Thursday, October 17, 2019

เกิดอุบัติเหตุรถประสานงากัน ส่งผลให้ชาวต่างชาติที่ไปทำอุมเราะฮฺเสียชีวิต 35 คน



เกิดอุบัติเหตุรถประสานงากัน ส่งผลให้ชาวต่างชาติที่ไปทำอุมเราะฮฺเสียชีวิต 35 คนเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา เวลา 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เกิดเหตุรถบัสที่เช่าเหมาลำ บรรทุกผู้โดยสารที่เป็นชาวต่างชาติที่ไปทำงานและพำนักอยู่ในซาอุฯ ที่เป็นชาวเอเชียและอาหรับจำนวน 39 คน ที่ไปทำอุมเราะฮฺ เดินทางออกจากเมืองมาดีนะฮฺไปยังมักกะฮฺ ได้ชนประสานงากับรถบรรทุกหนักบนถนนที่เชื่อมต่อเมืองมักกะฮฺกับเมืองมาดีนะฮฺ ที่เมือง al-Akhal โฆษกประจำสำนักข่าว Saudi Press Agency ของซาอุดีอาระเบีย กล่าว


จึงทำให้มีผู้เสียชีวิตทันทีจำนวน 35 คน และบาดเจ็บสาหัสอีก 4 คน โดยผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลอัล-ฮัมนา ในเมืองมาดีนะฮฺ ทางการซาอุฯ กล่าวว่า จะมีการสอบสวนหาสาเหตุอุบัติเหตุที่ร้ายแรงในครั้งนี้


ล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศของปากีสถานได้ออกมายืนยันว่า มีชาวปากีสถานอยู่ในจำนวนผู้เสียชีวิต และหนึ่งใน 4 ที่บาดเจ็บสาหัสเป็นชาวปากีสถานชื่ออักบัร 










เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว ได้เกิดอุบัติเหตุในซาอุฯ โดยชาวอังกฤษที่ไปทำอุมเราะฮฺ 4 คนเสียชีวิตและอีก 12 คนบาดเจ็บ จากการที่รถบัสประสานงากับรถบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง


ที่มา- 



Sunday, October 13, 2019

คำแถลงการณ์ของผู้พิพากษาคณากร



รายการเจาะข่าวตื้นสรุปคำแถลงการณ์ 25 หน้าของผู้พิพากษาคณากร เพียรชนะ ที่ได้อธิบายความเป็นมาของการพยายามฆ่าตัวตายคาห้องพิจารณาคดีเมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา


“ในวันนี้หากผมทำตามคำสั่งอธิบดี ผมย่อมไม่ใช่ผู้พิพากษาที่ดี คือไม่ยึดมั่นในความยุติธรรม ประชานย่อมไม่ได้รับความเป็นธรรม ต่อไปประชาชนก็จะไม่ไว้วางใจ ทั้งไม่สามารถเป็นที่พึ่งในการให้ความยุติธรรมแก่ประชาชน เท่ากับผมไม่ทำตามคำถวายสัตย์ ซึ่งผมยอมตายเสียดีกว่าที่จะอยู่อย่างไร้เกียรติเช่นนั้น” ผู้พิพากษาคณากร เพียรชนะ



#คืนคำพิพากษาให้ผู้พิพากษา
#คืนความยุติธรรมให้ประชาชน

Friday, October 4, 2019

กรณีข่าวผู้พิพากษาคณากร เพียรชนะ ที่พยายามยิงตัวเอง ในศาล จ.ยะลา


กรณีของนายคณากร เพียรชนะ ซึ่งเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นศาลจังหวัดยะลา ได้โพสต์เฟสบุ๊กส์ 'คณากร ตุลาคม' ว่า "วันนี้เวลา 11.15 น. ตนจะไลฟ์เพื่อชี้แจงประชาชนทราบถึงการถูกแทรกแซงการพิจารณาคดี ที่สั่งให้ลงโทษจำเลยทั้ง 5 ทั้งที่พยานหลักฐานไม่มีน้ำหนัก แต่ตนไม่ยอมทำตาม ตนคงถูกไล่ออกโดยไม่ได้รับบำเหน็จ" พร้อมยังให้หมายเลขบัญชีที่สามารถเยียวยาภรรยาและบุตรของตนเอาไว้


