Saturday, May 20, 2017

เด็กทารกปาเลสไตน์ได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากกองกำลังอิสราเอลยิงแก๊ซน้ำตาเข้าไปในบ้านเด็ก



ด.ช. อับดุลเราะฮฺมาน บากูตี้ เด็กทารกวัย 18 เดือนถูกรีบส่งตัวไปโรงพยาบาล บาดเจ็บสาหัส เพราะสูดดมแก๊ซน้ำตาเข้าไปเต็มๆ หลังจากกองกำลังอิสราเอลยิงแก๊ซน้ำตาเข้าไปในบ้านของเด็กที่หมู่บ้าน Aboud ปาเลสไตน์



ส่วนทางด้านทหารอิสราเอลก็ไม่ได้ทำการเลื่อนรถแต่อย่างใด กลับจอดรถขวางไม่ให้รถพยาบาลเข้าไปถึงบ้านเด็กได้


ที่มา – Days of Palestine

ทหารเรือผ่านศึกขับรถเก๋งพุ่งชนผู้คนที่เดินอยู่ในย่านไทม์สแควร์ ตาย1-เจ็บอย่างน้อย10


สหรัฐฯ - เกิดเหตุรถยนต์พุ่งชนผู้คนที่เดินในบริเวณย่านไทม์สแควร์นครนิวยอร์ก ของสหรัฐส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต1 คน และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 10 คน

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า คนขับได้ขับรถเก๋งด้วยความเร็วสูงพุ่งขึ้นไปบนทางเท้าที่อยู่ระหว่างถนนหมายเลข 7 และถนนหมายเลข 45 ในย่านไทม์สแควร์ ที่มีนักท่องเที่ยวและผู้คนพลุกพล่าน เมื่อวันพฤหัสบดี (18พ.ค.)จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บอย่างน้อย10 คน แต่ตำรวจระบุว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย

ด้านสำนักงานตำรวจนิวยอร์ก แถลงว่า ขณะนี้ตำรวจสามารถควบคุมตัวคนขับได้แล้ว และปิดการสัญจรในพื้นที่เกิดเหตุ ส่วนหน่วยดับเพลิงนิวยอร์กแถลงว่า ผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 13 คนได้รับการปฐมพยาบาลในจุดเกิดเหตุ

อย่างไรก็ตาม สื่อท้องถิ่นในสหรัฐ รายงานว่า เหตุการณ์นี้เพิ่มความตื่นตระหนกแก่ชาวอเมริกันอย่างมาก หลังจากเมื่อไม่นานมานี้ เกิดเหตุรถร้ายขับรถพุ่งชนผู้คนทั้งในลอนดอน เบอร์ลินและเมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส

ขณะที่ นายเจมส์ โอนีลล์ ผู้บัญชาการตำรวจนิวยอร์ก เผยว่า คนขับที่ถูกควบคุมตัวไว้ได้คือนายริชาร์ด โรฮาส ทหารเรือผ่านศึก วัย 26 ปี ส่วนนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก บอกว่าไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าเหตุการณ์นี้เป็นพฤติกรรมของก่อการร้ายและคนขับเคยถูกจับฐานเมาแล้วขับมาแล้ว 2 ครั้ง

ด้านนายฌอน สไปเซอร์ โฆษกทำเนียบขาว ทวีตข้อความระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับแจ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในย่านไทม์สแควร์ในวันนี้แล้ว ส่วนนายแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก และนายบิล เดบลาซิโอ นายกเทศมนตรีกรุงนิวยอร์ก ก็เดินทางเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วเช่นกัน

ทั้งนี้ สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) กำลังทำงานร่วมกับกรมตำรวจนิวยอร์กเพื่อสอบสวนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และจากรายงานเบื้องต้นระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ ไม่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายแต่อย่างใด


ข้อมูลข่าว - 
http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/755523

Tuesday, May 9, 2017

คืบหน้าเหตุระเบิดบิ๊กซีปัตตานี ล่าสุดเจ็บแล้ว 58 ราย

คืบหน้าเหตุระเบิดบิ๊กซีปัตตานี ล่าสุดเจ็บแล้ว 58 ราย มีทั้งชาวไทยพุทธ และไทยมุสลิม ในจำนวนนี้มีเด็กรวมอยู่ด้วย



