่ในจังหวัดนี้ราว 3 ล้านคน จำนวนมากของพวกเขาเป็นผู้พลัดถิ่นมาจากพื้นที่อื่นของประเทศเนื่องจากผลกระทบของสงครามกลางเมือง

ไม่นานมานี้รัฐบาลซีเรียได้วางแผนที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่บุกเข้าพื้นที่นี้ซึ่งถูกควบคุมโดยกลุ่มติดอาวุธต่อต้านรัฐบาลหลายกลุ่ม


องค์การสหประชาชาติเตือนว่าถ้ารัฐบาลซีเรียใช้แผนโจมตีดังกล่าวจริงอาจนำไป “มหันตภัยด้านมนุษยธรรมครั้งเลวร้ายที่สุดในศตวรรษที่ 21”


ที่มา : สำนักข่าวไวท์นิวส์ - http://whitechannel.tv/syria-health-workers-protest-regime…/
ข่าวภาคภาษาอังกฤษ – https://www.aa.com.tr/…/syria-health-workers-protes…/1256320
วีดีโอ - https://www.aa.com.tr/…/health-workers-protest-assad-regime…
🎬 ดูคลิปวีดีโอข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ -
https://www.facebook.com/muslim.aof/videos/991019257737712/?__xts__[0]=68.ARBZqygFEQ0lAA0ezqNEJIRJm5TekuLl3MRgkQcBXZmVBsZ0G_Y1GRTTslFtxTj7mXG39d9zmF3WqrON1wORjquusrkdBi4yw2y6rIu4Z6rKQL83m2jUKzoRX13wGDt6KDDQ8g7yK0oBAcKibF1551Fmh5t8zOHNINVJ73dbBJo9QtjOkA3M&__tn__=-R

Sunday, September 9, 2018

รัสเซีย-ซีเรียทิ้งระเบิดถล่มอิดลิบอย่างหนัก




วันนี้ รัฐบาลซีเรียได้ทิ้งระเบิดบารอลบอมบ์มากกว่า 20 ครั้งใส่บ้านเรือนประชาชนที่ฮูเบท ซิตี้ ทางชนบทตอนใต้ของจังหวัดอิดลิบ สังหารเด็กทารกหญิง 1และเด็กชายอีก 1 คน คน  มีผู้บาดเจ็บ 6 คน


เมื่อวานนี้ (เสาร์ที่ 8/09) ทั้งเครื่องบินรบของรัฐบาลรัสเซียและ เฮลิคอปเตอร์ของรัฐบาลซีเรีย ร่วมกันทิ้งระเบิดถล่มด้วยการ
โจมตีมากกว่า 60 ครั้ง ด้วยการพุ่งเป้าไปที่บ้านเรือนประชาชน


รัฐบาลซีเรียส่งเฮลิคอปเตอร์ทิ้งระเบิดบารอลบอมบ์ใส่โรงพยาบาลใต้ดิน ที่ฝ่ายต่อต้านขุดเจาะภูเขาสร้างมันขึ้นมา ที่หมู่บ้านในเมืองฮาสทางตอนใต้ของอิดลิบ  ส่งผลให้มีประชาชนเสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน ซึ่งมีเด็กอยู่ในจำนวนผู้เสียชีวิตด้วย 1 คน และมีผู้บาดเจ็บนับสิบรวมทั้งเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จำนวน3 คน  ส่วนโรงพยาบาลเสียหายอย่างหนักไม่สามารถให้บริการประชาชนได้อีกต่อไป


ทั้งรัสเซียและซีเรียได้มุ่งเป้าโจมตีไปที่พื้นที่ทางตอนใต้ของอิดลิบ และทางตอนเหนือของฮามา โดยนับเป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุด นับตั้งแต่ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา 


เหตุการณ์ปฎิบัติการโจมตีทางอากาศของกองทัพรัสเซียและซีเรียในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากการประชุมไตรภาคีที่มีรัสเซีย ตุรกีและอิหร่าน โดยจัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาที่กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน และเป็นการประชุมที่ล้มเหลว ทางรัฐบาลตุรกีเสนอให้มีการหยุดยิง แต่ทางรัสเซียและอิหร่านต้องการเดินหน้าบุกโจมตีอิดลิบ โดยอ้างว่าต้องการกวาดล้างกลุ่มก่อการร้าย และยึดจังหวัดอิดลิบกลับคืนมาทั้งหมด


เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว รัฐบาลสหรัฐฯ  เตือนไปยังบัชชาร์ว่า สหรัฐฯ จะตอบโต้อย่างฉับพลันและเหมาะสม หากรัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีสังหารประชาชนอีก ส่วนยูเอ็นแสดงความเป็นห่วงว่าจะเกิดการนองเลือดครั้งใหญ่ ถ้าเกิดสงครามแบบเต็มรูปแบบในอิดลิบที่มีประชาชนอาศัยอยู่ 3 ล้านคน


ที่มา -


Sunday, June 10, 2018

👏 ชาวปาเลสไตน์ขอบคุณฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนติน่าที่ได้ประกาศยกเลิกนัดแข่งกระชับมิตรกับอิสราเอล



ชาวปาเลสไตน์ขอขอบคุณฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนติน่า และ ลีโอเนล เมสซี่ดาวดังของ อาร์เจนติน่า ที่ยกเลิกนัดแข่งกระชับมิตรกับทีมชาติอิสราเอล ในวันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน อ้างจากกลุ่มรณรงค์ชาวปาเลสไตน์เพื่อการบอยคอตอิสราเอลในทางวัฒนธรรมและทางวิชาการ (Palestinian Campaign for the Academic and Cultural Boycott of Israel หรือ PACBI) 



ก่อนหน้านี้บรรดาแฟนบอลและกลุ่มสิทธิมนุษยชนต่างๆ ที่สนับสนุนชาวปาเลสไตน์ ต่างออกมาเรียกร้องให้ทีมชาติอาร์เจนติน่ายกเลิกนัดฟุตบอล ซึ่งจัดขึ้นที่สนามกีฬาเท็ดดี้ ในเยรูซาเล็ม โดยสนามกีฬานี้ถูกสร้างขึ้นมาบนแผ่นดินที่เคยเป็นหมู่บ้านชาวปาเลสไตน์ชื่ออัล-มาลิฮา ซึ่งถูกยิวไซออนิสต์ทำลายลง และเน้นย้ำว่ารัฐอิสราเอลสังหารประชาชนในฉนวนกาซ่ามากกว่า 120 คน บาดเจ็บมากกว่า 8,000 คน จากเหตุการณ์ที่ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซ่าออกมาเรียกร้องสิทธิในการกลับคืนสู่แผ่นดินบ้านเกิดของบรรพบุรุษ


ซึ่งตามกำหนดการเดิมทีมชาติอาร์เจนติน่ามีกำหนดการลงเตะกับทีมชาติอิสราเอลที่สนามกีฬาแซมมี่ โอเฟอร์ ในเมืองไฮฟา แต่ทางรัฐอิสราเอลกลับเปลี่ยนสถานที่แข่งขันมาเป็นในกรุงเยรูซาเล็มแทน


ทางด้านนายญิบริล รอญู๊บ นายกสมาคมฟุตบอลแห่งปาเลสไตน์ แสดงความยินดีต่อการตัดสินใจของทีมชาติอาร์เจนติน่า โดยเขากล่าวว่า พวกเขาไม่มีปัญหาอะไรเลย ถ้าแม๊ตช์การแข่งขันฟุตบอลจะไปจัดที่ไฮฟา ซึ่งเป็นกำหนดการตั้งแต่เริ่มแรกอยู่แล้ว แต่การที่จู่ๆ ทางรัฐอิสราเอลย้ายไปจัดในกรุงเยรูซาเล็มทำให้ชาวปาเลสไตน์รู้สึกโกรธมาก


นายญิบริล กล่าวเพิ่มเติมว่า อิสราเอลพยายามใช้เมสซี่และทีม มาหาผลประโยชน์ทางการเมือง โดยมีนัยยะซ่อนเร้นว่าเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลแต่เพียงผู้เดียว และการจัดฟุตบอลครั้งนี้อิสราเอลถือเป็นการเฉลิมฉลองในการสถานปณารัฐอิสราเอลครบ 70 ปี 