ก่อนหน้าโพสต์ข้อความข้างบน นายคณากรได้โพสต์คำแถลงการณ์ของตนในฐานะผู้พิพากษาศาลจังหวัดยะลาที่มีทั้งหมด 25 หน้า ซึ่งทั้ง 2 โพสต์ได้ถูกลบออกไป แต่เพจชื่อ "พระเจ้า" ได้นำคำพิพากษามาลงเอาไว้ที่เพจ โดยเขียนถึงคดีทั้งหมด และขั้นตอนการดำเนินการ ที่ผู้พิพากษาผู้นี้ทั้งถูกกดดันจากชั้นผู้ใหญ่ ให้แก้ไขคำพิพากษาในคดีความมั่นคง ในจังหวัดยะลา





มีเฟสบุ๊คของ "Krisda Paday Sooksarly" ได้สรุปคำแถลงการณ์ทั้ง 25 หน้าอย่างสั้นๆ และเข้าใจง่าย

- ปี 61มีคดีชาวบ้านมุสลิม5คนถูกยิงตาย
- สรุปมีมุสลิมถูกฟ้อง 5 คน(ในภาพ)​ว่าเป็นผู้ก่อเหตุ
- ผู้พิพากษาดูหลักฐานแล้วเห็นควรยกฟ้อง เพราะ
- คนที่เก็บหลักฐานเป็นกู้ภัยที่ไม่มีอำนาจ
- คดีไม่ใช่คดีความมั่นคงหรือก่อการร้าย
- ดังนั้นการใช้อำนาจขังในค่ายทีละ 7วัน ถือว่าไม่ชอบ
- และคำให้การกับบันทึกในชั้นนี้ถือว่าไม่มีน้ำหนัก
- ตัวพยานซัดทอด​ ไม่มีความน่าเชื่อถือ
- หลักฐานที่พยานอ้าง​(มือถือ)​ไม่มีดีเอ็นเอของพยาน
- และมือถือนี้ลงทะเบียนชื่อคนอื่น​ ไม่ใช่ชื่อพยาน
- หลักฐานอาวุธที่พบไม่ตรงกับที่ใช้ก่อเหตุ
- สถานที่พบหลักฐานเป็นที่เปิด ใครจะเข้าไปก็ได้
- ผู้พิพากษาตัดสินใจจะยกฟ้อง​ อธิบดีไม่เห็นด้วย
- อธิบดีสั่งให้ตัดสินประหาร 3 คน​ ตลอดชีวิต 2 คน
- ผู้พิพากษาใส่รายละเอียดทั้งหมดใน 25 หน้า
- ตัดสินยกฟ้องจำเลยทั้งหมด​ แล้วยิงตัวตาย

ภาคผนวก

- นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้พิพากษาถูกแทรกแซงลักษณะ​นี้
- ก่อนหน้านี้มีคดีนึงระหว่างเจ้าหน้าที่กับชาวบ้าน
- เหตุเกิดที่ด่านตรวจ​ เกิดปากเสียงกัน​ ชาวบ้านขี่รถหนี
- เจ้าหน้าที่ยิงชาวบ้านตาย
- ผู้พิพากษา​จะตัดสินยกฟ้องเจ้าหน้าที่1​เพราะไม่ได้ร่วมก่อเหตุ
- ส่วนเจ้าหน้าที่ 2 จะตัดสินจำคุกตลอดชีวิต(เพราะเป็นคนยิง)
- เจ้าหนี่ที่ 3 จะตัดสินจำคุก 15 ปี​ ฐานร่วมก่อเหตุ
- อธิบดีบีบให้ผู้พิพากษาแก้คำตัดสิน
- เป็นจำคุกเจ้าหน้าที่ 2,3 คนละ 13ปี



ที่มาของข้อมูลและภาพ-
White News
เฟสบุ๊คของ Krisda Paday Sooksarly
Way Magazine
เว็ปไซต์พรรคอนาคตใหม่


คุณสามารถเข้าไปอ่านคำแถลงการณ์ทั้งหมดได้ที่ - https://futureforwardparty.org/8699…



Saturday, September 28, 2019

นักกีฬาเยาวชนหญิงมุสลิมทีมชาติอเมริกันวัย 12 ปีถูกเจ้าหน้าที่แอร์แคนาดาบังคับให้ถอดฮิญาบ ขณะกำลังขึ้นเครื่อง