คืบหน้าเหตุระเบิด 2 ลูก บริเวณ บิ๊กซีปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี โดยคนร้ายได้ วางระเบิดลูกแรกบริเวณด้านหน้าบิ๊กซี ต่อมา คนร้ายอีกคนได้ขับรถยนต์กระบะ ทะเบียน บจ 3303 ยะลา เข้ามาจอดบริเวณจุดตรวจ ห้างบิ๊กซี แล้วได้วิ่งลงจากรถ ก่อนที่รถจะเกิดระเบิดขึ้น แรงระเบิดทำให้ เกิดเพลิงไหม้ภายในห้างบิ๊กซี และมีลูกค้าทางห้างได้รับบาดเจ็บล่าสุด 58 ราย


ทราบชื่อคือ นายสมศักดิ์ ศรีอักษร นางสาปีกา สุรอระยอ นายชัยนันท์ฮาบีดิน สุรอระยอ นายอนุสรณ์ เลิศประสิทธิ์ นางสายทิพย์ ไม่ทราบนามสกุล นางปาวีณา นวลจันทร์ นางศิริจรรญา แป้นคง นายชัยวัฒน์ แก้วสำอาง นายสุนทรี ไม่ทราบนามสกุล นายสุทธิชัย ศิริวรวงศ์เจริญ นางวรกมล ชุวงค์ นางสุพิณ คณานุรักืษ์ นางตูแวนะ เซะอูเซ็ง นายเลิศ แก้วสกุล นางศิริพร แก้วสกุล นายตูแวยารอ บินคงเลาะ นายประภัสสะ วงค์รก นายอิรฟัน ยูโซ๊ะ นางนูรีดา สามะ นายสุลกิฟลี เซ็ง นางนูเฟีย จาโรจน์หยา ด.ญ.ริฟา อาแว ด.ญ.ฟ้ารุ้ง โต๊ะเซ็ง ด.ญ.ปัญจรัตน์ แม่นสกูล นางสุไรดา สาเมาะ นางสูนีตา อีแต นางซารีฮะ แยนา นางนุรสาฟีกา สุรอระยอ นางแวเมาะ เจะแม นางปัทมา อาแว นางเกศรินทร์ สือนิ นางรอฮานี เจะแว นางอริญรดา แก้วศรีบุญ นายชาญนรงค์ กุมภิล นางวรีพรรณ มากศรี นางยาวาเหร์ เย็ง นางแววมณี ไข่มุก นางวีรวรรณ คำภิระ นางบุญเรือน เพ่งพัตรา นางยัจมีย์ มูซอ นางโซฟีเยาะ อาแว นายฟาฮัด หะยียูโซ๊ะ นายบาหารี ซีนา นางปัทมา หมุดแหล๊ะ นายกนกอร สุวรรณชาตรี ถูกนำส่งโรงพยาบาลเมือง ปัตตานี

ที่มา -
สำนักข่าวไวท์นิวส์

ปิดฉาก! ผู้ว่าจาการ์ตา “ชาวคริสต์” ลงเอยจำคุก 2 ปีฐานหมิ่นอิสลาม

9 พฤษภาคม 2560 12:37 น.



เอเอฟพี – ผู้ว่าการกรุงจาการ์ตาชาวคริสต์ถูกจำคุกสองปีในวันนี้ (9) ปีหลังจากถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานดูหมิ่นศาสนา ปิดฉากตำนานที่ถูกมองว่าเป็นบททดสอบความอดทนอดกลั้นทางศาสนาในประเทศที่มีประชากรชาวมุสลิมมากที่สุดในโลกแห่งนี้


ชาวมุสลิมผู้เคร่งจารีตภายนอกศาลจาการ์ตาส่งเสียงเชียร์และตะโกนว่า “พระเจ้ายิ่งใหญ่ที่สุด” ในขณะที่มีข่าวว่า บาสุกิ ทจาฮา ปุรนามา จะถูกส่งไปยังเรือนจำ คำตัดสินอันน่าตกตะลึงหลังจากที่คณะอัยการแนะนำให้ตัดสินลงอาญาแค่ 2 ปีเท่านั้น