 
นับตั้งแต่ปีค.ศ. 1948 ที่อิสราเอลจัดตั้งรัฐขึ้นมา มันกลับกลายเป็นวันแห่งความหายนะครั้งใหญ่ (นักบะห์) ของชาวปาเลสไตน์ พวกอิสราเอลได้ทำการสังหารชาวปาเลสไตน์ไป 13,000 คน ชาวปาเลสไตน์ 750,000 คนถูกขับไล่ออกจากแผ่นดินบ้านเกิด และหมู่บ้านมากกว่า 500 แห่งและเมืองต่างๆ ถูกเผาทำลาย


ไม่นานมานี้เอง นายมูฮัมหมัด คาลิล ซึ่งเป็นนักฟุตบอลชาวปาเลสไตน์ ได้อัดคลิปวีดีโอส่งสาสน์ถึง ลีโอเนล เมสซี่ว่า “ผมขอเรียกร้องไปถึงทีมอาร์เจนตินา โดยเฉพาะกัปตันเมสซี่ ที่เป็นที่ชื่นชอบอย่างมากในหมู่แฟนบอลชาวปาเลสไตน์ โดยเฉพาะในเขตฉนวนกาซ่า ซึ่งผมอยากให้ทีมชาติอาร์เจนติน่าและเมสซี่ ร่วมยืดหยัดอยู่เคียงข้างกับชาวปาเลสไตน์ ด้วยการร่วมบอยคอตแมตช์ฟุตบอลกระชับมิตรกับอิสราเอล ที่เข้ามายึดครองแผ่นดินของพวกเรา”

 
มูฮัมหมัดเป็นนักฟุตบอลทีมชาติของปาเลสไตน์ แต่เขาต้องจบชีวิตการเป็นนักฟุตบอลลง เพราะถูกมือปืนสไนเปอร์ของกองกำลังอิสราเอลเล็งยิงไปที่เข่าทั้งสองข้าง ขณะที่เขาร่วมชุมนุมประท้วงที่บริเวณพรมแดนของฉนวนกาซ่า เพื่อเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรมในการกลับคืนสู่แผ่นดินของบรรพบุรุษที่ถูกรัฐอิสราเอลยึดครองอยู่ 


หลังจากข่าวการยกเลิกแมตช์กระชับมิตรกับอิสราเอลออกมา นายเบนยามิน เนทันยาฮู นายกฯ ของอิสราเอลรีบต่อสายตรงหาเมารีเซียว มากรี ประธานาธิบดีของอาร์เจนติน่า ขอร้องให้มีการแทรกแซงไม่ให้ยกเลิก แต่เนทันยาฮูได้รับคำตอบว่า เขาไม่มีสิทธิที่จะแทรกแซงในการตัดสินใจของสมาคมฟุตบอลอาร์เจนติน่า 


ส่วนสมาคมฟุตบอลอิสราเอล หรือไอเอฟเอ กล่าวหาปาเลสไตน์ว่า เป็นการ “ล้ำเส้น” ด้วยการยั่วยุให้แฟนบอลปาเลสไตน์ให้โกรธแค้นผู้เล่นทีมชาติอาร์เจนตินา เพื่อจะได้เป็นการยกเลิกเกมการแข่งขัน 


นาย Claudio Tapia ประธานสมาคมฟุตบอลอาร์เจนติน่าออกแถลงการณ์ในบาร์เซโลน่าถึงการตัดสินใจครั้งนี้ว่า “ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับการต่อต้านอิสราเอล แต่ทุกๆ คนร่วมกันตัดสินใจ เพื่อมีส่วนร่วมในการสร้างสันติภาพ” 


กองหน้าของทีมชาติอาร์เจนติน่าและปัจจุบันอยู่ในสังกัดทีมสโมสรยูเวนตุสบอกกับสถานีโทรทัศน์ ESPN ว่า “ในที่สุดมันก็จบลงแบบถูกต้องเสียที”


ด้านรองประธานสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา ฮูโก โมยาโน ก็กล่าวในทำนองเดียวกันว่าการระงับการแข่งขันระหว่างทีมชาติของพวกเขากับอิสราเอลถือเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากในอิสราเอลมีการสังหารประชาชนจำนวนมาก "ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง คุณคงยอมรับอะไรแบบนี้ไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นในทางใดก็ตาม"


ส่วนนายแกเบรียล โซโลน่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของอาร์เจนติน่า ทวิตข้อความส่วนตัวว่า “ลูกบอลจะไม่มีรอยเปื้อนเลือดของชาวปาเลสไตน์อย่างแน่นอน”