ด.ญ.ฟาติมะฮฺ อับดุลเราะฮฺมาน เป็นนักกีฬาสควอช (Squash) ทีมชาติหญิง ที่ท็อป 5 นักกีฬาหญิงรุ่นเยาวชนของสหรัฐฯ และเป็นนักกีฬาหญิงคนแรกที่ถูกอนุญาตให้สวมฮิญาบลงแข่งขันได้



ด.ญ.ฟาติมะฮฺ เดินทางพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมออกจากท่าอากาศยานนานาชาติซานฟรานซิสโก ในสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2019 เพื่อไปแข่งสควอชที่โทรอนโต้ แคนาดา และเป็นครั้งแรกที่เด็กเดินทางโดยไม่มีผู้ปกครองไปด้วย


ฟาติมะฮฺ ผ่านการตรวจค้นร่างกายจาก TSA ซึ่งเป็นสำนักงานดูแลความปลอดภัยทางคมนาคมของสหรัฐฯ มาแล้ว แต่พอยืนรอคิวเพื่อจะขึ้นเครื่องบิน เจ้าหน้าที่สายการบินได้เดินเข้ามาหา แล้วบังคับให้เด็กถอดฮิญาบออก โดยอ้างว่าเป็นเหตุผลเรื่องความปลอดภัยทางการบิน


ทางเจ้าหน้าที่ยังเรียกตัวผู้จัดการสายการบินแอร์แคนาดามายืนยันว่า เด็กต้องถอดฮิญาบ
ออก เพราะรูปในพาสปอร์ตไม่ได้สวมฮิญาบ


ทางเด็กได้พยายามอธิบายกับเจ้าหน้าที่ถึงเหตุผลที่เธอสวมผ้าฮิญาบเพราะปฏิบัติตามความเชื่อทางศาสนาอิสลาม แต่ทางเจ้าหน้าที่สายการบินก็ยังยืนให้เด็กถอดฮิญาบออกในที่สาธารณะ เด็กพยายามร้องขอเจ้าหน้าที่ให้ถอดฮิญาบในห้อง ทางผู้จัดการยังยืนกรานให้เด็กถอดฮิญาบในที่สาธารณะ พร้อมยังข่มขู่ว่าถ้าไม่ถอดฮิญาบตรงนั้น ทางสายการบินก็จะไม่อนุญาตให้เด็กขึ้นเครื่องได้ ส่วนทางโค้ชและเพื่อนร่วมทีมได้เดินเข้าไปในเครื่องบินแล้ว


ด.ญ.ฟาติมะฮฺทั้งโมโหและปนกับความรู้สึกสับสนไม่รู้จะทำอย่างไรดี จึงตัดสินใจถอดผ้าฮิญาบ ขณะที่เดินผ่านพนักงาน เด็กสังเกตุเห็นว่าพนักงานไม่ได้แม้กระทั่งมองหน้าเด็กเพื่อเปรียบเทียบกับภาพในพาสปอร์ตด้วยซ้ำไป เด็กจึงรีบเดินก้มหน้าผ่านอุโมงค์ทางออกเพื่อรีบขึ้นเครื่องบิน


ตอนที่ทำพาสปอร์ตเด็กมีอายุเพียง 9 ขวบ และพอฟาติมะฮฺอายุได้ 11 ปี เด็กตัดสินใจสวมฮิญาบโดยไม่ได้ถอดออกต่อหน้าสาธารณชนอีกเลย


เรื่องนี้กลายเป็นข่าวที่คนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก หลังจากพี่สาวของด.ญ.ฟาติมะฮฺ โพสต์ข้อความส่วนตัวลงในทวิตเตอร์ มีใจความว่า “AirCanada ช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมว่าทำไมทางสายการบินถึงกักตัวน้องสาวของฉันวัย 12 ปีที่เดินทางเที่ยวบิน 758 และบังคับให้น้องถอดฮิญาบตรงจุดตรวจก่อนขึ้นเครื่อง หลังจากที่น้องสาวฉันผ่านการตรวจค้นจาก TSA มาแล้ว? "


จากนั้นทางแอร์แคนาดาได้ตอบทวิตเตอร์ของพี่สาวด.ญ.ฟาติมะฮฺว่า ให้ส่งข้อความถึงหมายเลขอ้างอิงของการจองที่นั่งมายังสายการบินผ่านทวิตเตอร์