ปุรนามาถูกลากเข้าสู่ศาลเมื่อปีที่แล้วเพื่อเผชิญกับการไต่สวนข้อหาดูหมิ่นศาสนาอิสลามในขณะหาเสียงเลือกตั้งสมัยที่สอง ในคดีที่นักวิจารณ์ระบุว่ามีแรงจูงใจทางการเมือง


การไต่สวนมีขึ้นหลังจากการประท้วงใหญ่ต่อต้านเขาที่รู้จักกันในชื่อว่า “อาฮก” ในเมืองหลวงแห่งนี้ที่ดึงดูดผู้คนออกมาเข้าร่วมหลานแสนคน


คะแนนนำในโพลความคิดเห็นของเขาดิ่งลงท่ามกลางกระแสการวิพากษ์วิจารณ์นี้และพ่ายแพ้การเลือกตั้งผู้ว่ากรุงจาการ์ตาเมื่อเดือนที่แล้วให้กับผู้สมัครชาวมุสลิมคนหนึ่ง ผลลัพธ์ที่ยิ่งทวีความกลัวที่ว่า แนวทางอิสลามสายกลางอันเป็นเอกลักษณ์ของแดนอิเหนากำลังถูกคุกคามจากกลุ่มหัวรุนแรงที่มีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆ


คณะผู้พิพากษา 5 คนที่ศาลจาการ์ตาพบว่าปุรนามามีความผิดฐานหมิ่นศาสนาจริงและตัดสินจำคุกเขา 2 ปี


ในการประกาศคำตัดสิน ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ ดวิอาร์โซ บูดี ซานติอาร์โต กล่าวว่า ปุรนามากระทำความผิดฐานหมิ่นศาสนาอย่างชัดเจนและต้องโทษจำคุกสองปี” พร้อมสั่งให้คุมขังเขา






ผู้พิพากษาอีกคนหนึ่ง อับดุล รอสยัด กล่าว่า เหตุผลที่ใช้บทลงโทษหนักหน่วงคือ “จำเลยไม่สำนึกผิด การกระทำของของจำเลยสร้างความวิตกกังวลและทำร้ายชาวมุสลิม”


ปุรนามากล่าวว่า เขาจะอุทธรณ์ การหมิ่นศาสนาในอินโดนีเซียมีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี
ประเด็นนี้เริ่มต้นขึ้นในเดือนกันยายนเมื่อปุรนามาที่ขึ้นชื่อเรื่องเป็นคนโผงผางสร้างความไม่พอใจให้กับ


ชาวมุสลิมหลังจากที่เขาอ้างถึงข้อความหนึ่งจากคัมภีร์อัลกุรอานในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง
เขาบอกเป็นนัยว่า คู่แข่งของเขาใช้คำสอนหนึ่งในอัลกุรอานเพื่อหลอกให้ประชาชนไม่โหวตให้เขา คำปราศรัยฉบับแก้ไขของเขาถูกเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ต จุดชนวนกระแสความเดือดดาล


ก่อนที่ประเด็นหมิ่นศาสนานี้จะปะทุขึ้น ปุรนามามีคะแนนนำลิ่วในโพลความคิดเห็นเนื่องจากความตั้งใจของเขาที่จะแก้ปัญหาการจราจรและมลภาวะของเมืองหลวงแห่งนี้


การไต่สวนเริ่มขึ้นเมื่อเดือนธันวาคมและยืดเยื้อนานหลายเดือน เนื่องจากทั้งอัยการและจำเลยเรียกตัวพยานกว่า 40 คน ทีมของปุรนามากล่าวหาอัยการว่าเรียกพยานที่มีอคติ และระบุว่า พวกเขาส่วนใหญ่ไม่ได้ปรากฏตัวในตอนที่การดูหมิ่นศาสนาตามข้อหาเกิดขึ้นด้วยซ้ำ


นักวิจารณ์หลายคนต้องการให้กฎหมายหมิ่นศาสนาของประเทศนี้ถูกแก้ไขใหม่ กฎหมายไม่ค่อยถูกใช้ในช่วงการปกครอง 32 ปีของจอมเผด็จการซูฮาร์โต แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามันกลับถูกใช้เพื่อดำเนินคดีกับชนกลุ่มน้อย กลุ่มสิทธิ ระบุ