ที่มาของข้อมูล
ทวิตเตอร์ Sean Murray
https://www.middleeastmonitor.com/20180606-palestinians-th…/
https://www.albawaba.com/…/israel-gets-two-slaps-face-argen… 
https://abcnews.go.com/…/argentina-cancels-friendly-…/story… 
https://electronicintifada.net/…/palestinians-score-argenti…

Saturday, June 9, 2018

😥⛔ชายหนุ่มกระโดดจากชั้นบนสุดของมัสยิดอัลฮะรอมลงมาเสียชีวิต



นครมักกะฮฺ - เมื่อวันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน เวลา 21.20 น. มีชายหนุ่มฮุญญาตชาวต่างชาติได้ปืนรั้วกั้นชั้นบนสุดของมัสยิดอัลฮะรอม แล้วกระโดดลงมาสู่บริเวณลานตะวาฟ ทำให้เสียชีวิตทันที อ้างจากโฆษกสำนักงานตำรวจประจำมักกะห์


ตำรวจได้นำรีบนำร่างชายฮุญญาตผู้นี้ไปที่โรงพยาบาล และกำลังรอผลการตรวจสอบ โดยเฉพาะสืบหาตัวตน และเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรมของเขา แม้จะมีการสร้างรั้วที่แข็งแรงเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้แสดงบุญร่วงลงมา


หลายสำนักข่าวในซาอุดีอาระเบียรายงานว่า ชายผู้เสียชีวิตเป็นชาวฝรั่งเศสวัย 26 ปีที่เข้ารับอิสลาม


การฆ่าตัวตายถือเป็นบาปใหญ่ในอิสลาม


เมื่อปีที่แล้ว (กุมภาพันธ์ 2017) มีชายชาวซาอุฯ พยายามจุดไฟเผาตัวเองหน้ากะอฺบะฮฺ ที่นครมักกะฮฺ แต่ถูกตำรวจจับตัวไว้ได้เสียก่อน ซึ่งชายผู้นั้นมีอาการป่วยทางจิต



ที่มาของข้อมูล
https://www.spa.gov.sa/1774753
https://www.dailysabah.com/…/man-commits-suicide-inside-gra…
เครดิตวีดีโอ - Viral vLogs

ภาพผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่หมู่บ้านซาร์ดาน่า Zardana ทางตอนเหนือของอิดลิบ

ภาพบางส่วนของผู้รอดชีวิตและผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่รัสเซียส่งเครื่องบินรบโจมตีทางอากาศที่หมู่บ้านซาร์ดาน่า Zardana ทางตอนเหนือของอิดลิบ คืนวันพฤหัสที่ 7 มิถุนายน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 47 คนและบาดเจ็บ 80 คน





อาลี ฮาซัน บาราดี่ อาสาสมัครของกลุ่มหมวกขาว เสียชีวิตที่หมู่บ้านซาร์ดาน่า ในตอนเหนือของอิดลิบ ขณะพยายามค้นหาผู้บาดเจ็บจากตึกซากปรักหักพัง เครื่องบินรบรัสเซียบินย้อนมาโจมตีหน่วยกู้ภัยอีกครั้ง


คลิปวีดีโอผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีทางอากาศที่หมู่บ้านซาร์ดาน่า Zardana ทางตอนเหนือของอิดลิบ 

เครดิตภาพ - 
ทวิตเตอร์นักข่าว Julian Röpcke
ทวิตเตอร์ นักข่าวอัล-มอนิเตอร์ Asaad Hanna
ทวิตเตอร์ the White Helmets

💔 ในช่วง 10 คืนสุดท้ายของเราะมาฎอน รัสเซียใช้เครื่องบินรบโจมตีทางอากาศถล่มประชาชนเสียชีวิตมากกว่า 47 คน และบาดเจ็บมากกว่า 80 คนในอิดลิบ



สำนักข่าวท้องถิ่นในอิดลิบรายงานว่า รัสเซียใช้เครื่องบินรบโจมตีทางอากาศถล่มอย่างหนักบ้านเรือน และตลาดท้องถิ่นของหมู่บ้านซาร์ดาน่า Zardana ทางตอนเหนือของอิดลิบ คืนของวันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน หลังจากผู้คนกลับมาจากละหมาดตะรอเวี๊ยะฮฺ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 47 คนและบาดเจ็บ 80 คน หนึ่งในผู้เสียชีวิตคือ นายอาลี บาราดี้ หนึ่งในอาสาสมัครกลุ่มหมวกขาว โดยรัสเซียวนเครื่องบินรบกลับมาโจมตีสมาชิกของกลุ่มอีกครั้ง ขณะที่กำลังเริ่มค้นหาและช่วยชีวิตผู้คนอยู่