ทางครอบครัวด.ญ.ฟาติมะฮฺ ได้ติดต่อกับองค์กรด้านสภาความสัมพันธ์อเมริกัน - อิสลาม (CAIR) และทางCAIR ได้ทำจดหมายต่อว่าไปยังทางสายการบิน แต่ยังไม่มีการตอบกลับแต่อย่างใด “ตอนนี้ทาง CAIR ยังไม่มีการดำเนินการทางกฎหมายกับทางสายการบินแอร์แคนาดา เพียงแต่ให้บริการให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายแก่ฟาติมะฮฺและครอบครัว ทางเราจะให้เวลาสายการบินแอร์แคนาดา 2 อาทิตย์นับจากวันที่ 20 กันยายนเป็นต้นไป ถ้าทางสายการบินไม่มีการออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการ ทางเราจะมีการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป” นายอะฮฺหมัด ราฟิกีย์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฏหมายของ CAIRสาขาซานฟรานซิสโก กล่าว


ด.ญ.ฟาติมะฮฺกล่าวว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับพวกเขาก็คือ การปรับเปลี่ยนนโยบายเกี่ยวกับวิธีที่พวกเขาปฏิบัติต่อผู้คน การสวมผ้าบนศีรษะของศาสนาใดๆ ศาสนาหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าหน้าที่ของสายการบินมองว่ามันเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อย"



ที่มา –
วีดีโอ – สำนักข่าว TRT World
https://www.usatoday.com/…/air-canada-girl-remo…/2431548001/

Friday, September 13, 2019

หญิงมุสลิมถูกชายชาวฝรั่งเศสกระหน่ำจ้วงแทงกลางถนน ต่อหน้าลูกน้อย 2 คนและสามี






13/09/2019


เหตุการณ์อันเลวร้ายนี้เกิดขื้นเมื่อวานนี้ (12/09) ตอน 18.30 น. ที่หมู่บ้านเล็กๆ ของเมืองซูรี่ เลอ คอมทอล Sury-le-Comtal (Loire) ในฝรั่งเศส เมื่อชายชาวฝรั่งเศสที่อายุประมาณ 60 ปีเดินเข้ามาหาหญิงมุสลิมที่สวมฮิญาบ โดยทำเป็นแกล้งถามข้อมูล และพอหญิงมุสลิมผู้นี้พยายามตอบคำถาม คนร้ายก็ควักมีดกระหน่ำจ้วงแทงหญิงมุสลิมไปหลายครั้ง ต่อหน้าต่อตาลูกเล็กๆ ของนางที่อายุ 2 ขวบและ 4 ขวบ และสามีของนางที่ยืนอยู่ตรงนั้น ส่งผลให้นางบาดเจ็บสาหัสที่บริเวณลำคอ หน้าอก และหลัง


ทหาร 2 นายจากหน่วยทหาร Andrézieux-Bouthéon Brigade มาถึงที่เกิดเหตุ และสามารถควบคุมตัวคนร้ายเอาไว้ได้


จากการสอบสวนเบื้องต้นเผยว่า คนร้ายอยู่ในสภาพที่เมาหนักมาก และทหารส่งตัวให้ตำรวจส่ไปกักขังไว้ที่คุก Montbrison gendarmerie ส่วนทางด้านผู้ติดตามต่างอ้างว่าคนร้ายนั้นเป็นโรคซึมเศร้า และเขาก็ไม่เคยมีประวัติต้องโทษมาก่อน


ทางสำนักงานอัยการประจำ Saint-Etienne ได้มีการเริ่มต้นการสอบสวนด้วยการส่งตัวคนร้ายไปตรวจสอบประเมินสุขภาพจิต



ที่มา –



“ปทท.ไทย อีก 3 เดือนเราเจอกัน” ทหารยิวโพสต์ในอินสตาแกรม

  ทหารอิสราเอลโพสต์รูปเซลฟี่ในอินสตาแกรม ที่ถ่ายหน้าบ้านของเศรษฐีในกาซ่าที่พวกมันจุดไฟเผา ในพื้นที่มูซาเบะฮ์ ตอนเหนือของราฟะฮ์ พร้อมแคปชั่น ...