ที่มา -
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx…
รูปภาพ -
http://www.tnamcot.com/content/590226
➡ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
มุสลิมในอินโดฯเกือบ 2 ล้านร่วมประท้วงผู้ว่าจาการ์ต้าชาวคริสเตียนกรณีหมิ่นศาสนาอิสลาม
https://www.facebook.com/muslim.aof/posts/1616704958623886?comment_id=1616730338621348&comment_tracking=%7B%22tn%22%3A%22R%22%7D&hc_location=ufi

Saturday, April 22, 2017

🎬คลิปหลุด! แฉทหารอียิปต์วิสามัญฆาตกรรมผู้ต้องขัง และวางปืนไว้ข้างๆ ศพ เพื่อเป็นการจัดฉากว่าทางกองทัพอียิปต์ได้ต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย


คลิปหลุดแฉทหารอียิปต์วิสามัญฆาตกรรมผู้ต้องขังในคาบสมุทรไซนายที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2016 ด้วยการยิงผู้ต้องหาไปที่ศีรษะ และได้วางปืนไว้ข้างๆ ศพ เพื่อเป็นการจัดฉากว่าพวกเขาต่อสู้กับกลุ่มไอสิส


ส่วนทางกองทัพอียิปต์ได้โพสต์ในเฟสบุ๊สก์ของกองทัพด้วยการประกาศว่า กองทัพได้ทำการสังหารผู้ก่อการร้าย




ที่มา –
1. Middle East Monitor
2. Army accused of extrajudicial killings in Egypt video
http://www.aljazeera.com/…/army-accused-extrajudicial-killi…

Friday, April 21, 2017

ชัดแล้วบ่อน้ำสีดำศักดิ์สิทธิ์-คนแห่ตักไปดื่ม หมอชี้เป็นบ่ออึ-มีเชื้อโรคจากอุจจาระ

วันที่ 20 เมษายน 2560



วันที่ 20 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวที่มีการแชร์ในเฟซบุ๊กและเป็นที่สนใจของประชาชนในพื้นที่ กรณีเกิดเหตุแปลกประหลาดในพื้นที่กลางเทือกเขาบ้านไอกาแซ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส น้ำในบ่อกลายเป็นสีดำสนิท เมื่อดักมาเก็บไว้สักพัก น้ำดังกล่าวกลับใสสะอาด จึงทำให้ชาวบ้านคาดกันว่าอาจเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์รักษาโรคได้ จึงได้แห่เดินทางขึ้นเขาเพื่อตักน้ำกลับบ้าน


จากการสอบชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า ไม่มีใครรู้ว่าเกิดจากอะไร น้ำในบ่อนั้นจะเป็นสีดำ พอตักมาเก็บไว้สัก 1 คืน ก่อกลายเป็นน้ำปกติ น้ำใส เหมือนน้ำที่เราเอามาดื่มทุกวัน และที่น่าแปลกใจคือ มีการลือกันว่าได้มีแพทย์ได้เอาน้ำไปพิสูจน์ว่ามีสิ่งแปลกปลอมหรือสารตกค้าง หรือไม่ปรากฏว่าไม่มี เป็นน้ำบริสุทธิ์สะอาด ยิ่งกว่าน้ำแร่เสียอีก แต่ไม่บอกที่มาและของแพทย์ดังกล่าวแต่อย่างใด


ชาวบ้านคนเดิมยังระบุว่า นอกจากนั้นยังได้มีการปล่อยข่าวลือกันต่อๆกันว่าได้ยินมาว่า น้ำในบ่อ เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ สามารถรักษาโรคต่างๆ เคยมีคนตาบอดมาล้างหน้าแล้วหายจากอาการบอด ไม่ใช่แค่เคสนี้เคสเดียว ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่เขาเล่าต่อๆจนกลายเป็นความเชื่อกันมาจนถึงปัจจุบัน และตอนนี้ก็มีผู้คนจากทั่วสารทิศแห่กันมาตักน้ำในบ่อ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ที่เกิดจากความเชื่อจากข่าวลือไม่มีสิ้นสุด