ตอนนี้กลุ่มอาสาสมัครกลุ่มหมวกขาวยังคงเดินหน้าขุดหาร่างผู้เสียชีวิตที่ยังคงติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง


พื้นที่ถูกโจมตีทางอากาศครั้งล่าสุดนี้ เป็นเขต de-escalation zone ซึ่งเป็นเขตปลอดภัยที่มีการตกลงร่วมกันระหว่างรัสเซีย ตุรกีและอิหร่าน เมื่อปีที่แล้ว


มีชาวซีเรียหลายหมื่นคนลี้ภัยสงครามจากพื้นที่ต่างๆ ภายในซีเรีย เข้ามาอาศัยอยู่ในอิดลิบ


ส่วนทางด้านกระทรวงกลาโหมรัสเซียออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้ส่งเครื่องบินรบโจมตีทางอากาศในอิดลิบ


คลิปวีดีโอ -
https://www.aljazeera.com/…/syria-russian-warplanes-bomb-re…
Twitter: Abdulwahab Tahhan

Saturday, June 2, 2018

💔 อาสาสมัครพยาบาลสาวชาวปาเลสไตน์วัย 21 ปีถูกมือปืนสไนเปอร์ของกองกำลังอิสราเอลเล็งยิงไปที่หน้าอกเสียชีวิต

เมื่อวานนี้ (ศุกร์ที่ 1 มิถุนายน) น.ส.ราซาน อัล-นัจจาร์ (Razan al-Najjar) อาสาสมัครพยาบาลสาวชาวปาเลสไตน์จากคูซะอฺ ค่านยูนิส วัย 21 ปี ถูกมือปืนสไนเปอร์กองกำลังอิสราเอลเล็งยิงไปที่หน้าอก ขณะที่ราซานกำลังปฐมพยาบาลผู้ประท้วงบาดเจ็บอยู่



ตอนที่ราซานปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขัน เธอได้สวมเสื้อกั๊กที่ระบุอย่างชัดเจนว่าเธอเป็นเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าทุก ๆ คน ที่ปรากฏตัวอยู่ตรงบริเวณที่ประท้วงบริเวณชายแดนฉนวนกาซ่า ไม่ว่าจะเป็นตัวของผู้ประท้วงเอง หน่วยแพทย์พยาบาล นักข่าว คนแก่ และเด็กๆ ต้องตกเป็นเป้ายิงของหน่วยสไนเปอร์ของกองกำลังอิสราเอลอยู่ตลอดเวลา

ราซานเสียชีวิตภายในไม่กี่นาทีต่อมา ก่อนหน้าที่ราซานจะเสียชีวิต เธอให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวนิวยอร์กไทมส์ว่า “เธอไม่ได้รับค่าแรงอะไรเลย แต่เธอช่วยเหลือประชาชนเพื่ออัลลอฮฺ และพวกเขา (หน่วยแพทย์และพยาบาลอาสา) ไม่ต้องการค่าจ้างใดๆ ทั้งสิ้น”

ราซานรู้ตัวดีว่า เธอเสี่ยงชีวิตในงานอาสาสมัครนี้ แต่เธอก็ยังเต็มใจทำงานอย่างขยันขันแข็งนับตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 2 ทุ่มในทุกๆ วัน เธอจะรีบรุดไปช่วยผู้ประท้วงที่บาดเจ็บอย่างไม่เกรงกลัวต่อภัยอันตราย

เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งของเธอเปิดเผยว่า “ก่อนที่ราซานจะถูกยิง ผมบอกเธอว่าเหตุการณ์ตอนนี้ที่บริเวณใกล้รั้วพรมแดนเลวร้ายลงมากๆ ผมบอกให้เธอออกจากบริเวณนั้นไป ราซานตอบผมว่า ‘เธอคิดว่าฉันกลัวความตายหรือไง? ความตายก็คือความตาย’”

เพื่อนร่วมงานของราซานอีกคนหนึ่งได้เล่าเหตุการณ์กับสำนักข่าวอัลญะซีเราะฮฺว่า “ขณะที่เราพยายามนำผู้ประท้วงที่บาดเจ็บบริเวณรั้วกัน (ซึ่งอยู่ห่างรั้วประมาณ 100 เมตร) ใส่ซื้อกั๊กที่บ่งบอกชัดเจนว่าเราเป็นเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ พร้อมกับยกมือทั้งสองขึ้น เพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้เป็นภัยต่อทหารอิสราเอลแต่อย่างใด ปรากฏว่ามือปืนสไนเปอร์ของกองกำลังอิสราเอลยิงใส่หน้าอกของราซาน แล้วยิงเจ้าหน้าที่อีก 2 คนที่แขน และขา

ภาพทางซ้ายคือรีเบคก้า มือปืนสไนเปอร์ของกองกำลังอิสราเอลที่ย้ายจากเมืองบอสตัน สหรัฐฯ มาตั้งถิ่นฐานอย่างผิดกฏหมายที่ดินแดนยึดครองอิสราเอล รีเบคก้าคือมือปืนสไนเปอร์ที่สังหารน.ส.ราซาน อัล-นัจจาร์ (ภาพทางขวามือ) อาสาสมัครพยาบาลที่ช่วยเหลือผู้ประท้วงที่บาดเจ็บอย่างกล้าหาญ และรักการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

ราซานเคยบาดเจ็บมาแล้วถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกคือตอนที่สูดดมแก๊ซน้ำตาที่กองกำลังอิสราเอลปาเข้ามาใส่ผู้ประท้วง ครั้งที่สองเธอเกิดอาการเอ็นอักเสบที่ข้อมือ ขณะรีบวิ่งไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่ถูกยิง แต่ราซานปฏิเสธที่จะไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล และยังคงเดินหน้าช่วยเหลือผู้ประท้วงที่บาดเจ็บต่อไป

ราซานเสนอตัวเป็นอาสาสมัครพยาบาลตั้งแต่วันแรกของการประท้วง ‘ร่วมเดินขบวนครั้งใหญ่ของวันแห่งการหวนคืน’ (Great March of Return) ที่เริ่มขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 30 มี.ค. ซึ่งนับเป็นอาทิตย์ที่ 10 แล้วที่ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซ่ายังคงเดินหน้าประท้วงต่อไปเรื่อยๆ แม้กระทั่งพวกเขายังถือศีลอดอยู่ในเดือนเราะมาฎอนนี้

การชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่นี้มีจุดประสงค์เพื่อเรียกร้องให้รัฐอิสราเอลยุติการปิดล้อมฉนวนกาซ่า และเป็นการเรียกร้องให้พวกได้รับสิทธิอันชอบธรรมในการกลับไปยังแผ่นดินบ้านเกิดของบรรพบุรุษของชาวปาเลสไตน์ ที่ถูกรัฐอิสราเอลยึดครองอยู่

มีผู้ที่ถูกยิงด้วยกระสุนจริงจำนวน 40 คน และมากกว่า 100 คนได้รับบาดเจ็บภายในวันเดียว (ศุกร์ที่ 1 มิ.ย.)

ตั้งแต่การชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ ‘ร่วมเดินขบวนครั้งใหญ่ของวันแห่งการหวนคืน’ (Great March of Return) ที่เริ่มต้นเมื่อวันศุกร์ที่ 30 พ.ค. ปีนี้ มีผู้เสียชีวิตชาวปาเลสไตน์จำนวน 128 คน มีผู้บาดเจ็บจากการถูกยิงกระสุนจริงจำนวน 3,664 คน และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 13,000 คน

ที่มาของคลิปและข้อมูลข่าว
1. DOAM, Abo Hamza
2. Doctorwithoutboarder.org
3. https://electronicintifada.net/…/gaza-medic-killed-israel-w…
4. ทวิตเตอร์ alQuds

“ปทท.ไทย อีก 3 เดือนเราเจอกัน” ทหารยิวโพสต์ในอินสตาแกรม

  ทหารอิสราเอลโพสต์รูปเซลฟี่ในอินสตาแกรม ที่ถ่ายหน้าบ้านของเศรษฐีในกาซ่าที่พวกมันจุดไฟเผา ในพื้นที่มูซาเบะฮ์ ตอนเหนือของราฟะฮ์ พร้อมแคปชั่น ...