ล่าสุดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาสได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บตัวอย่างน้ำในบ่อดังกล่าวมาตรวจสอบแล้ว โดยนพ.สมหมาย บุญเกลี้ยง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส สั่งการให้ทีมสาธารณสุขอำเภอศรีสาคร และผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีสาคร ลงพื้นที่ไปตรวจสอบพร้อมเก็บน้ำมาทำการตรวจสอบในขั้นต้น เพื่อตรวจสอบเชื้อโรคต่างๆ ที่อยู่ในน้ำที่มีสีดำ พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์การดื่มน้ำที่สะอาดให้ประชาชนได้รับทราบ


จากการตรวจสอบสภาพน้ำเบื้องต้นพบว่า น้ำในบ่อที่เป็นสีดำ เกิดจากตะกอนซากต่างๆ ในพื้นที่โดยรอบ โดยบ่อดังกล่าวสอบถามแล้วเกิดขึ้นมานานกว่า 30 ปีมาแล้ว แต่ยังคงมีต่อน้ำพุดน้ำตลอดเวลา ทำให้น้ำในบ่อไม่แห้ง และเมื่อมีกระแสข่าวเกี่ยวกับน้ำศักดิ์สิทธิ์ขึ้น จึงมีประชาชนมาตักน้ำเพื่อไปรับประทานจำนวนมาก


ส่วนการตรวจสอบหาเชื้อโรคในน้ำพบเบื้องต้นมีเชื้อโรคที่มาจากอุจจาระปะปนอยู่ ซึ่งหากใครรับประทานไปอาจจะทำให้ท้องเสีย หรือท้องร่วงได้ โดยในวันที่ 21 เม.ย. ตนและคณะเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบ พร้อมร่วมพูดคุยกับกลุ่มผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชนในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง แต่ก็ไม่ห้ามหากประชาชนยังคงมีความเชื่อความศรัทธา แต่ขอแนะนำการดื่มน้ำที่ผ่านกรรมวิธีที่ถูกต้อง รวมถึงขอทำความสะอาดรอบๆ บ่อ โดยเฉพาะการตรวจแหล่งที่มีของเชื้ออุจจาระเพื่อป้องกันไม่ให้ไหลเข้ามาในบ่อน้ำดังกล่าว


ในการตรวจเบื้องต้นพบเพียงเชื้อโรคจากอุจจาระเพียงเท่านั้น หากสามารถทำความสะอาดโดยรอบ และไม่พบเชื้อโรคอื่นๆ เพิ่มเติมแล้ว น้ำในบ่อก็จะสามารถรับประทานได้ แต่ก็อยากแนะนำให้รับประทานแบบถูกสุขลักษณะเพื่อสุขภาพของตนเอง


ที่มาข่าวและภาพ -
https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_309236

Friday, April 14, 2017

บัชชาร์ อัล-อัสซาด กล่าวถึงเรื่องการที่รัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีโจมตีประชาชนว่า เป็นการกุเรื่องขึ้นมา 100%



บัชชาร์ อัล-อัสซาด ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวเอเอฟพีถึงกรณีรัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีโจมตีพลเรือนที่คอนชัยคุน เมืองอิดลิบเมื่อวันที่ 4 เม.ย. ว่า เป็นเรื่องที่ถูกกุขึ้นมา 100%


“แน่นอน สำหรับเราแล้วเป็นการกุเรื่องขึ้นมา 100% ตามความคิดของเรานั้นคือชาติตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐฯ ร่วมมือกับพวกก่อการร้าย ซึ่งพวกเขาร่วมกันสร้างเรื่องขึ้นมาทั้งหมด เพื่อเป็นข้ออ้างในการโจมตีเรา”


ในตอนที่เกิดเหตุการณ์โจมตีด้วยสารเคมี รัฐบาลรัสเซียรีบออกมาปกป้องรัฐบาลซีเรีย โดยชี้ว่า เครื่องบินรบของรัฐบาลซีเรียได้ทิ้งระเบิดจริง แต่เป็นการทิ้งระเบิดลงคลังแสงที่กลุ่มต่อต้านรัฐบาลซีเรียใช้ผลิตอาวุธเคมี จึงเป็นสาเหตุให้มีประชาชนเสียชีวิตอย่างน้อย 89 คนและบาดเจ็บหลายร้อยคน


แต่การสัมภาษณ์ครั้งล่าสุด บัชชาร์ อัล-อัสซาด กล่าวว่า “ไม่ชัดเจน” ว่ามีการโจมตีเกิดขึ้นจริงที่คอนชัยคุน


“ตอนนี้ มีวิดีโอปลอมออกมาเยอะแยะไปหมด เราไม่มีสิทธิ์ที่จะทราบได้เลยว่าเด็กๆ ที่ตายในคอนชัยคุนนั้นตายจริงหรือเปล่า?”


อัล-อัสซาดได้ยืนกรานว่า กองทัพซีเรียได้ทำการส่งมอบอาวุธเคมีให้แก่หน่วยงานของสหประชาชาติไปหมดแล้ว ตั้งแต่ปี 2556 แล้วยังกล่าวเสริมว่า "ถ้าหากเรายังมีมันอยู่จริง เราก็จะไม่นำมันมาใช้"


นักข่าว Elliot Higgins นำข้อมูลต่างๆ จากไทม์ไลน์ของการโจมตีด้วยอาวุธเคมีมาวิเคราะห์โดยสรุปว่า สารเคมีนั้นออกมาได้พวยพุ่งออกมาจากเครื่องบินรบที่รัฐบาลซีเรียใช้โจมตีคอนชัยคุน ไม่ใช่สารเคมีที่กระจายหลังจากเครื่องบินรบของอัล-อัสซาดโจมตีสถานที่ที่อ้างว่าเป็นคลังอาวุธผลิดเคมีของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล


ในขณะที่มีการโจมตีพลเรือนในคอนชัยคุน รัฐบาลซีเรียยังทิ้งระเบิดลงอีก 2 ครั้งที่โรงพยาบาลในอิดลิบที่กำลังทำการรักษาผู้ป่วยจากการสูดดมสารพิษเคมีเข้าไป และยังมีการโจมตีศูนย์อาสาสมัครกลุ่มหมวกขาวที่อิดลิบ เพื่อกันไม่ให้บรรดาอาสาสมัครเข้าไปช่วยเหลือพลเรือนที่เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมากจากการโจมตีด้วยอาวุธเคมี


ส่วนทางด้านทีมนักวิทยาศาสตร์ของอังกฤษได้ทำการเก็บตัวอย่างจากสถานที่ที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีด้วยอาวุธเคมี โดยพวกเขาได้ยืนยันผลการตรวจสอบตัวอย่างที่เก็บมาว่า มีการตรวจพบก๊าซพิษซารินในพื้นที่ที่เกิดเหตุจริง


“ทีมนักวิทยาศาสตร์ของอังกฤษได้ทำการวิจัยตัวอย่างที่นำมาจากคอนชัยคุน และผลลัพท์ออกมาเป็นบวกว่า มีการใช้ก๊าซพิษซาริน หรือสารที่มีลักษณะคล้ายกับก๊าซพิษซาริน” ตัวแทนนักวิทยาศาสตร์ได้สรุปผลการวิจัยในการประชุมของหน่วยงานองค์กรห้ามอาวุธเคมี “OPCW” (Organization for Prohibition of Chemical Weapons) ณ กรุงเฮก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา


ที่มา-
Assad: Syria chemical attack '100 percent fabrication'
http://www.aljazeera.com/…/assad-syria-chemical-attack-100-…
UK scientists confirm use of sarin as part of chemical weapons investigation in Turkey
http://www.cnbc.com/…/chemical-weapons-experts-in-turkey-to…
➡ คลิปวีดีโอที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
🎬 รัฐบาลซีเรียทิ้งระเบิดแก๊ซพิษซารินสังหารประชาชนของตนเองอย่างน้อย 58 คนและบาดเจ็บนับร้อย
https://www.facebook.com/muslim.aof/posts/1674390242855357

“ปทท.ไทย อีก 3 เดือนเราเจอกัน” ทหารยิวโพสต์ในอินสตาแกรม

  ทหารอิสราเอลโพสต์รูปเซลฟี่ในอินสตาแกรม ที่ถ่ายหน้าบ้านของเศรษฐีในกาซ่าที่พวกมันจุดไฟเผา ในพื้นที่มูซาเบะฮ์ ตอนเหนือของราฟะฮ์ พร้อมแคปชั่น ...